⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 811-812/2481

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 811-812/2481

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่คู่ความสมัครใจวิวาททำร้ายกันเอง ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะถือว่าตนเป็นผู้เสียหายฟ้องร้องอีกฝ่ายหนึ่งได้นั้น ต้องพิจารณาจากพยานหลักฐานในคดีของตนเองเป็นหลัก โดยไม่สามารถนำข้อเท็จจริงที่ศาลวินิจฉัยในคดีของอีกฝ่ายหนึ่งมาตัดสินคดีของตนได้ แม้คดีทั้งสองจะมีมูลกรณีเดียวกันและได้มีการพิจารณารวมกันมาก่อนก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

สมัครใจวิวาททำร้ายฟ้องกันแลกัน ฝ่ายใดจะถือว่าตนเป็นผู้เสียหายฟ้องหากฝ่ายหนึ่งมิได้คดีอาญา 2 เรื่องมูลกรณีเดียวกัน แต่โจทก์ต่างคนกันแม้จะได้พิจารณารวมกันมาก็แต่เมื่อศาลได้แยกวินิจฉัยต่างหากจากกันแล้วดังนี้จะถือว่าข้อเท็จจริงที่ฟังได้ในคดีเรื่องหนึ่งมาตัดสินสำหรับคดีอีกเรื่องหนึ่งหาได้ไม่

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.28 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.30 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.33 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.185 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.219 ประมวลกฎหมายอาญา ม.254 ประมวลกฎหมายอาญา ม.256

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

อัยยการเป็นโจทก์ฟ้องจำเลยทั้ง ๖ คนฐานวิวาททำร้ายร่างกายบาดเจ็บสาหัสและนายชื่นจำเลยในสำนวนอัยยการได้เป็นโจทก์ฟ้องนายไข่ นายจุก นายสวัสดิ์ นายพันเป็นจำเลยฐานทำร้ายร่างกายตนบาดเจ็บสาหัส ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องคดีในสำนวนอัยยการเป็นโจทก์อ้างว่าพะยานหลักฐานไม่เพียงพอ ส่วนสำนวนที่นายชื่นเป็นโจทก์นั้นลงโทษนายไข่จำเลยผู้เดียวตาม ม.๒๕๔ จำคุก ๑ ปี อัยยการโจทก์นายชื่นในฐานะเป็นโจทก์และนายไข่จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นพ้องกับศาลชั้นต้นว่าในคดีที่อัยยการเป็นโจทก์หลักฐานไม่พอพิพากษายืนตามศาลชั้นต้น ในคดีที่นายชื่นเป็นโจทก์นั้นฟังได้ว่านายชื่นกับนายไข่ได้สมัครใจเข้าวิวาททำร้ายซึ่งกันและกัน นายชื่นจะถือตนว่าเป็นผู้เสียหายตาม ม.๒๘(๒) แห่งประมวลวิธีพิจารณาอาญาไม่ได้ จึงพิพากษาให้ยกฟ้องนายชื่นโจทก์เสีย อัยยการโจทก์ฎีกาว่าควรลงโทษนายไข่นายชื่นตามฟ้องอัยยการ เพราะศาลอุทธรณ์เชื่อว่า นายชื่น นายไข่วิวาทต่อสู้กันส่วนนายชื่นโจทก์ฎีกาว่านายไข่จำเลยมีความผิด ศาลฎีกาตัดสินว่าสำนวนอัยยการเป็นโจทก์นั้น ศาลล่างทั้ง ๒ พิพากษาต้องกันมาว่าจำเลยทั้ง ๖ ไม่มีความผิด โจทก์จะฎีกาได้แต่ฉะเพาะข้อกฎหมาย มาตรา ๑๘๕ แห่งประมวลวิธีพิจารณาอาญาที่อัยยการโจทก์อ้างมานั้นหมายความเพียงว่า เมื่อศาลเห็นว่าจำเลยได้กระทำผิดและไม่มีการยกเว้นโทษตามกฎหมายก็ให้ศาลลงโทษจำเลยตามนั้น แต่คดีนี้แม้ศาลอุทธรณ์จะฟังว่านายชื่นนายไข่วิวาททำร้ายกันก็ดีก็เป็นข้อเท็จจริงในคดีที่นายชื่นเป็นโจทก์ซึ่งเป็นคนละสำนวน แม้จะได้พิจารณารวมกัน แต่ศาลอุทธรณ์ก็ได้แยกวินิจฉัยเด็ดขาดไปแล้ว ฎีกาของอัยยการโจทก์นั้นฟังไม่ขึ้น ส่วนฎีกาของนายชื่นคงเห็นพ้องกับศาลอุทธรณ์ว่า นายชื่น นายไข่สมัครวิวาททำร้ายซึ่งกันแลกัน นายชื่นไม่มีอำนาจฟ้องนายไข่ เพราะตนไม่ใช่ผู้เสียหายตามกฎหมายพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ทุกประการ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 811 - 812/2481 อัยยการนนทบุรี โจทก์ นายไข่ นายจุก นายพัน นายสวัสดิ์ นายชื่น นายเตี้ย จำเลย นายชื่น ชูถม โจทก์ นายไข่ นายจุก นายสวัสดิ์ นายพัน จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยยการนนทบุรี · จำเลย - นายไข่ นายจุก นายพัน นายสวัสดิ์ นายชื่น นายเตี้ย · โจทก์ - นายชื่น ชูถม · จำเลย - นายไข่ นายจุก นายสวัสดิ์ นายพัน
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เทฟโนต์ · อมาตย์ · อรรถกฤต ช.เพ็ญชาติ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลชั้นต้น - หลวงบริหารฯ · ศาลอุทธรณ์ - พระสุทธิอรรถฯ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 713/2466ฎีกา 6205/2541ฎีกา 1656/2544ฎีกา 1917/2559ฎีกา 2530/2527ฎีกา 1305/2547ฎีกา 98-100/2470ฎีกา 264/2499ฎีกา 297/2472ฎีกา 8080/2538ฎีกา 809/2468ฎีกา 1974/2497ฎีกา 3026/2517ฎีกา 618/2568ฎีกา 730/2486ฎีกา 218/2555ฎีกา 754/2486ฎีกา 2252/2560ฎีกา 1211/2536ฎีกา 2963/2535ฎีกา 1228/2510ฎีกา 726/2487ฎีกา 848/2545ฎีกา 2813/2566
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา