⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2687-2688/2528

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2687-2688/2528

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
* คำฟ้องที่ระบุสภาพแห่งข้อหา คำขอบังคับ และข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาโดยแจ้งชัด ไม่ถือว่าเคลือบคลุม * บิดาหรือมารดามีอำนาจฟ้องเรียกค่าเสียหายในคดีละเมิดที่ทำให้บุตรถึงแก่ความตาย * พี่สาวร่วมบิดามารดาเดียวกันซึ่งเป็นผู้จัดการปลงศพและเป็นทายาทโดยธรรมของผู้ตาย มีอำนาจฟ้องเรียกค่าปลงศพได้ * ศาลอาจกำหนดค่าขาดไร้อุปการะในอนาคตได้ โดยใช้ดุลพินิจตามความเหมาะสม

ย่อคำพิพากษา

ฟ้องเรียกค่าเสียหายในคดีละเมิด โจทก์ที่ 2 เรียกค่าปลงศพและค่ารถจักรยานยนต์ที่เสียหาย ได้บรรยายความเสียหายแต่ละอย่างซึ่งโจทก์ที่ 2 ได้เรียกร้องโดยกำหนดจำนวนเงินที่จำเลยจะต้องรับผิดไว้ส่วนรายละเอียดว่าเป็นค่าใช้จ่ายอะไร เป็นเงินเท่าใดเป็นรายละเอียดที่จะต้องนำสืบในชั้นพิจารณา ถือว่าคำฟ้องของโจทก์ที่ 2 ได้แสดงโดยแจ้งชัด ซึ่งสภาพแห่งข้อหาและคำขอบังคับทั้งข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหา เช่นว่านั้นแล้ว ฟ้องโจทก์ที่ 2 จึงไม่เคลือบคลุม พ. ผู้ตายเป็นบุตรโจทก์ที่ 1 กับ ป. ต่อมาได้หย่ากัน โจทก์ที่ 1 จึงมีอำนาจฟ้องจำเลยที่ทำละเมิดเป็นเหตุให้ พ.ตายได้ ผู้ตายไม่มีทายาทอื่น บิดามารดาได้ถึงแก่ความตายไปหมด แล้วผู้ตายยังไม่มีครอบครัวอาศัยอยู่กับโจทก์ที่ 2 ซึ่งเป็นพี่สาวร่วมบิดามารดาเดียวกันและเป็นผู้ทำการปลงศพ โจทก์ที่ 2 เป็นทายาทโดยธรรมของผู้ตายมีอำนาจฟ้องเรียก ค่าปลงศพผู้ตายได้ ฟ้องเรียกค่าขาดไร้อุปการะเนื่องจากมีผู้ทำละเมิดเป็นเหตุให้บุตรโจทก์ตายแม้จะได้ความว่าผู้ตายกำลังเรียนอยู่ในวิทยาลัยและในมหาวิทยาลัยเมื่อเรียนจบออกมาประกอบอาชีพ ย่อมจะมีรายได้พอที่จะให้ความอุปการะเลี้ยงดูโจทก์ซึ่งเป็นมารดาได้ตามควรแม้จะเป็นเรื่องในอนาคตที่ไม่แน่นอนก็ตาม ศาลย่อมใช้ดุลพินิจกำหนดให้ภายในเวลาที่เห็นสมควร ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.172 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.420 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.443 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1563 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1649

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีทั้งสองสำนวนศาลสั่งรวมพิจารณาโดยเรียกโจทก์สำนวนแรกว่า โจทก์ที่ ๑ โจทก์ในสำนวนหลังว่าโจทก์ที่ ๒ โจทก์ทั้งสองสำนวนฟ้องและแก้ไขคำฟ้องว่าโจทก์ที่ ๑ เป็นมารดาของนายพิเชฐ รัตนโยธิน โจทก์ที่ ๒ เป็นพี่ร่วมบิดามารดาเดียวกันกับนายเอนก อยู่สวัสดิ์ผู้ตาย จำเลยที่ ๑ เป็นลูกจ้างของจำเลยที่ ๒ และจำเลยที่ ๑ ได้ขับรถยนต์โดยประมาทในทางการที่จ้างของจำเลยที่ ๒ ชนรถจักรยานยนต์ที่นายพิเชฐ รัตนโยธิน ขับขี่ซึ่งมีนายเอนก อยู่สวัสดิ์ นั่งซ้อนท้ายเป็นเหตุให้นายพิเชฐและนายเอนกถึงแก่ความตายขอให้จำเลยทั้งสองชดใช้ค่าเสียหายให้แก่โจทก์ที่ ๑ ที่ ๒ จำเลยที่ ๑ ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณาในสำนวนแรกและศาลสั่งจำหน่ายคดีเฉพาะจำเลยที่ ๑ ในสำนวนหลัง จำเลยที่ ๒ ให้การและแก้ไขคำให้การว่า โจทก์ทั้งสองไม่มีอำนาจฟ้อง เหตุที่รถชนกันเกิดจากความประมาทของนายพิเชฐฝ่ายเดียว ฟ้องของโจทก์ที่ ๒ เกี่ยวกับค่าเสียหายเคลือบคลุม โจทก์เรียกค่าเสียหายสูงเกินไป จำเลยที่ ๒ ไม่ต้องรับผิด ระหว่างพิจารณาจำเลยที่ ๒ ขอให้เรียกบริษัท ร.ส.พ.ประกันภัย จำกัด ผู้รับประกันภัยรถยนต์คันเกิดเหตุเข้ามาเป็นจำเลยร่วมทั้งสองสำนวน จำเลยร่วมให้การและแก้ไขคำให้การว่า จำเลยที่ ๒ มิใช่ผู้เอาประกันภัยรถยนต์คันเกิดเหตุไว้กับจำเลยร่วม เหตุที่รถชนกันเกิดจากความประมาทของนายพิเชฐฝ่ายเดียว โจทก์ที่ ๒ ไม่ใช่ทายาทของนายเอนก รถจักรยานยนต์ไม่ใช่ของนายเอนกฟ้องของโจทก์ที่ ๒ เกี่ยวกับค่าเสียหายเคลือบคลุม โจทก์เรียกค่าเสียหายสูงเกินไปจำเลยที่ ๑ ไม่ได้เป็นลูกจ้างและได้กระทำไปในทางการที่จ้างของจำเลยที่ ๒ จำเลยร่วมไม่ต้องรับผิด ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ และจำเลยร่วมร่วมกันชำระเงิน ๑๓๐,๐๐๐ บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยแก่โจทก์ที่ ๑ กับให้จำเลยที่ ๒ และจำเลยร่วมชำระเงิน ๑๐,๐๐๐ บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยแก่โจทก์ที่ ๒ โดยจำเลยร่วมร่วมรับผิดต่อโจทก์ที่ ๑ ที่ ๒ ในวงเงินไม่เกิน ๑๐๐,๐๐๐ บาท โจทก์ทั้งสองและจำเลยที่ ๒ ทั้งสองสำนวนอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ และจำเลยร่วมร่วมกันชำระเงินแก่โจทก์ที่ ๑ รวม ๓๑๐,๐๐๐ บาท โดยให้จำเลยร่วมร่วมรับผิดในวงเงิน ๑๐๐,๐๐๐ บาท ให้จำเลยที่ ๒ และจำเลยร่วมชำระเงินแก่โจทก์ที่ ๒ รวม ๓๕,๐๐๐ บาท นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยที่ ๒ ทั้งสองสำนวนฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ฟ้องโจทก์เกี่ยวกับค่าเสียหายเคลือบคลุมหรือไม่ เห็นว่าจำเลยที่ ๒ มิได้ให้การโต้แย้ง ฟ้องโจทก์ที่ ๑ เกี่ยวกับค่าเสียหายจึงไม่มีประเด็นต้องวินิจฉัย คงมีปัญหาเฉพาะฟ้องของโจทก์ที่ ๒ เท่านั้น พิเคราะห์แล้วเห็นว่าโจทก์ที่ ๒ เรียกค่าปลงศพและค่ารถจักรยานยนต์ที่เสียหาย ความเสียหายแต่ละอย่างโจทก์ที่ ๒ ได้เรียกร้องโดยกำหนดจำนวนเงินที่จำเลยจะต้องรับผิดไว้ ส่วนรายละเอียดว่าเป็นค่าใช้จ่ายอะไร เป็นเงินเท่าใดเป็นรายละเอียดที่จะต้องนำสืบในชั้นพิจารณาคำฟ้องของโจทก์ที่ ๒ ได้แสดงโดยแจ้งชัดซึ่งสภาพแห่งข้อหาและคำขอบังคับทั้งข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาเช่นว่านั้นแล้ว ฟ้องโจทก์ที่ ๒ ไม่เคลือบคลุม ส่วนข้อที่จำเลยที่ ๒ ฎีกาว่า โจทก์ทั้งสองไม่มีอำนาจฟ้องนั้น พิเคราะห์แล้วโจทก์ที่ ๑ นำสืบว่า นายพิเชฐผู้ตายเป็นบุตรของโจทก์ที่ ๑ เกิดกับนายประหยัดแก้วชูเชื้อ ต่อมาได้หย่ากัน โจทก์ที่ ๑ ได้ส่งเอกสารหมาย จ.๑ ถึง จ.๖ ประกอบคำเบิกความ แม้ทนายจำเลยจะค้านว่าโจทก์ที่ ๑ ไม่ได้ส่งสำเนาเอกสารให้ก่อนวันสืบพยานก็ตาม แต่โจทก์ที่ ๑ ได้เบิกความรับรองว่านายพิเชฐผู้ตายเป็นบุตรของโจทก์ที่ ๑ จำเลยมิได้สืบหักล้างให้เห็นเป็นประการอื่น เชื่อว่าโจทก์ที่ ๑ เป็นมารดาของนายพิเชฐผู้ตายจริง โจทก์ที่ ๑ จึงมีอำนาจฟ้อง โจทก์ที่ ๒ นำสืบว่านายแช่มหรือจ้อยเป็นบุคคลคนเดียวกันและเป็นบิดาของโจทก์ที่ ๒ และนายเอนกผู้ตาย ผู้ตายไม่มีทายาทอื่น บิดามารดาได้ถึงแก่กรรมไปหมดแล้ว ผู้ตายยังไม่มีครอบครัวอาศัยอยู่กับโจทก์ที่ ๒ ซึ่งเป็นพี่สาวร่วมบิดามารดาเดียวกันและเป็นผู้ทำการปลงศพ โจทก์ที่ ๒ เป็นทายาทโดยธรรมของผู้ตายมีอำนาจฟ้องเรียกค่าปลงศพได้ ฎีกาเกี่ยวกับค่าเสียหายของโจทก์ทั้งสองมีเพียงใดนั้น พิเคราะห์แล้ว โจทก์ที่ ๑ เรียกค่าขาดไร้อุปการะมาเดือนละ ๒,๐๐๐ บาทเป็นเวลา ๒๐ ปี ได้ความว่านายพิเชฐผู้ตายกำลังเรียนอยู่ที่วิทยาลัยเทคนิคนครราชสีมา ปีที่ ๓ และกำลังเรียนอยู่คณะนิติศาสตร์ปีที่ ๑ มหาวิทยาลัยรามคำแหง เมื่อเรียนจบออกมาประกอบอาชีพย่อมจะมีรายได้พอที่จะให้ความอุปการะเลี้ยงดูโจทก์ที่ ๑ ซึ่งเป็นมารดาได้ตามควรแม้จะเป็นเรื่องในอนาคตที่ไม่แน่นอนก็ตาม ศาลย่อมใช้ดุลพินิจกำหนดให้ภายในเวลาที่เห็นสมควรได้ ที่ศาลชั้นต้นกำหนดให้จำเลยรับผิดเดือนละ ๑,๐๐๐ บาท มีกำหนด ๑๐ ปีนั้นเห็นว่าเหมาะสมแล้ว พิพากษาแก้เป็นว่า ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น (วุฒิ ยุววิทยาพาณิชย์ - โสภณ รัตนากร - วิฑูรย์ ตั้งตรงจิตต์) ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2687 - 2688/2528 นางทัศนีย์ รัตนโยธิน กับพวก โจทก์ บริษัท ร.ส.พ.ประกันภัย จำกัด จำเลยร่วม นายสมชาย เชียงใหม่ กับพวก. จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางทัศนีย์ รัตนโยธิน กับพวก · จำเลยร่วม - บริษัท ร.ส.พ.ประกันภัย จำกัด · จำเลย - นายสมชาย เชียงใหม่ กับพวก.
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนครราชสีมา - นายทรงธรรม สุดสวาสดิ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายชยากร ถายะพิงศ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 977/2543ฎีกา 5692/2538ฎีกา 4976/2536ฎีกา 5473/2548ฎีกา 681/2506ฎีกา 4715/2542ฎีกา 2439/2531ฎีกา 9815/2555ฎีกา 22/2511ฎีกา 8688/2551ฎีกา 4513/2533ฎีกา 8777/2548ฎีกา 2834/2527ฎีกา 1968/2533ฎีกา 7466/2538ฎีกา 8875/2542ฎีกา 272/2490ฎีกา 246/2530ฎีกา 1538/2518ฎีกา 1889/2511ฎีกา 8680/2551ฎีกา 6105/2531ฎีกา 7335/2538ฎีกา 861/2540
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา