คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 56/2527
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การฟ้องคดีแพ่งฐานละเมิดโดยประมาทเลินเล่อ เพียงบรรยายว่าการกระทำนั้นเป็นการกระทำโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่อก็เพียงพอแล้ว
ย่อคำพิพากษา
การฟ้องเรียกค่าสินไหมทดแทนเพื่อละเมิดอันเกิดจากความประมาทเลินเล่อในคดีแพ่งนั้น ต่างกับการฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานกระทำผิดอาญาโดยประมาทซึ่งโจทก์จะต้องบรรยายถึงการกระทำทั้งหลายที่อ้างว่าจำเลยได้กระทำผิดโดยแน่ชัด สำหรับคดีแพ่ง เมื่อโจทก์บรรยายฟ้องแสดงว่าการละเมิดของผู้ทำละเมิดเป็นการกระทำโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่อก็พอทำให้เข้าใจได้แล้วว่าข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาโจทก์มีอย่างไร
โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยที่ 1 ขับรถบรรทุกเรืออวนลากสูงกว่ากฎหมายกำหนดและด้วยความประมาทปราศจากความระมัดระวังในการขับรถ เป็นเหตุให้เรืออวนลากซึ่งบรรทุกอยู่บนรถชนสายโทรศัพท์และเสาโทรศัพท์ของโจทก์ได้รับความเสียหาย เป็นการแสดงโดยแจ้งชัดซึ่งข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาของโจทก์แล้ว
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ ลูกจ้างของจำเลยที่ ๒ ที่ ๓ ได้ขับรถบรรทุกบรรทุกเรืออวนลากสูงกว่ากฎหมายกำหนดไปในทางการที่จ้างของจำเลยที่ ๒ ที่ ๓ แล่นมาตามถนน เมื่อถึงสี่แยกโทรศัพท์ จำเลยที่ ๑ ขับรถด้วยความประมาทปราศจากความระมัดระวังซึ่งบุคคลในภาวะเช่นนั้นจักต้องมีตามวิสัยและพฤติการณ์แต่หาได้ใช้ให้เพียงพอไม่ เป็นเหตุให้เรืออวนลากซึ่งบรรทุกอยู่บนรถบรรทุกดังกล่าวชนสายโทรศัพท์และเสาโทรศัพท์เสียหายเป็นเงิน๓๕,๘๐๐ บาท ซึ่งจำเลยที่ ๑ ต้องรับผิดในฐานะผู้ทำละเมิด จำเลยที่ ๒ ที่ ๓ ต้องร่วมรับผิดในฐานะนายจ้าง ส่วนจำเลยที่ ๔ ต้องร่วมรับผิดในฐานะผู้รับประกันภัย ขอให้จำเลยทั้งสี่ร่วมกันใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์
จำเลยที่ ๑ ขาดนัดยื่นคำให้การ ต่อมาโจทก์ถอนฟ้อง
จำเลยที่ ๒ ที่ ๓ ที่ ๔ ให้การปฏิเสธความรับผิดและตัดฟ้องว่าฟ้องโจทก์เคลือบคลุม
ศาลชั้นต้นเห็นว่าฟ้องโจทก์ไม่เคลือบคลุม พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นวินิจฉัยประเด็นข้ออื่นทั้งหมดแล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดี
จำเลยที่ ๒ ที่ ๓ ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การฟ้องเรียกค่าสินไหมทดแทนเพื่อละเมิดอันเกิดจากความประมาทเลินเล่อในคดีแพ่งนั้น ต่างกับการฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานกระทำผิดอาญาโดยประมาทซึ่งโจทก์จะต้องบรรยายถึงการกระทำทั้งหลายที่อ้างว่าจำเลยได้กระทำผิดโดยแน่ชัดดังที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๕๘ สำหรับคดีแพ่งเมื่อโจทก์ได้บรรยายฟ้องแสดงว่าการละเมิดของผู้ทำละเมิดเป็นการกระทำโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่อก็พอทำให้เข้าใจได้แล้วว่าข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาโจทก์มีอย่างไร คดีนี้โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ขับรถบรรทุกหมายเลขทะเบียน ส.ภ.๐๓๕๓๐ บรรทุกเรืออวนลากสูงกว่ากฎหมายกำหนดและด้วยความประมาทปราศจากความระมัดระวังในการขับรถบรรทุกดังกล่าวของจำเลยที่ ๑ ผู้ขับขี่ เป็นเหตุให้เรืออวนลากซึ่งบรรทุกอยู่บนรถบรรทุกดังกล่าวชนสายโทรศัพท์และเสาโทรศัพท์ของโจทก์ได้รับความเสียหาย เป็นการแสดงโดยแจ้งชัดซึ่งข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาของโจทก์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๗๒ แล้ว
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 56/2527
องค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย โจทก์
นายสมคิด แซ่ลิ้ม กับพวก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - องค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย · จำเลย - นายสมคิด แซ่ลิ้ม กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สุทิน เลิศวิรุฬห์ · อำนวย อินทุภูติ · ดำริ ศุภพิโรจน์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่ง - นายถวิล ตรีเพชร · ศาลอุทธรณ์ - นายสุรัตน์ ศรีอนุพันธุ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา