⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1691/2528

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1691/2528

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
บิดามารดามีหน้าที่ร่วมกันอุปการะเลี้ยงดูบุตรผู้เยาว์ และฝ่ายที่ปกครองบุตรมีสิทธิฟ้องเรียกค่าอุปการะเลี้ยงดูจากอีกฝ่ายหนึ่งเพื่อแบ่งส่วนความรับผิดในฐานะลูกหนี้ร่วมกันได้

ย่อคำพิพากษา

บิดาและมารดามีหน้าที่ร่วมกันให้การอุปการะเลี้ยงดูและให้การศึกษาแก่บุตรผู้เยาว์ในลักษณะเป็นลูกหนี้ร่วมกันซึ่งต้องรับผิดเป็นส่วนเท่าๆ กัน สามีภริยาหย่าขาดจากกันและตกลงให้บุตรผู้เยาว์อยู่ในความปกครองของฝ่ายหนึ่งโดยมิได้ตกลงกันว่าฝ่ายที่ปกครองบุตรนั้นจะเป็นผู้ออกค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตรแต่ฝ่ายเดียว ดังนี้ ฝ่ายที่ปกครองบุตรย่อมมีสิทธิฟ้องเรียกค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตรจากอีกฝ่ายหนึ่งตั้งแต่วันหย่าจนถึงวันฟ้องเพื่อแบ่งส่วนความรับผิดในฐานะที่เป็นลูกหนี้ร่วมกันได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.229 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.296 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1564

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์จำเลยสมรสกันเมื่อ พ.ศ. ๒๕๑๑ มีบุตรด้วยกัน ๒ คน อายุ ๙ ปีและ๗ ปี ต่อมา พ.ศ. ๒๕๒๑ โจทก์จำเลยหย่าขาดจากกัน และบุตรทั้งสองอยู่ในความปกครองของโจทก์ โจทก์เป็นผู้อุปการะเลี้ยงดูตลอดมา หลังจากหย่ากันแล้วจำเลยไม่เคยส่งค่าอุปการะเลี้ยงดูและค่าการศึกษาให้แก่บุตรผู้เยาว์ทั้งสองจนถึงวันฟ้องเป็นเวลา ๑ ปี ๕ เดือนเศษ ขอให้บังคับให้จำเลยจ่ายค่าอุปการะเลี้ยงดูถึงวันฟ้อง ๓๔,๐๐๐ บาท กับให้ชำระค่าอุปการะเลี้ยงดูนับถัดจากวันฟ้องเดือนละ ๒,๐๐๐ บาท จนกว่าผู้เยาว์ทั้งสองจะบรรลุนิติภาวะหรือเรียนสำเร็จปริญญาตรี จำเลยให้การว่า เมื่อจดทะเบียนหย่าแล้ว ตกลงกันว่าให้บุตรอยู่ในความปกครองของโจทก์โดยโจทก์จะเป็นผู้เลี้ยงดูเอง จำเลยได้จ่ายเงินส่งเสียอุปการะเลี้ยงดูมิได้ขาด โจทก์เรียกค่าอุปการะเลี้ยงดูมากเกินไป โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องเอาค่าอุปการะเลี้ยงดูย้อนหลัง เพราะโจทก์เป็นมารดามีหน้าที่ตามกฎหมายและตามศีลธรรมอยู่แล้ว จำเลยไม่อยู่ในฐานะที่จะให้ค่าอุปการะเลี้ยงดูได้ โจทก์มีฐานะดีกว่าจำเลยหากโจทก์ไม่สามารถเลี้ยงดูผู้เยาว์ได้ จำเลยยินดีจะอุปการะผู้เยาว์ ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าอุปการะเลี้ยงดูและให้การศึกษาบุตรผู้เยาว์ที่ค้างชำระเป็นเวลา ๑ ปี ๕ เดือน เดือนละ ๑,๕๐๐ บาท เป็นเงิน ๒๕,๕๐๐ บาท และให้ชำระค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตรผู้เยาว์ทั้งสองแก่โจทก์นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปคนละ๗๕๐ บาทต่อเดือน จนกว่าบุตรจะมีอายุ ๑๕ ปีบริบูรณ์ และต่อจากนั้นคนละ ๑,๐๐๐ บาทต่อเดือน จนกว่าบุตรจะบรรจุนิตภาวะ โจทก์และจำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์แผนกคดีเด็กและเยาวชนพิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยชำระค่าอุปการะเลี้ยงดูและให้การศึกษาบุตรทั้งสองเป็นเงิน ๑๗,๕๐๐ บาท กับให้จำเลยชำระค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตรทั้งสองนับแต่วันฟ้องคนละ ๕๐๐ บาทต่อเดือน จนกว่าบุตรทั้งสองแต่ละคนจะมีอายุครบ ๑๕ ปีบริบูรณ์ หากจำเลยได้รับเงินเพิ่มขึ้นก็ให้จำเลยเพิ่มค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตรทั้งสองอีกหนึ่งในสี่ของเงินเดือนที่เพิ่มตลอดไปจนกว่าบุตรทั้งสองจะบรรลุนิติภาวะ โจทก์จำเลยฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีเด็กและเยาวชนฟังข้อเท็จจริงว่า โจทก์จำเลยสมรสกันเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๑๑ มีบุตรด้วยกัน ๒ คนอายุ ๙ ปีและ ๗ ปี เมื่อวันที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๒๒ โจทก์จำเลยได้จดทะเบียนหย่าจาดจากการเป็นสามีภริยากันและตกลงกันให้บุตรทั้งสองซึ่งยังเป็นผู้เยาว์อยู่ในความปกครองของโจทก์ โจทก์เป็นผู้ให้การอุปการะเลี้ยงดูและให้การศึกษาแก่บุตรทั้งสองตลอดมา แล้ววินิจฉัยข้อกฎหมายว่าประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๕๖๔ วรรคแรก บัญญัติว่า "บิดามารดาจำต้องอุปการะเลี้ยงดูและให้การศึกษาตามสมควรแก่บุตรในระหว่างที่เป็นผู้เยาว์" ตามบทบัญญัติดังกล่าวเห็นได้ว่า บิดาและมารดามีหน้าที่ร่วมกันในการให้การอุปการะเลี้ยงดูและให้การศึกษาแก่บุตรผู้เยาว์ อันเป็นลูกหนี้ร่วมกัน หาใช่เป็นหน้าที่ของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งแต่ฝ่ายเดียวไม่ ในระหว่างลูกหนี้ร่วมกันนั้นย่อมจะต้องรับผิดเป็นส่วนเท่า ๆ กัน เว้นเต่จะได้กำหนดไว้เป็นอย่างอื่นซึ่งอาจกำหนดโดยนิติกรรมสัญญาหรือตามที่กฎหมายบัญญัติไว้ ถึงแม้โจทก์จำเลยจะหย่าขาดจากการเป็นสามีภริยากันและตกลงกันให้บุตรผู้เยาว์อยู่ในความปกครองของโจทก์ เมื่อมิได้ตกลงกันว่าโจทก์จะเป็นผู้ออกค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตรแต่ฝ่ายเดียวโจทก์ก็ย่อมมีสิทธิฟ้องเรียกค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตรตั้งแต่วันหย่าจนถึงวันฟ้องเพื่อแบ่งส่วนความรับผิดในฐานะที่เป็นลูกหนี้ร่วมกันได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๒๒๙ และ ๒๙๖ ส่วนค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตรสมควรเป็นจำนวนเงินเท่าใด ศาลมีอำนาจกำหนดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๕๒๒ ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น พิพากษาแก้เป็นว่าให้จำเลยชำระค่าอุปการะเลี้ยงดูและให้การศึกษาบุตรทั้งสองเป็นเงิน ๑๗,๐๐๐ บาท กับให้จำเลยชำระค่าอุปการะเลี้ยงดูนับแต่วันฟ้องคนละ ๕๐๐ บาทต่อเดือนจนกว่าบุตรแต่ละคนจะมีอายุครบ ๑๕ ปีบริบูรณ์ และต่อจากนั้นคนละ ๗๕๐ บาทต่อเดือนจนกว่าบุตรแต่ละคนจะบรรลุนิติภาวะ คำขออื่นให้ยก ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1691/2528 นางนภาพร ปาจรียานนท์ โจทก์ นายเดชา เจริญเสรี จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางนภาพร ปาจรียานนท์ · จำเลย - นายเดชา เจริญเสรี
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ศักดิ์ สนองชาติ · โกมล อิศรางกูร ณ อยุธยา · อภินย์ ปุษปาคม
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลคดีเด็กและเยาวชนกลาง - นายดำรุพงศ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา · ศาลอุทธรณ์ - นาไกร บุญญะกิติ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1608/2529ฎีกา 4871/2538ฎีกา 850/2475ฎีกา 2217/2524ฎีกา 4117/2550ฎีกา 524/2536ฎีกา 1649/2534ฎีกา 16040/2555ฎีกา 3596/2546ฎีกา 1805/2500ฎีกา 4382/2566ฎีกา 4839/2538ฎีกา 2716/2525ฎีกา 2971/2544ฎีกา 1568/2552ฎีกา 7130/2555ฎีกา 3091/2535ฎีกา 257/2502ฎีกา 1067/2524ฎีกา 1602/2542ฎีกา 6257/2539ฎีกา 2396/2517ฎีกา 850/2493ฎีกา 126/2521
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา