คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1971/2528
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การเข้าล้อมบ้านในเวลากลางคืนโดยไม่มีอำนาจตามกฎหมาย ทำให้ผู้ถูกล้อมมีสิทธิป้องกันตนเองได้ แต่การใช้อาวุธปืนยิงโดยไม่ตรวจสอบให้แน่ใจก่อน ถือเป็นการป้องกันเกินกว่าเหตุ
ย่อคำพิพากษา
แม้ พันตำรวจตรีช. กับพวกจะเป็นเจ้าพนักงานและออกมาปฏิบัติตามหน้าที่เพื่อจับกุมและตรวจค้นบ้านจำเลยด้วยเหตุอันสมควรและมีหมายค้น แต่ได้ไปล้อมบ้านจำเลยและขอตรวจค้นในเวลากลางคืน ซึ่งทำไม่ได้เพราะขัดกับประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 96 จึงไม่ได้รับความคุ้มครองและมีฐานะเป็นเจ้าพนักงานตามกฎหมาย พันตำรวจตรี ช. กับพวกเข้าล้อมบ้านจำเลยในเวลากลางคืน จึงมีเหตุผลเพียงพอที่จำเลยจะคิดว่าเป็นพวกคนร้าย และกระทำการใดๆ เพื่อป้องกันสิทธิของตนได้ตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 68 แต่การที่จำเลยใช้อาวุธปืนยิงก่อนโดยไม่ดูให้ดีเสียก่อนว่าพวกที่มาล้อมบ้านเป็นคนร้ายจริงหรือไม่ เป็นการใช้สิทธิป้องกันเกินสมควรแก่เหตุ ตามมาตรา 69
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกับพวกได้ร่วมกันใช้อาวุธปืนยิงพันตำรวจตรีชัชวาลย์กับพวกซึ่งเป็นเจ้าพนักงานตำรวจกระทำการตามหน้าที่เข้าจับกุมจำเลยตามหมายจับและตรวจค้นบ้านจำเลยตามหมายค้น กระสุนปืนถูกพลตำรวจทวีถึงแก่ความตายในขณะกระทำการตามหน้าที่ ขอให้ลงโทษ
จำเลยทั้งสามให้การปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 ที่ 2 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 289(2) ให้ยกฟ้องจำเลยที่ 3
จำเลยที่ 1 ที่ 2 อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยที่ 1 ที่ 2 ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายว่า แม้พันตำรวจตรีชัชวาลย์เชี่ยวเวช กับพวกจะเป็นเจ้าพนักงานและออกมาปฏิบัติงานตามหน้าที่เพื่อจับกุมและตรวจค้นบ้านจำเลยที่ 1 ด้วยเหตุอันสมควรและมีหมายค้นตามเอกสารหมาย จ.2 แต่พันตำรวจตรีชัชวาลย์ กับพวกได้ไปล้อมบ้านจำเลยที่ 1 และขอตรวจค้นในเวลากลางคืนตามที่ได้วินิจฉัยมาแล้วซึ่งทำไม่ได้เพราะขัดกับบทบัญญัติในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 66 พันตำรวจตรีชัชวาลย์กับพวกจึงไม่ได้รับความคุ้มครองและมีฐานะเป็นเจ้าพนักงานตามกฎหมาย
ขณะเกิดเหตุเป็นเวลากลางคืน และพันตำรวจตรีชัชวาลย์กับพวกก็เข้าล้อมบ้านจำเลยที่ 1 ไว้แล้ว จึงมีเหตุเพียงพอที่จำเลยที่ 1 ที่ 2 จะคิดว่าเป็นพวกคนร้ายและกระทำการใด ๆ เพื่อป้องกันสิทธิของตนได้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 68 แต่ที่จำเลยทั้งสองนำสืบว่า พันตำรวจตรีชัชวาลย์กับพวกเป็นฝ่ายลงมือยิงก่อน ก็เชื่อไม่ได้เพราะพวกจำเลยไม่มีใครได้รับบาดเจ็บถูกกระสุนปืนเลย ทั้ง ๆ ที่อยู่รวมกันเป็นกลุ่มในบ้านนั้น รูปคดีเป็นเรื่องที่จำเลยที่ 1 ที่ 2 ได้ใช้อาวุธปืนยิงก่อนโดยไม่ดูให้ดีเสียก่อนว่าพวกที่ล้อมบ้านอยู่เป็นคนร้ายจริงหรือไม่ จึงเป็นการใช้สิทธิป้องกันเกินสมควรแก่เหตุ ซึ่งมีผลให้พลตำรวจทวี ณ นคร ถึงแก่ความตาย แต่ไม่ถือว่าผู้ตายเป็นเจ้าพนักงานตามที่ได้วินิจฉัยมาแล้วในตอนต้น แต่จำเลยที่ 1ที่ 2 คงมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 ประกอบด้วยมาตรา 69 เท่านั้น
พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 1 ที่ 2 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 ประกอบด้วยมาตรา 69
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1971/2528
พนักงานอัยการประจำศาลจังหวัดทุ่งสง โจทก์
นายจำนงค์ สรรพสังเกตุ กับพวก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการประจำศาลจังหวัดทุ่งสง · จำเลย - นายจำนงค์ สรรพสังเกตุ กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ดำรง สายเชื้อ · อาจ ปัญญาดิลก · มาโนช เพียรสนอง |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา