คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 150/2528
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่จำเลยมิได้อุทธรณ์ขอให้ริบของกลาง ทำให้คดีเฉพาะกระทงความผิดตามพระราชบัญญัติป่าไม้เป็นอันยุติ และศาลอุทธรณ์จะพิพากษาแก้คำพิพากษาศาลชั้นต้นในส่วนที่ไม่ริบของกลางไม่ได้
ย่อคำพิพากษา
โจทก์ฟ้องจำเลยในข้อหาความผิดต่อ พระราชบัญญัติป่าไม้ต่อสู้ขัดขวางและพยายามฆ่าเจ้าพนักงาน ในความผิดต่อ พระราชบัญญัติป่าไม้จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษา ลงโทษจำเลย และริบรถยนต์ของกลาง จำเลยมิได้อุทธรณ์ขอให้ริบของกลาง ดังนั้น คดีเฉพาะกระทงความผิดตามพระราชบัญญัติป่าไม้ จึงเป็นอันยุติตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ไม่ชอบที่ศาลอุทธรณ์จะพิพากษาแก้คำพิพากษาศาลชั้นต้นเป็นไม่ริบรถยนต์ของกลาง
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสองกระทำผิดกฎหมายหลายกรรม คือจำเลยทั้งสองได้ร่วมกับเก็บหาถ่านไม้อันเป็นของป่าหวงห้าม จำนวน10 กระสอบ ปริมาตร 1.25 ลูกบาศก์เมตรโดยไม่ได้รับอนุญาต และร่วมกันมีถ่านไม้ดังกล่าวไว้ในความครอบครองเกินปริมาณที่รัฐมนตรีกำหนด และขณะที่พลตำรวจสฤษดิ์กับพวกเข้าทำการจับกุม จำเลยทั้งสองได้ต่อสู้ขัดขวางโดยจำเลยทั้งสองขับรถยนต์หลบหนีและผลักกระสอบถ่านลงใส่พลตำรวจสฤษดิ์กับพวกขณะขับรถจักรยานยนต์ไล่ติดตามจับกุมด้วยความเร็วสูงและในระยะกระชั้นชิด จำเลยทั้งสองย่อมเล็งเห็นผลได้ว่าการกระทำของจำเลยทั้งสองอาจเป็นเหตุให้พลตำรวจสฤษดิ์กับพวกถึงแก่ความตายได้ แต่เพราะพลตำรวจสฤษดิ์กับพวกต่างหลบเสียทันจึงไม่ถึงแก่ความตาย ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484 มาตรา 29, 29 ทวิ, 71 ทวิ, 72, 74พระราชบัญญัติป่าไม้ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2494 มาตรา 11 พระราชบัญญัติป่าไม้(ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2522 มาตรา 5, 6, 9 พระราชกฤษฎีกากำหนดของป่าหวงห้ามพ.ศ. 2505 มาตรา 4 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288, 289, 138, 80, 83, 32, 91 ริบถ่านไม้และรถยนต์ของกลาง
จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพข้อหาความผิดต่อพระราชบัญญัติป่าไม้ส่วนข้อหาอื่นให้การปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยทั้งสองตามพระราชบัญญัติป่าไม้กับลงโทษฐานพยายามฆ่าเจ้าพนักงานและให้ลงโทษจำเลยที่ 1 ฐานต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานอีกระทงหนึ่งด้วย รถยนต์ของกลางให้ริบ
จำเลยทั้งสองอุทธรณ์เฉพาะข้อหาต่อสู้ขัดขวางและพยายามฆ่าเจ้าพนักงาน
ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดฐานต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานและฐานพยายามทำร้ายเจ้าพนักงาน การกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานพยายามทำร้ายเจ้าพนักงานซึ่งเป็นบทหนัก และให้คืนรถยนต์ของกลางแก่จำเลยที่ 1
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาไม่ริบรถยนต์ของกลางเป็นการชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ศาลฎีกาเห็นว่า โจทก์ฟ้องจำเลยทั้งสองในข้อหาความผิดต่อพระราชบัญญัติป่าไม้กระทงหนึ่ง และความผิดต่อพระราชบัญญัติป่าไม้นั้น จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพตามฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยทั้งสองและริบรถยนต์ของกลาง จำเลยทั้งสองมิได้อุทธรณ์โต้แย้งคำพิพากษาศาลชั้นต้นที่ให้ริบของกลาง ดังนั้นคดีเฉพาะกระทงความผิดตามพระราชบัญญัติป่าไม้จึงเป็นอันยุติตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ไม่ชอบที่ศาลอุทธรณ์จะพิพากษาแก้คำพิพากษาศาลชั้นต้นเป็นไม่ริบรถยนต์ของกลาง
พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ริบรถยนต์ของกลางตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 150/2528
อัยการอุทัยธานี โจทก์
นายตี๋ มงคลศิริ กับพวก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยการอุทัยธานี · จำเลย - นายตี๋ มงคลศิริ กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | มาโนช เพียรสนอง · อาจ ปัญญาดิลก · วุฒิ ยุววิทยาพาณิชย์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา