⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 903/2527

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 903/2527

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่จำเลยไม่ให้การปฏิเสธข้ออ้างของโจทก์ในคำฟ้อง ให้ถือว่าจำเลยยอมรับข้ออ้างนั้น และโจทก์ไม่จำต้องนำสืบหรือพิสูจน์ข้ออ้างดังกล่าวอีกต่อไป.

ย่อคำพิพากษา

คำฟ้องโจทก์บรรยายว่า กรรมการผู้จัดการบริษัทโจทก์ทราบข้อเท็จจริงอันเป็นเหตุให้โจทก์มีสิทธิเรียกร้องจากจำเลยเมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2522 ส่วนการบอกกล่าวติดตามทวงถาม ให้จำเลยคืนเงินตามที่โจทก์บรรยายในคำฟ้องนั้น หาจำต้องแสดงหลักฐานการบอกกล่าวในคำฟ้องด้วยไม่ ฟ้องโจทก์ไม่เคลือบคลุม โจทก์แสดงข้ออ้างในคำฟ้องว่ารถยนต์คันพิพาทของจำเลยซึ่งโจทก์เช่าเกิดอุบัติเหตุชนกับรถคันอื่น โจทก์นำเข้าซ่อมและจำเลยได้รับรถคืนไปแล้ว แต่เมื่อจำเลยขอเบิกค่าเช่าหลังจากรับรถคืนไปแล้ว โจทก์หลงเชื่อโดยสำคัญผิดในข้อเท็จจริงได้จ่ายเงินให้จำเลยรับไป ข้ออ้างของโจทก์ดังกล่าว ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 177 จำเลยจะต้องให้การว่ายอมรับหรือปฏิเสธ เมื่อจำเลยไม่ให้การปฏิเสธก็ต้องถือว่าจำเลยยอมรับ ศาลรับฟังข้ออ้างของโจทก์ตามฟ้องได้อยู่แล้ว โดยโจทก์ไม่ต้องนำสืบหรือพิสูจน์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 84 เจ้าหน้าที่ของโจทก์ตรวจสอบพบเรื่องที่จำเลยรับเงินไปโดยไม่มีสิทธิจะได้รับตามกฎหมายแล้วจึงได้รายงานให้ ล. กรรมการผู้จัดการบริษัทโจทก์ทราบเมื่อวันที่ 6 มีนาคม2522ถือได้ว่าบริษัทโจทก์เพิ่งรู้ว่าตนมีสิทธิเรียกคืนเมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2522. โจทก์ฟ้องคดีเมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2523 ยังไม่พ้นกำหนดปีหนึ่งนับแต่เวลาที่โจทก์รู้ว่าตนมีสิทธิเรียกคืน ฟ้องโจทก์ไม่ขาดอายุความ

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.84 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.172 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.177 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.419

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ได้ทำสัญญาเช่ารถยนต์โดยสารของจำเลย เพื่อนำมาวิ่งรับคนโดยสาร ต่อมารถยนต์คันหมายเลข ช.บ.๓๙๙๑ เกิดอุบัติเหตุชนกับรถอื่นได้รับความเสียหาย โจทก์ส่งรถคันนี้ไปซ่อมแซมจนเสร็จแล้ว และจำเลยรับคืนไปแล้ว นับแต่นั้นโจทก์ไม่เคยนำรถคันดังกล่าววิ่งรับส่งผู้โดยสารอีกเลย แต่จำเลยได้ขอเบิกเงินค่าเช่ารถคันดังกล่าวจากโจทก์ตลอดมารวม ๔๘๙ วัน วันละ ๔๐๐ บาทเป็นเงินทั้งสิ้น ๑๙๕,๖๐๐ บาท ซึ่งโจทก์หลงเชื่อโดยสำคัญผิดได้จ่ายเงินให้จำเลยไปเป็นการที่จำเลยได้ทรัพย์ไปจากโจทก์โดยปราศจากมูลอันจะอ้างได้ตามกฎหมายและเป็นการให้โจทก์เสียเปรียบและได้รับความเสียหาย ขอบังคับให้จำเลยชำระเงินจำนวนดังกล่าวพร้อมด้วยดอกเบี้ยแก่โจทก์ จำเลยให้การว่า โจทก์มิได้บรรยายว่า โจทก์ทราบข้อเท็จจริงอันเป็นเหตุให้โจทก์มีสิทธิเรียกร้องจากจำเลยตั้งแต่เมื่อใด ทั้งไม่ได้แสดงหลักฐานการบอกกล่าวให้จำเลยทราบในคำฟ้อง ฟ้องโจทก์จึงเคลือบคลุม และคดีโจทก์ขาดอายุความขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินตามฟ้องพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่จำเลยฎีกาว่า ฟ้องของโจทก์เคลือบคลุม ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้ว เกี่ยวกับประเด็นข้อนี้ จำเลยให้การต่อสู้ไว้ว่าคำฟ้องของโจทก์ตั้งรูปคดีเรื่องลาภมิควรได้ แต่โจทก์มิได้บรรยายฟ้องให้เห็นว่าโจทก์ได้ทราบข้อเท็จจริงอันเป็นเหตุให้โจทก์มีสิทธิเรียกร้องจากจำเลยตั้งแต่เมื่อใดอย่างใด ทั้งไม่ได้แสดงหลักฐานการบอกกล่าวให้จำเลยทราบในคำฟ้องแต่อย่างใด คำฟ้องของโจทก์จึงเคลือบคลุม ศาลฎีกาเห็นว่าคำฟ้องของโจทก์ได้บรรยายไว้แจ้งชัดว่ากรรมการผู้จัดการบริษัทโจทก์ทราบข้อเท็จจริง อันเป็นเหตุให้โจทก์มีสิทธิเรียกร้องจากจำเลยเมื่อวันที่ ๖ มีนาคม ๒๕๒๒ ส่วนการบอกกล่าวติดตามทวงถามให้จำเลยคืนเงินตามที่โจทก์บรรยายในคำฟ้องนั้น โจทก์หาจำต้องแสดงหลักฐานการบอกกล่าวในคำฟ้องด้วยไม่ ฟ้องโจทก์จึงไม่เคลือบคลุมดังที่จำเลยให้การต่อสู้ ฎีกาจำเลยในข้อนี้ฟังไม่ขึ้น จำเลยฎีกาในข้อต่อไปว่าโจทก์นำสืบเลื่อนลอยไม่สมข้ออ้างตามฟ้องและไม่มีเอกสารพิสูจน์ได้ว่าจำเลยรับเงินจากโจทก์ไปโดยปราศจากมูลอันจะอ้างกฎหมาย ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้ว เห็นว่า คดีนี้ โจทก์แสดงข้ออ้างในคำฟ้องว่ารถยนต์คันพิพาทของจำเลยซึ่งโจทก์เช่าไว้ตามสัญญาเช่าฉบับแรกเกิดอุบัติเหตุชนกับรถคันอื่น เมื่อวันที่ ๑๔ สิงหาคม ๒๕๑๘ ได้รับความเสียหาย โจทก์นำเข้าซ่อมและจำเลยได้รับรถคันพิพาทของจำเลยคืนไปเมื่อวันที่ ๒๗มกราคม ๒๕๑๙ อันเป็นวันก่อนวันทำสัญญาเช่าฉบับหลังและนับแต่นั้นมาโจทก์ไม่เคยนำรถคันพิพาทของจำเลยเข้ารับส่งผู้โดยสารในเส้นทางใด ๆของโจทก์อีกเลย ต่อมาจำเลยได้ขอเบิกเงินค่าเช่ารถคันพิพาทของจำเลยจากโจทก์โดยอ้างว่า ได้นำรถคันพิพาทของจำเลยมาส่งมอบให้โจทก์วิ่งรับส่งผู้โดยสารตั้งแต่วันที่ ๒๘ มกราคม ๒๕๑๙ ถึงวันที่ ๓๐ พฤษภาคม ๒๕๒๐ รวม๔๘๙ วัน วันละ ๔๐๐ บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น ๑๙๕,๖๐๐ บาท โจทก์หลงเชื่อโดยสำคัญผิดในข้อเท็จจริงจึงได้จ่ายเงินจำนวนดังกล่าวให้จำเลยรับไปตั้งแต่เดือนมิถุนายน ๒๕๒๐ ข้ออ้างของโจทก์ดังกล่าวตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๗๗ จำเลยจะต้องให้การว่ายอมรับหรือปฏิเสธ แต่ตามคำให้การของจำเลยไม่ได้ปฏิเสธข้ออ้างของโจทก์ดังกล่าวไว้เลยเมื่อจำเลยไม่ให้การปฏิเสธก็ต้องถือว่าจำเลยยอมรับ ศาลรับฟังข้ออ้างของโจทก์ตามฟ้องได้อยู่แล้ว โดยโจทก์ไม่ต้องนำสืบหรือพิสูจน์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๘๔ เมื่อวินิจฉัยดังนี้แล้ว ข้อฎีกาของจำเลยที่ว่าโจทก์นำสืบเลื่อนลอยไม่สมข้ออ้างตามฟ้อง และไม่มีเอกสารพิสูจน์ได้ว่าจำเลยรับเงินจากโจทก์ไปโดยปราศจากมูลอันจะอ้างกฎหมายจึงเป็นอันตกไปไม่จำต้องวินิจฉัย จำเลยฎีกาในข้อสุดท้ายว่าฟ้องโจทก์ขาดอายุความโดยอ้างว่าจำเลยรับเงินไปจากโจทก์ เมื่อเดือนมิถุนายน ๒๕๒๐ ต้องถือว่าโจทก์รู้ตั้งแต่วันนั้นเป็นระยะเวลาเกิน ๑ ปีแล้ว ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้ว เห็นว่าโจทก์นำสืบว่า เมื่อเจ้าหน้าที่ของโจทก์ตรวจสอบพบเรื่องที่จำเลยรับเงินไปโดยไม่มีสิทธิจะได้รับตามกฎหมายแล้วจึงได้รายงานให้นายละออ บุญสา กรรมการผู้จัดการบริษัทโจทก์ทราบเมื่อวันที่ ๖ มีนาคม ๒๕๒๒ จำเลยไม่มีพยานสืบหักล้างแต่อย่างใด ข้อเท็จจริงจึงฟังได้ว่าบริษัทโจทก์เพิ่งรู้ว่าตนมีสิทธิเรียกคืนเมื่อวันที่ ๖ มีนาคม๒๕๒๒ โจทก์ฟ้องคดีเมื่อวันที่ ๖ มีนาคม ๒๕๒๓ ยังไม่พ้นกำหนดปีหนึ่งนับแต่เวลาที่โจทก์รู้ว่าตนมีสิทธิเรียกคืน ฟ้องโจทก์จึงไม่ขาดอายุความ ฎีกาจำเลยในข้อนี้ฟังไม่ขึ้นเช่นกัน พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 903/2527 บริษัทขนส่ง จำกัด โจทก์ นายสุรพงษ์ พงษ์สว่าง จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัทขนส่ง จำกัด · จำเลย - นายสุรพงษ์ พงษ์สว่าง
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุทิน เลิศวิรุฬห์ · อำนวย อินทุภูติ · ดำริ ศุภพิโรจน์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายอรรถวิทย์ วรรธนวินิจ · ศาลอุทธรณ์ - นายเรืองสวัสดิ์ พรหมสาขา ณ สกล
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 681/2506ฎีกา 5473/2548ฎีกา 1452/2511ฎีกา 3206/2537ฎีกา 7903/2568ฎีกา 272/2490ฎีกา 2135/2518ฎีกา 6105/2531ฎีกา 1360/2544ฎีกา 1765/2492ฎีกา 1896/2492ฎีกา 5712/2541ฎีกา 991/2548ฎีกา 7051/2540ฎีกา 72/2505ฎีกา 2224/2528ฎีกา 1959/2529ฎีกา 848/2534ฎีกา 1616/2522ฎีกา 4484/2536ฎีกา 1687/2497ฎีกา 1510/2520ฎีกา 3827/2542ฎีกา 759/2519
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา