⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 715/2493

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 715/2493

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
1. หุ้นส่วนผู้ใช้หนี้ของห้างหุ้นส่วนแทนไป มีสิทธิฟ้องเรียกให้หุ้นส่วนผู้รับโอนกิจการของห้างหุ้นส่วนชำระหนี้ได้ 2. การฟ้องเรียกให้ชำระหนี้ที่หุ้นส่วนได้ใช้แทนไปนั้น ไม่ใช่การกู้ยืมเงินตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 653 และไม่จำเป็นต้องแนบเอกสารมาพร้อมฟ้อง

ย่อคำพิพากษา

คำฟ้องคดีแพ่งที่หุ้นส่วนผู้หนึ่งได้ใช้หนี้ของห้างหุ้นส่วนแทนไป ฟ้องหุ้นส่วนผู้รับโอนกิจการของหุ้นส่วนไปโดยรบรองจำเป็นต้องบรรยายว่าโจทก์ได้ชำระเงินกี่ครั้งเมื่อวันใด ไม่เป็นฟ้องที่เคลือบคลุม การที่โจทก์ผู้เป็นหุ้นส่วนรับใช้หนี้ ค่าก่อสร้างโรงมหรศพที่โจทก์จำเลยและผู้อื่นซึ่งเป็นหุ้นสวนกันแทนไปที่ประชุมให้จำเลยซึ่งเป็นผู้จัดการรายได้ผ่อนให้ใช้โจทก์ ภายหลังหุ้นส่วนเลิกกันจำเลยรับโอนกิจการมาทั้งหมดดังนี้ โจทก์ฟ้องให้จำเลยชำระได้ การฟ้องให้ชำระหนี้ที่โจทก์ใช้แทนไปดังกล่าว ไม่ใช่เป็นการกู้ยืมตาม ป.ม.แพ่งฯ มาตรา 653 และไม่ใช่เรื่องที่กฎหมายให้แนบหรือแสดงเอกสารมาพร้อมฟ้อง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.172 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.226 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.229 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.350 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.653

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์จำเลยกับบุคคลอื่นหลายคนได้เข้าหุ้นส่วนสามัญไม่จดทะเบียน เพื่อปลูกสร้างโรงมหรศพในที่ดินของจำเลย เพื่อหามหรศพมาแสดงหรือให้เช่า จำเลยเป็นผู้จัดการและรักษาเงินเพื่อจัดการก่อสร้างดำเนินงาน ในการปลูกสร้างจำเลยเป็นหนี้ค่าก่อสร้างแก่ ห. และถูกฟ้อง ห. จัดการบังคับคดี โจทก์ได้เข้าใช้หนี้แทนเป็นเงิน ๒,๖๐๐ บาท โดยความรู้เห็นยินยอมของจำเลย โจทก์จึงเข้ารับช่วงสิทธิเป็นเจ้าหนี้จำเลยในเงินจำนวนนี้ ต่อมาหุ้นส่วนถอนหุ้นหมดโรงมหรศพจึงตกเป็นของจำเลยผู้เดียว จำเลยรับรองจะผ่อนชำระ ๒,๖๐๐ บาทให้โจทก์ทุกวัน โจทก์เก็บเงินจากค่าฝ่ายประตูหรือค่าเช่า จำเลยต่อสู่ว่าไม่ได้เป็นหนี้โจทก์ ฟ้องโจทก์เคลือบคลุม ที่ว่าชำระเงินไป ๒,๖๐๐ บาทไม่ปรากกวันเดือนปี ไม่แสดงหลักฐานเป็นหนังสือและอื่น ๆ ศาลแพ่งฟังข้อเท็จจริงตามฟ้อง เห็นว่าการที่โจทก์ชำระหนี้แทนจำเลยไปดังกบ่าว โจทก์ได้รับช่วงสิทธิของเจ้าหนี้ตาม ป.ม.แพ่งฯมาตรา ๒๒๖ และ ๒๒๙(๓) ไม่จำต้องมีหลักฐานตามมาตรา ๖๕๓ ฟ้องไม่เคลือบคลุม พิพากษาให้จำเลยชำระหนี้ ๒๖๐๐ บาทกับดอกเบี้ย ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาเห็นค่า คำฟ้องใดจะต้องมีข้อบรรยายอย่งใด ต้องมีวันเดือนปีหรือไม่ ทางแพ่งเหมือนกันทางอาญา และไม่ได้บังคับให้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับวันเวลาเหมือน ป.ม.วิ.อาญามาตรา ๑๕๘(๕) ต้องแล้วแต่ลักษณะคำพ้องและประเด็นที่ตั้งมาเป็นประมาณ คดีนี้โจทก์ ไม่จำเป็นต้องบรรยายว่าดจทก์ได้ชำระเงินไปกี่ครั้ง ครั้งไหนเท่าใด เมื่อวันเดือนปีใด เพราะจำเลยไม่ได้ชำระหนี้ เป็นแต่การสู้ว่าเงินที่โจทก์ชำระเป็นเงินของจำเลยเอง ที่ว่าฟ้องเคลือบคลุมเพราะไม่แสดงหลักฐานเป็นหนังสือนั้น ไม่ใช่เรื่องที่กฎหมายให้แนบหรือแสดง เอกสารเห็นพ้องด้วยศาลล่างว่าโจทก์ไม่เคลือบคลุม ส่วนข้อเท็จจริงว่า โจทก์ได้รับชำระให้ ห. ที่ประชุมตกลงให้เก็บรายได้ผ่อนให้ใช้โจทก์ ๆ ได้ใช้หนี้นั้นแล้ว จึงมีหน้าที่ต้องใช้เงินที่โจทก์ชำระแก่ ห. คืนแก่โจกท์ กรณีเช่นนี้ไม่ใช่กู้ยืมไม่ต้องด้วย ป.ม.แพ่งฯ มาตรา ๖๕๓ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 715/2493 นายผ่อง ย้วยความดี โจทก์ นายเยื้อน สุขะศิริ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายผ่อง ย้วยความดี · จำเลย - นายเยื้อน สุขะศิริ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)จำรูญเนติศาสตร์ · มนูภันย์วิมลสาร · นนทปัญญา
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลชั้นต้น - นายกำธร พันธุลาภ · ศาลอุทธรณ์ - นายสัญญา ธรรมศักดิ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 767/2518ฎีกา 681/2506ฎีกา 610/2520ฎีกา 5473/2548ฎีกา 1452/2511ฎีกา 231/2482ฎีกา 170/2546ฎีกา 2834/2527ฎีกา 1415/2540ฎีกา 272/2490ฎีกา 3542/2545ฎีกา 199/2537ฎีกา 6105/2531ฎีกา 794/2509ฎีกา 56/2520ฎีกา 1896/2492ฎีกา 991/2548ฎีกา 2657/2534ฎีกา 7051/2540ฎีกา 1145/2512ฎีกา 306/2506ฎีกา 4007/2552ฎีกา 2224/2528ฎีกา 1776/2541
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา