⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 896/2527

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 896/2527

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ศาลอาจแก้ไขข้อผิดพลาดเล็กน้อยในคำพิพากษาหรือคำสั่งได้ตามมาตรา 143 เท่านั้น แต่ไม่มีอำนาจแก้ไขข้อผิดพลาดในสัญญาประนีประนอมยอมความที่มิใช่ส่วนหนึ่งของคำพิพากษาตามยอม

ย่อคำพิพากษา

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 143 เป็นแต่ให้อำนาจศาลอาจแก้ไขข้อผิดพลาดเล็กน้อยหรือข้อผิดหลงเล็กน้อยในคำพิพากษาหรือคำสั่งเท่านั้น ไม่ได้ให้อำนาจสำหรับในกรณีอื่นดังเช่นที่ผิดพลาดหรือผิดหลงในสัญญาประนีประนอมยอมความซึ่งมิใช่เป็นส่วนหนึ่งของคำพิพากษาตามยอม ศาลจึงไม่จำต้องชี้ว่าข้อที่ขอแก้ไขเพิ่มเติมในสัญญาประนีประนอมยอมความนั้นเป็นข้อผิดพลาดหรือผิดหลง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.138 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.143

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

กรณีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องจำเลยทั้งสองขอให้ร่วมกันหรือแทนกันชำระหนี้ไถ่ถอนจำนองแก่โจทก์ โจทก์และจำเลยทั้งสองได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันต่อหน้าศาลว่า จำเลยทั้งสองยอมร่วมกันหรือแทนกันชำระหนี้จำนองให้โจทก์ ศาลชั้นต้นพิพากษาคดีไปตามสัญญาประนีประนอมยอมความนั้น ต่อมาจำเลยที่ ๒ ยื่นคำร้องว่า จำเลยที่ ๒ เข้าใจผิดพลาดไปว่าจำเลยที่ ๑เท่านั้น เป็นผู้รับผิด ส่วนจำเลยที่ ๒ เป็นผู้ค้ำประกันจะต้องรับใช้หนี้หลังจากที่จำเลยที่ ๑ ไม่ชำระแล้ว การที่จำเลยที่ ๒ ได้ลงชื่อในสัญญาประนีประนอมยอมความว่า จำเลยทั้งสองยอมร่วมกันหรือแทนกันในสัญญาประนีประนอมยอมความจึงเป็นข้อผิดพลาดเล็กน้อยหรือข้อผิดหลงเล็กน้อย ขอให้ศาลแก้ไขสัญญาประนีประนอมยอมความโดยตัดคำว่า "ร่วมกันหรือแทนกัน" เพื่อให้ได้ความว่า"ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันรับผิดโดยบังคับเอาจากจำเลยที่ ๑ ก่อน" ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ไม่ใช่กรณีข้อผิดพลาดหรือข้อผิดหลงเล็กน้อยสัญญาประนีประนอมยอมความชัดแจ้งอยู่แล้ว ให้ยกคำร้องของจำเลยที่ ๒ จำเลยที่ ๒ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า สัญญาประนีประนอมยอมความไม่ใช่ส่วนหนึ่งของคำพิพากษาตามยอม ศาลไม่มีอำนาจแก้ไขได้ ที่ศาลชั้นต้นสั่งยกคำร้องศาลอุทธรณ์เห็นพ้องด้วยในผล พิพากษายืน จำเลยที่ ๒ ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ตามคำร้องของจำเลยที่ ๒ ที่ขอให้ศาลชั้นต้นแก้ไขเพิ่มเติมโดยตัดถ้อยคำที่ว่า "ร่วมกันหรือแทนกัน" ในสัญญาประนีประนอมยอมความแล้วเติมข้อความเป็นว่า "ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันรับผิดโดยบังคับเอาจากจำเลยที่ ๑ ก่อน"นั้น ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๔๓ เป็นแต่ให้อำนาจศาลอาจทำได้สำหรับในคำพิพากษาหรือคำสั่งเท่านั้น ไม่ได้ให้อำนาจทำได้สำหรับในกรณีอื่นดังเช่นที่ผิดพลาดหรือผิดหลงในสัญญาประนีประนอมยอมความนี้ด้วย และสัญญาประนีประนอมยอมความตามที่จำเลยที่ ๒ ขอให้แก้ไขเพิ่มเติมนั้น ก็ไม่ใช่เป็นส่วนหนึ่งของตัวคำพิพากษาตามยอม กรณีจึงไม่มีปัญหาที่จะชี้ว่าข้อที่ขอแก้ไขเพิ่มเติมนั้นเป็นข้อที่ผิดพลาดหรือผิดหลง พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 896/2527 ธนาคารกรุงไทย จำกัด โจทก์ นายวิชิต โกกะนุชสกุล กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ธนาคารกรุงไทย จำกัด · จำเลย - นายวิชิต โกกะนุชสกุล กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุทิน เลิศวิรุฬห์ · อำนวย อินทุภูติ · ดำริ ศุภพิโรจน์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดจันทบุรี - นายสมศักดิ์ วงศ์ยืน · ศาลอุทธรณ์ - นายประชา บุญวนิช
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2660/2536ฎีกา 3996/2541ฎีกา 8688/2551ฎีกา 1287/2530ฎีกา 1415/2540ฎีกา 9376/2539ฎีกา 3191/2547ฎีกา 1734/2506ฎีกา 946/2509ฎีกา 6210/2534ฎีกา 766/2543ฎีกา 1290/2529ฎีกา 7168/2542ฎีกา 1333/2530ฎีกา 1733/2492ฎีกา 7066/2539ฎีกา 1591/2495ฎีกา 712/2496ฎีกา 5393/2540ฎีกา 742/2490ฎีกา 8309/2543ฎีกา 2824/2538ฎีกา 1451/2521ฎีกา 82/2512
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา