⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2732/2528

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2732/2528

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
บิดามารดาไม่ต้องร่วมรับผิดในความเสียหายที่บุตรผู้เยาว์ก่อขึ้น หากตนมิได้รู้เห็นด้วยและไม่มีโอกาสทักท้วงห้ามปรามอันเนื่องมาจากเหตุสุดวิสัย

ย่อคำพิพากษา

การที่จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นบุตรผู้เยาว์ของจำเลยที่ 2 และที่ 3 ขอยืมรถยนต์ของโจทก์ไปใช้และเกิดความเสียหาย โดยจำเลยที่ 2และที่ 3 ซึ่งเป็นบิดามารดามิได้รู้เห็นด้วยและโจทก์ให้จำเลยที่ 1 ยืมโดยมิได้บอกกล่าวจำเลยที่ 2 และที่ 3 ทำให้จำเลยที่ 2 และที่ 3 ไม่มีโอกาสทักท้วงโจทก์และห้ามปรามจำเลยที่ 1 จึงเป็นการสุดวิสัยที่จำเลยที่ 2 และที่ 3 ซึ่งเป็นบิดามารดาจะใช้ความระมัดระวังดูแลจำเลยที่ 1 ตามสมควรแก่หน้าที่จำเลยที่ 2 และจำเลยที่ 3 จึงไม่ต้องร่วมกับจำเลยที่ 1 รับผิดต่อโจทก์

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.420 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.429

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ เป็นบุตรผู้เยาว์ของจำเลยที่ ๒ และที่ ๓ จำเลยที่ ๑ ได้ยืมรถยนต์ของโจทก์ไปขับขี่ แล้วขับขี่ชนเสาไฟฟ้าเป็นเหตุให้รถยนต์ของโจทก์เสียหาย ขอให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ จำเลยทั้งสามให้การว่า จำเลยที่ ๑ ขับขี่รถยนต์ของโจทก์ไปชนเสาไฟฟ้าเพราะเหตุสุดวิสัย จำเลยที่ ๒ และที่ ๓ ซึ่งเป็นบิดามารดาได้ใช้ความระมัดระวังตามสมควรแก่หน้าที่ดูแลแล้ว จึงไม่ต้องรับผิด ค่าเสียหายสูงเกินไป ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ ๑ กระทำละเมิดและให้ชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ส่วนจำเลยที่ ๒ และที่ ๓ ซึ่งเป็นบิดามารดาได้ควบคุมดูแลจำเลยที่ ๑ ตามสมควรแก่หน้าที่แล้ว พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายต่อโจทก์ จำเลยทั้งสามฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยในปัญหาที่ว่าจำเลยที่ ๒ และที่ ๓ จะต้องร่วมรับผิดกับจำเลยที่ ๑ หรือไม่ ไว้ว่า ข้อเท็จจริงปรากฏว่า ขณะจำเลยที่ ๑ มาขอยืนรถโจทก์ จำเลยที่ ๒ และที่ ๓ มิได้มาด้วย จำเลยที่ ๑ ไม่มีหนังสือขอยืมมาจากจำเลยที่ ๒ และที่ ๓ โจทก์ซึ่งเป็นญาติกับจำเลยทั้งสามก็มิได้สอบถามไปยังจำเลยที่ ๒ และที่ ๓ ทั้ง ๆ ที่ทราบว่ามีโทรศัพท์อยู่ สามารถติดต่อกันได้ จำเลยที่ ๒ และที่ ๓ จึงไม่ได้รู้เห็นการที่จำเลยที่ ๑ ไปยืมรถยนต์ของโจทก์ การที่โจทก์ยอมให้จำเลยที่ ๑ ยืมรถยนต์ของโจทก์ไปโดยที่จำเลยที่ ๒ และที่ ๓ มิได้มีโอกาสทักท้วงโจทก์และห้ามปรามจำเลยที่ ๑ จึงถือว่าเป็นการสุดวิสัยที่จำเลยที่ ๒ และที่ ๓ ซึ่งเป็นบิดามารดาจะได้ใช้ความระมัดระวังดูแลจำเลยที่ ๑ ตามสมควรแก่หน้าที่ พิพากษายกฟ้องจำเลยที่ ๒ และที่ ๓ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2732/2528 นางอาภรณ์ กาญจนมณี โจทก์ นายวรลาภ อนันตริยกุล กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางอาภรณ์ กาญจนมณี · จำเลย - นายวรลาภ อนันตริยกุล กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สมศักดิ์ เกิดลาภผล · อำนวย อินทุภูติ · ดำริ ศุภพิโรจน์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายอุดม เฟื่องฟุ้ง · ศาลอุทธรณ์ - นายสมประสงค์ พานิชอัตรา
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4976/2536ฎีกา 681/2506ฎีกา 4715/2542ฎีกา 22/2511ฎีกา 4513/2533ฎีกา 3651/2526ฎีกา 2834/2527ฎีกา 246/2530ฎีกา 8203/2538ฎีกา 1538/2518ฎีกา 149/2526ฎีกา 1124/2479ฎีกา 7335/2538ฎีกา 3452/2537ฎีกา 861/2540ฎีกา 1145/2512ฎีกา 898/2534ฎีกา 307/2513ฎีกา 1660/2518ฎีกา 560/2529ฎีกา 311/2538ฎีกา 713/2512ฎีกา 265/2534ฎีกา 246/2522
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา