⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1601/2528

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1601/2528

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การอุทธรณ์คำพิพากษาศาลชั้นต้นในคดีที่กฎหมายห้ามอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง หากศาลอุทธรณ์รับวินิจฉัยปัญหาข้อเท็จจริงนั้น ถือว่าเป็นการดำเนินการที่มิชอบด้วยกฎหมาย และข้อเท็จจริงที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยไปนั้นไม่อาจนำมาใช้เป็นฐานในการฎีกาต่อไปได้

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องจำเลยข้อหาโกงเจ้าหนี้ตาม ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 350 ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า การโอนขายที่ดินยังฟังไม่ได้ว่าจำเลยกระทำไปโดยทุจริตที่จะไม่ให้โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้ได้รับชำระหนี้ พิพากษายกฟ้อง คดีจึงต้องห้ามอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงฯ มาตรา 22 ประกอบกับ พระราชบัญญัติให้นำวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงมาใช้บังคับในศาลจังหวัดพ.ศ.2520 มาตรา 3 โจทก์อุทธรณ์ว่า จากพยานหลักฐานโจทก์ข้อเท็จจริงรับฟังได้แล้วว่าจำเลยโอนขายที่ดินไปโดยเจตนาทุจริตเพื่อมิให้โจทก์ได้รับชำระหนี้จากทรัพย์สินดังกล่าว จึงเป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามบทกฎหมายดังกล่าว การที่ศาลอุทธรณ์รับวินิจฉัยปัญหาข้อเท็จจริงให้ตามอุทธรณ์ของโจทก์ จึงเป็นการมิชอบต้องถือว่าข้อเท็จจริงเป็นอันยุติตามคำวินิจฉัยของศาลชั้นต้นว่าจำเลยมิได้กระทำผิดตามฟ้อง โจทก์จึงไม่มีสิทธิฎีกา

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.350

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยข้อหาความผิดฐานโกงเจ้าหนี้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 350 ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว มีคำสั่งประทับฟ้อง จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาเฉพาะปัญหาข้อกฎหมาย ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องจำเลยในข้อหาความผิดฐานโกงเจ้าหนี้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 350 ซึ่งมีอัตราโทษจำคุกไม่เกินสองปีหรือปรับไม่เกินสี่พันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าการที่จำเลยโอนขายที่ดินดังกล่าว ยังฟังไม่ได้ว่า จำเลยกระทำไปโดยสุจริตที่จะไม่ให้โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้ได้รับชำระหนี้ การกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นความผิดตามที่โจทก์ฟ้อง พิพากษายกฟ้อง คดีจึงต้องห้ามอุทธรณ์คำพิพากษาศาลชั้นต้นในปัญหาข้อเท็จจริง ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ. 2499 มาตรา 22แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2503 มาตรา 10 ประกอบกับพระราชบัญญัติให้นำวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงมาใช้บังคับในศาลจังหวัดพ.ศ. 2520 มาตรา 3 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติให้นำวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงมาใช้บังคับในศาลจังหวัด (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2503มาตรา 3 โจทก์อุทธรณ์สรุปความได้ว่าจากพยานหลักฐานโจทก์ ข้อเท็จจริงรับฟังได้แล้วว่า จำเลยโอนขายที่ดินทั้งสามแปลงไปโดยเจตนาทุจริตเพื่อมิให้โจทก์ได้รับชำระหนี้จากทรัพย์สินดังกล่าว จึงเป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามตามบทกฎหมายดังกล่าว การที่ศาลอุทธรณ์รับวินิจฉัยปัญหาข้อเท็จจริงให้ตามอุทธรณ์ของโจทก์จึงเป็นการมิชอบ และต้องถือว่าข้อเท็จจริงเป็นอันยุติตามคำวินิจฉัยของศาลชั้นต้นว่าจำเลยไม่ได้กระทำความผิดตามฟ้อง โจทก์จึงไม่มีสิทธิฎีกา ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย พิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ และยกฎีกาโจทก์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1601/2528 ธนาคารมหานคร จำกัดฯ โจทก์ นายกิติรัตน์ สวัสดิ์ภักดี จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ธนาคารมหานคร จำกัดฯ · จำเลย - นายกิติรัตน์ สวัสดิ์ภักดี
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สกุล เศรษฐสุข · สหัส สิงหวิริยะ · จุนท์ จันทรวงศ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 271/2522ฎีกา 5367/2551ฎีกา 4225/2559ฎีกา 14025/2557ฎีกา 9202/2553ฎีกา 16070-16072/2555ฎีกา 1406/2512ฎีกา 13335/2555ฎีกา 1074/2511ฎีกา 268/2521ฎีกา 870/2518ฎีกา 2899/2543ฎีกา 6221/2545ฎีกา 8782/2558ฎีกา 2745/2523ฎีกา 490/2502ฎีกา 252/2537ฎีกา 1418/2550ฎีกา 392/2506ฎีกา 1474/2517ฎีกา 3204/2528ฎีกา 4522/2536ฎีกา 6761/2544ฎีกา 1898/2554
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา