⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 196/2528

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 196/2528

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
1. ฟ้องคดีอาญาต้องระบุวันเวลาที่จำเลยกระทำผิดให้ชัดเจน หากไม่ชัดเจนถือเป็นฟ้องที่ไม่สมบูรณ์ 2. การขอแก้ฟ้องตามกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 164 ใช้ได้เฉพาะกรณีที่ฟ้องเดิมสมบูรณ์อยู่แล้วเท่านั้น ไม่สามารถใช้แก้ฟ้องที่ไม่สมบูรณ์ให้สมบูรณ์ได้

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยกระทำผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค โดยบรรยายฟ้องแต่เพียงวันเดือนปีที่จำเลยออกเช็ค และบรรยายต่อไปว่า เมื่อเช็คถึงกำหนดสั่งจ่าย โจทก์นำไปขึ้นเงินและธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินซึ่งไม่อาจชี้ชัดหรือคาดคะเนได้ว่าธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินวันใด เป็นฟ้องที่ไม่ปรากฏวันที่อ้างว่าจำเลยกระทำผิด จึงเป็นฟ้องที่ไม่สมบูรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158(5) การขอแก้ฟ้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 164 นั้น ฟ้องเดิมจะต้องสมบูรณ์อยู่แล้ว หากมีข้อที่จะต้องแก้หรือเพิ่มเติมอีก ไม่ใช่เป็นเรื่องที่ฟ้องเดิมไม่สมบูรณ์ แต่โจทก์มาขอแก้ให้สมบูรณ์เช่นนี้หาได้ไม่

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.158 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.164 พระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2497 ม.3

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.๒๔๙๗ มาตรา ๓ ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วประทับฟ้อง จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ปรากฏตามคำฟ้องโจทก์บรรยายแต่เพียงว่าจำเลยออกเช็คพิพาทลงวันที่ ๑๒ - ๖ - ๒๔ เมื่อเช็คถึงกำหนดสั่งจ่ายโจทก์นำเช็คไปขึ้นเงินและธนาคารตามเช็คปฏิเสธการจ่ายเงิน ข้อเท็จจริงตามที่โจทก์บรรยายมาดังกล่าวเห็นว่าไม่อาจชี้ชัดหรือคาดคะเนได้ว่า วันที่ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินคือวันที่ ๑๒ - ๖ - ๒๔ ตามที่โจทก์ฎีกา เพราะโจทก์อาจนำเช็คไปขึ้นเงินหลังจากวันดังกล่าวก็ได้ ฉะนั้นจะถือหรืออนุมานเอาว่าวันที่ ๑๒ - ๖ -๒๔ เป็นวันที่ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินย่อมไม่ได้ ฟ้องโจทก์จึงไม่ปรากฏวันที่อ้างว่าจำเลยกระทำผิด จึงเป็นฟ้องที่ไม่สมบูรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๕๘(๕) ดังนั้น การที่โจทก์มาขอแก้ไขเพิ่มเติมฟ้องภายหลังจึงไม่อาจกระทำได้ เพราะการแก้ไขหรือเพิ่มเติมฟ้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๖๔ นั้น จะต้องเป็นเรื่องขอแก้ไขหรือเพิ่มเติมฟ้องที่สมบูรณ์อยู่แล้ว หากมีข้อที่โจทก์จะขอแก้หรือเพิ่มเติมอีก ไม่ใช่เป็นเรื่องที่ฟ้องเดิมไม่สมบูรณ์ แต่โจทก์มาขอแก้เพื่อให้สมบูรณ์ขึ้น อันเป็นการกระทำให้จำเลยเสียเปรียบ ดังนี้หาได้ไม่ พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 196/2528 นายชัย ตันเจริญ โจทก์ นายประเสริฐ กิจสิทธิชัย จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายชัย ตันเจริญ · จำเลย - นายประเสริฐ กิจสิทธิชัย
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สวัสดิ์ รอดเจริญ · ทวี กสิยพงศ์ · เสรี แสงศิลป์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลอาญา - นายสนอง ยูถะสุนทร · ศาลอุทธรณ์ - นายสุเมธ สุทธิวาทนฤพุฒิ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1597/2522ฎีกา 9114/2552ฎีกา 666/2502ฎีกา 1146/2526ฎีกา 130/2528ฎีกา 2197/2547ฎีกา 1992/2530ฎีกา 937/2549ฎีกา 20/2491ฎีกา 18211/2555ฎีกา 1411/2499ฎีกา 1220/2510ฎีกา 3593/2529ฎีกา 425/2486ฎีกา 901/2480ฎีกา 1294/2509ฎีกา 848/2545ฎีกา 884/2484ฎีกา 5103/2528ฎีกา 2292/2540ฎีกา 5723-5724/2531ฎีกา 967/2501ฎีกา 3864/2546ฎีกา 514/2486
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา