⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2022/2528

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2022/2528

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
- หุ้นส่วนผู้จัดการของห้างหุ้นส่วนจำกัดมีฐานะเป็นผู้แทนของห้างหุ้นส่วนจำกัด และการกระทำของลูกจ้างที่กระทำไปในทางการที่จ้างของห้างหุ้นส่วนจำกัดนั้น ห้างหุ้นส่วนจำกัดย่อมต้องรับผิดในผลแห่งละเมิดนั้น

ย่อคำพิพากษา

โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยที่ 5 เป็นห้างหุ้นส่วนจำกัดเป็นเจ้าของและผู้ครอบครองรถยนต์บรรทุกคันเกิดเหตุจำเลยที่ 4 เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการห้างหุ้นส่วนจำกัดจำเลยที่ 5 จำเลยที่ 1 เป็นลูกจ้างหรือตัวแทนของจำเลยที่ 4 ได้ขับรถยนต์บรรทุกไปในทางการที่จ้างหรือตามคำสั่งของจำเลยที่ 4 ชนรถโจทก์เสียหายดังนี้คำฟ้องของโจทก์ย่อมมีความหมายว่า จำเลยที่ 4 ในฐานะหุ้นส่วนผู้จัดการห้างหุ้นส่วนจำกัดจำเลยที่ 5 เป็นเพียงผู้แทนของจำเลยที่ 5 ซึ่งเป็นนิติบุคคลเท่านั้น ซึ่งพอเข้าใจว่าจำเลยที่1เป็นลูกจ้างของจำเลยที่ 5 และได้ขับรถยนต์บรรทุกไปในทางการที่จ้างหรือตามคำสั่งของห้างหุ้นส่วนจำกัดจำเลยที่ 5 โดยจำเลยที่ 4 ซึ่งเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการทำแทน จึงเป็นคำฟ้องที่ให้จำเลยที่ 5 รับผิดในฐานะนายจ้างหรือตัวการของจำเลยที่ 1ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 425 และ มาตรา 820 แล้ว การที่จำเลยที่ 4 เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการของห้างหุ้นส่วนจำกัดจำเลยที่ 5และศาลกะประเด็นข้อพิพาทว่า การที่จำเลยที่ 1 ขับรถก่อการละเมิดในทางการที่จ้างของจำเลยที่ 4 หรือไม่เป็นการกะประเด็นกว้างๆซึ่งย่อมหมายถึงจำเลยที่ 4 ในฐานะผู้แทนของห้างหุ้นส่วนจำกัดจำเลยที่ 5 และที่กะประเด็นอีกข้อหนึ่งว่า จำเลยที่ 2 ถึงที่ 6 จะต้องรับผิดต่อโจทก์ในผลแห่งการละเมิดของจำเลยที่ 1 เพียงใดหรือไม่ย่อมหมายถึงจำเลยที่ 4 ในฐานะส่วนตัว และหมายถึงจำเลยที่ 5 โดยมีจำเลยที่ 4 เป็นผู้แทน ดังนั้น ที่ศาลพิพากษาให้จำเลยที่ 5 รับผิดในฐานะที่จำเลยที่ 1 เป็นลูกจ้างและกระทำไปในทางการที่จ้างของจำเลยที่ 5 จึงไม่เป็นการวินิจฉัยนอกประเด็น

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.142 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.172 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.182 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.183 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.75 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.76 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.425 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.427 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.437 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.820 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1077 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1087

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ เป็นลูกจ้างหรือตัวแทนของจำเลยที่ ๒ และที่ ๔ จำเลยที่ ๒ เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการห้างหุ้นส่วนจำกัดจำเลยที่ ๓ และเป็นหุ้นส่วนจำพวกจำกัดความรับผิดในห้างหุ้นส่วนจำกัดจำเลยที่ ๕ จำเลยที่ ๔ เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการห้างหุ้นส่วนจำกัดจำเลยที่ ๕ จำเลยที่ ๒ ถึงที่ ๕ ร่วมกันเป็นเจ้าของและผู้ครอบครองรถยนต์บรรทุกคันเกิดเหตุ โดยมีจำเลยที่ ๖ เป็นผู้รับประกันภัยค้ำจุนรถยนต์บรรทุกคันดังกล่าว จำเลยที่ ๑ ขับขี่รถยนต์บรรทุกคันเกิดเหตุไปในทางการที่จ้างหรือตามคำสั่งของจำเลยที่ ๒ และที่ ๔ ชนรถยนต์ของโจทก์เสียหาย ขอบังคับให้จำเลยทั้งหกร่วมกันและแทนกันชำระเงิน ๑๙๒,๐๕๕.๐๑ บาท พร้อมดอกเบี้ย โจทก์ขอถอนฟ้องจำเลยที่ ๑ ศาลชั้นต้นอนุญาต จำเลยที่ ๒ ถึงที่ ๖ ให้การว่า จำเลยที่ ๑ ไม่ได้เป็นลูกจ้างหรือตัวแทนขับขี่รถยนต์บรรทุกคันเกิดเหตุไปในทางการที่จ้างของจำเลยที่ ๒ และที่ ๔ แม้จะฟังว่าจำเลยที่ ๒ ที่ ๔ และที่ ๕ คนหนึ่งคนใดหรือร่วมกันเป็นเจ้าของและผู้ครอบครองรถยนต์บรรทุกคันเกิดเหตุ จำเลยที่ ๒ ที่ ๔ และที่ ๕ ก็ไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์ เหตุรถชนเกิดจากความประมาทของทั้งสองฝ่าย ค่าเสียหายไม่มากเท่าที่โจทก์ฟ้อง และจำเลยที่ ๖ รับผิดไม่เกินวงเงินที่รับประกันภัยไว้ ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ ๔ ที่ ๕ ร่วมกันใช้เงินจำนวน ๑๘๖,๐๙๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยถึงวันฟ้อง และดอกเบี้ยจากต้นเงิน ๑๙๒,๐๕๕.๐๑ บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ ยกฟ้องจำเลยที่ ๒ ที่ ๓ และที่ ๖ จำเลยที่ ๔ และที่ ๕ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า เฉพาะดอกเบี้ยให้จำเลยชำระจากต้นเงิน๑๘๖,๐๙๐ บาท นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยที่ ๔ และที่ ๕ ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่จำเลยที่ ๔ และที่ ๕ ฎีกาว่า โจทก์บรรยายฟ้องให้จำเลยที่ ๔ รับผิดต่อโจทก์ในฐานะจำเลยที่ ๔ เป็นนายจ้างหรือตัวการของจำเลยที่ ๑ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๔๒๕ และมาตรา ๘๒๐ และให้จำเลยที่ ๕ รับผิดในฐานะเป็นเจ้าของและผู้ครอบครองรถยนต์บรรทุกคันเกิดเหตุตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๔๓๗ จึงไม่เป็นการบรรยายฟ้องที่ให้จำเลยที่ ๕ รับผิดในฐานะนายจ้างหรือตัวการของจำเลยที่ ๑ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๔๒๕ และมาตรา ๘๒๐ และเมื่อโจทก์บรรยายฟ้องให้จำเลยที่ ๕ รับผิดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๔๓๗ ในฐานะเป็นเจ้าของผู้ครอบครองรถยนต์บรรทุก โดยไม่บรรยายฟ้องว่าจำเลยที่ ๑ เป็นลูกจ้างของจำเลยที่ ๕ และขับรถยนต์บรรทุกคันเกิดเหตุไปชนกับรถของโจทก์ในทางการที่จ้างของจำเลยที่ ๕ แล้วจำเลยที่ ๕ ก็ไม่ต้องรับผิดนั้น ศาลฎีกาเห็นว่า โจทก์บรรยายฟ้องว่าจำเลยที่ ๕ เป็นห้างหุ้นส่วนจำกัด เป็นเจ้าของและผู้ครอบครองรถยนต์บรรทุกคันเกิดเหตุ จำเลยที่ ๔ เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการห้างหุ้นส่วนจำกัดจำเลยที่ ๕ จำเลยที่ ๑ เป็นลูกจ้างหรือตัวแทนของจำเลยที่ ๔ ได้ขับรถยนต์บรรทุกไปในทางการที่จ้างหรือตามคำสั่งของจำเลยที่ ๔ ชนรถโจทก์เสียหาย ดังนี้ คำฟ้องของโจทก์ย่อมมีความหมายว่า จำเลยที่ ๔ ในฐานะหุ้นส่วนผู้จัดการห้างหุ้นส่วนจำกัดจำเลยที่ ๕ เป็นเพียงผู้แทนของจำเลยที่ ๕ ซึ่งเป็นนิติบุคคลเท่านั้น ซึ่งพอเข้าใจว่าจำเลยที่ ๑ เป็นลูกจ้างของจำเลยที่ ๕ และได้ขับรถยนต์บรรทุกไปในทางการที่จ้างหรือตามคำสั่งของห้างหุ้นส่วนจำกัดจำเลยที่ ๕ โดยจำเลยที่ ๔ ซึ่งเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการทำแทน จึงเป็นคำฟ้องที่ให้จำเลยที่ ๕ รับผิดในฐานะนายจ้างหรือตัวการของจำเลยที่ ๑ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๔๒๕ และมาตรา ๘๒๐ แล้ว ที่จำเลยที่ ๔ และที่ ๕ ฎีกาอีกข้อหนึ่งว่า ศาลชั้นต้นกำหนดประเด็นข้อหนึ่งว่าจำเลยที่ ๑ ขับรถก่อการละเมิดในทางการที่จ้างของจำเลยที่ ๒ และที่ ๔ หรือไม่และกำหนดประเด็นอีกข้อหนึ่งว่า จำเลยที่ ๒ ถึงที่ ๖ จะต้องรับผิดต่อโจทก์ในผลแห่งการละเมิดของจำเลยที่ ๑ เพียงใดหรือไม่ การที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้จำเลยที่ ๕ รับผิดในฐานะที่จำเลยที่ ๑ เป็นลูกจ้างและกระทำไปในทางการที่จ้างของจำเลยที่ ๕ จึงเป็นการวินิจฉัยนอกคำฟ้องนั้น ศาลฎีกาเห็นว่า จำเลยที่ ๔ และที่ ๕ มิได้ให้การปฏิเสธว่า จำเลยที่ ๔ ไม่ได้เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการของห้างหุ้นส่วนจำกัดจำเลยที่ ๕ การที่ศาลกะประเด็นว่า การที่จำเลยที่ ๑ ขับรถก่อการละเมิดในทางการที่จ้างของจำเลยที่ ๔ หรือไม่ เป็นการกะประเด็นกว้าง ๆ ซึ่งย่อมหมายถึงจำเลยที่ ๔ ในฐานะผู้แทนของห้างหุ้นส่วนจำกัดจำเลยที่ ๕ และที่กะประเด็นว่า จำเลยที่ ๒ ถึงที่ ๖ จะต้องรับผิดต่อโจทก์ในผลแห่งการละเมิดของจำเลยที่ ๑ เพียงใดหรือไม่ย่อมหมายถึงจำเลยที่ ๔ ในฐานะส่วนตัว และหมายถึงจำเลยที่ ๕ โดยที่จำเลยที่ ๔ เป็นผู้แทน การที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้จำเลยที่ ๕ รับผิดในฐานะที่จำเลยที่ ๑ เป็นลูกจ้างและกระทำไปในทางการที่จ้างของจำเลยที่ ๕ จึงไม่เป็นการวินิจฉัยนอกประเด็น สำหรับค่าเสื่อมราคาของโจทก์นั้น รถของโจทก์ใช้มา ๓ ปีเศษ และได้ทำการซ่อมอย่างดีเยี่ยม กับเปลี่ยนอะไหล่ถึง ๔๗ รายการ ความเสียหายจากการเสื่อมราคาจึงไม่มากดังที่ศาลอุทธรณ์กำหนด เห็นสมควรกำหนดเสียใหม่ พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยที่ ๔ และที่ ๕ ร่วมกันใช้ค่าเสียหายให้โจทก์รวม ๑๓๖,๐๙๐ บาท พร้อมดอกเบี้ย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2022/2528 นายประเสริฐ สุธาพร โจทก์ นายวิเชียร เขียวน้อง กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายประเสริฐ สุธาพร · จำเลย - นายวิเชียร เขียวน้อง กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ชลูตม์ สวัสดิทัต · ธิรพันธุ์ รัศมิทัต · เสรี แสงศิลป์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายเทพฤทธิ์ ศิลปานนท์ · ศาลอุทธรณ์ - นายสมบูรณ์ ฤกษ์สำราญ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 681/2506ฎีกา 1342/2509ฎีกา 2834/2527ฎีกา 272/2490ฎีกา 3099/2524ฎีกา 1000/2505ฎีกา 2572/2541ฎีกา 1360/2544ฎีกา 861/2540ฎีกา 991/2548ฎีกา 2610/2538ฎีกา 2919/2547ฎีกา 1687/2497ฎีกา 2635/2527ฎีกา 1510/2520ฎีกา 4085/2559ฎีกา 6196/2537ฎีกา 1250/2517ฎีกา 1632/2536ฎีกา 590/2521ฎีกา 8727/2544ฎีกา 1852/2516ฎีกา 2658/2521ฎีกา 827/2560
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา