⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 159/2528

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 159/2528

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
แม้ข้อหาฐานมีและพาอาวุธปืนโดยมิได้รับอนุญาตต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง แต่หากศาลฎีกาเห็นว่าพยานหลักฐานไม่เพียงพอ ศาลฎีกามีอำนาจยกฟ้องในความผิดดังกล่าวได้

ย่อคำพิพากษา

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นที่ให้ลงโทษจำเลยฐานฆ่าผู้ตายกระทงหนึ่ง ฐานมีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยมิได้รับอนุญาตกระทงหนึ่ง และฐานพาอาวุธปืนโดยมิได้รับอนุญาตอีกกระทงหนึ่ง แม้ข้อหาฐานมีและพาอาวุธปืนโดยมิได้รับอนุญาตนั้น ต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 ก็ตาม เมื่อศาลฎีกาเห็นว่าพยานหลักฐานของโจทก์ไม่พอรับฟังว่าจำเลยเป็นคนร้ายที่ใช้อาวุธปืนยิงผู้ตายแล้ว ศาลฎีกาก็มีอำนาจที่จะยกฟ้องโจทก์ในความผิดทั้งสองฐานนี้ได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 185

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.185 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.195 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.218 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.225 ประมวลกฎหมายอาญา ม.288 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 ม.7 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 ม.72

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยมีอาวุธปืนลูกซองยาว ๑ กระบอกและเครื่องกระสุนปืน โดยไม่รับอนุญาต พาอาวุธปืนติดตัวไปในหมู่บ้านและใช้อาวุธปืนยิงผู้ตายจนถึงแก่ความตาย ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘, ๓๗๑ พระราชบัญญัติอาวุธปืน ฯ พ.ศ. ๒๔๙๐ มาตรา ๗, ๘ ทวิ, ๗๒, ๗๒ ทวิ ฯลฯ จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน ฯ มาตรา ๗, ๗๒ กระทงหนึ่ง ผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน ฯ มาตรา ๘, ๗๒ ทวิ กับประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๗๑ กระทงหนึ่ง และผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘ อีกกระทงหนึ่ง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า พยานหลักฐานนของโจทก์ไม่มั่นคงพอที่จะให้รับฟังว่าจำเลยเป็นคนร้ายที่ใช้อาวุธปืนยิงผู้ตายตามฟ้อง ส่วนความผิดฐานมีอาวุธปืนไว้ในครอบครองและพกพาอาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาตนั้น แม้ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ลงโทษจำคุกจำเลยแต่ละกระทงไม่เกิน ๕ ปี ซึ่งต้องห้ามมิให้จำเลยฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๒๑๘ ก็ตาม เมื่อศาลฎีกาเห็นว่าพยานหลักฐานของโจทก์ไม่พอรับฟังว่าจำเลยเป็นคนร้ายที่ใช้อาวุธปืนยิงผู้ตายแล้ว ศาลฎีกาก็มีอำนาจที่จะยกฟ้องโจทก์ในความผิดทั้งสองฐานนี้ได้ด้วย ทั้งนี้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๘๕ พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 159/2528 พนักงานอัยการจังหวัดตรัง โจทก์ นายสว่างหรือเหลือม น้ำแก้ว จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดตรัง · จำเลย - นายสว่างหรือเหลือม น้ำแก้ว
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สมประสงค์ พานิชอัตรา · ยนต์ พิรวินิจ · สุรัตน์ ศรีอนุพันธุ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดตรัง - นายพิศาล อัยยะวรากูล · ศาลอุทธรณ์ - นายชลอ กลับดี
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6205/2541ฎีกา 99/2541ฎีกา 9114/2552ฎีกา 3345/2535ฎีกา 2530/2527ฎีกา 1588/2479ฎีกา 7651/2552ฎีกา 2147/2521ฎีกา 712/2559ฎีกา 5305/2539ฎีกา 226/2529ฎีกา 4276/2534ฎีกา 7988/2551ฎีกา 1715/2545ฎีกา 1638/2492ฎีกา 1795/2493ฎีกา 6355/2544ฎีกา 664/2520ฎีกา 4225/2559ฎีกา 551/2514ฎีกา 2813/2566ฎีกา 11720/2555ฎีกา 4519/2544ฎีกา 7601/2540
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา