⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2810/2528

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2810/2528

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การซื้อขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยอยู่ภายใต้บังคับของกฎหมายพิเศษ คือ พระราชบัญญัติตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย พ.ศ. 2517 และข้อบังคับตลาดหลักทรัพย์ฯ จึงไม่ตกอยู่ภายใต้บังคับของประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1129 เมื่อสมาชิกตลาดหลักทรัพย์ (ตัวแทน) ได้ซื้อหุ้นตามคำสั่งลูกค้า (ตัวการ) และได้รับใบหุ้นและตราสารโอนหุ้นมาแล้ว ตัวแทนมีสิทธิยึดหน่วงใบหุ้นไว้จนกว่าตัวการจะชำระหนี้ค่าหุ้นที่ตัวแทนออกทดรองไปจนครบ แม้ตัวแทนจะฟ้องเรียกให้ชำระหนี้โดยยังไม่ได้ส่งมอบหรือโอนหุ้นให้ตัวการก่อนก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

พระราชบัญญัติตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย พ.ศ. 2517 เป็นกฎหมายพิเศษที่บัญญัติไว้เพื่อกิจการซื้อขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ โดยเฉพาะ การซื้อขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย จึงไม่ตกอยู่ในบังคับแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย ์มาตรา 1129 ้เมื่อการซื้อขายหุ้นดังกล่าวได้กระทำตามข้อบังคับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซึ่งออกตามความใน มาตรา 15 (8) แห่งพระราชบัญญัติตลาดหลักทรัพย์ฯ จึงไม่ตกเป็นโมฆะ โจทก์เป็นสมาชิกของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ได้ซื้อหุ้นตามคำสั่งของจำเลยลูกค้าแล้ว และได้รับใบหุ้นและตราสารโอนหุ้นมาแล้ว โจทก์จะต้องเก็บรักษาไว้แทนจำเลย เพื่อส่งมอบให้จำเลยเมื่อจำเลยชำระเงิน ที่โจทก์ออกทด]อง ซื้อหุ้นดังกล่าวจนครบหากจำเลยไม่ชำระแม้โจทก์นำคดีมาฟ้องเรียกให้จำเลยชำระเงินดังกล่าวโดยมิได้ส่งมอบและโอนหุ้นนั้นให้จำเลยเสียก่อนก็ดีหรือมิได้ขอปฏิบัติการชำระหนี้ให้แก่จำเลยก็ดี โจทก์ก็มีอำนาจฟ้อง ขอให้จำเลยชำระหนี้ค่าหุ้นที่โจทก์ออกทดรองแทนจำเลยไปได้เพราะแม้ต่างฝ่ายต่างมีหนี้ที่จะต้องชำระต่อกัน แต่ก็มิใช่หนี้ตามสัญญาต่างตอบแทนแต่โจทก์ ซึ่งเป็นตัวแทนมีสิทธิยึดหน่วงใบหุ้นนั้นไว้ จนกว่าโจทก์จะได้รับเงินบรรดาที่ค้างชำระเพราะเป็นตัวแทนจากจำเลยผู้เป็นตัวการ เมื่อจำเลยชำระเงินบรรดาที่ค้างชำระดังกล่าวแล้ว โจทก์ ก็จะต้องส่งมอบใบหุ้นพร้อมกับตราสารโอนหุ้นให้แก่จำเลย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.369 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.816 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.819 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1129

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นสมาชิกของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยได้ซื้อหุ้นให้แก่จำเลยลูกค้าตามคำสั่งของจำเลย และได้ทดรองจ่ายเงินค่าหุ้นให้แก่ผู้ขายแทนจำเลยไปแล้ว จำเลยชำระราคาหุ้นให้โจทก์บางส่วน เมื่อคิดหักทอนหนี้สินกันแล้วจำเลยคงเป็นหนี้โจทก์ ๙๒๔,๙๘๙.๘๘ บาท ขอให้บังคับจำเลยชำระเงินดังกล่าวพร้อมดอกเบี้ย จำเลยให้การต่อสู้คดีและฟ้องแย้งขอให้โจทก์คืนเงินที่จำเลยจ่ายให้โจทก์ไปจำนวน ๔๐๐,๔๙๘ บาท ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ ให้โจทก์ชำระเงิน ๓๓๐,๔๙๘ บาท พร้อมดอกเบี้ยให้แก่จำเลย โจทก์และจำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้จำเลยชำระเงิน ๗๕๘,๕๒๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ ให้ยกฟ้องแย้งของจำเลย จำเลยฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า โจทก์ซื้อหุ้นตามฟ้องแทนจำเลยตามคำสั่งของจำเลยในการซื้อหุ้นนั้นโจทก์ได้รับมอบใบหุ้นและตราสารโอนหุ้นที่ผู้ถือคนเดิมลงลายมือชื่อเป็นผู้โอนไว้จากผู้ขายแล้ว เหตุที่โจทก์ยังไม่มอบใบหุ้นและโอนหุ้นตามฟ้องให้จำเลยก็เพราะจำเลยชดใช้เงินที่โจทก์ออกทดรองซื้อหุ้นตามฟ้องไปก่อนยังไม่ครบ วินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายว่า ที่จำเลยฎีกาว่า การซื้อหุ้นตามฟ้องมิได้ดำเนินการตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๑๒๙ วรรคสอง จึงตกเป็นโมฆะนั้นคดีฟังได้ตามคำเบิกความของนายชาญชัยพยานโจทก์และหนังสือสัญญาซื้อขายหุ้นเอกสารหมาย จ.๖ ว่า เมื่อวันที่ ๙ พฤศจิกายน ๒๕๒๑ โจทก์ได้ซื้อหุ้นบริษัทมาบุญครองอบพืชและไซโล จำกัด ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย จำนวน ๗๐๐ หุ้นในราคาหุ้นละ ๑,๕๔๘ บาท รวมเป็นเงินน ๑,๐๘๓,๖๐๐ บาท โจทก์ชำระค่าหุ้นดังกล่าวให้แก่ผู้ขายแล้ว สมาชิกผู้ขายได้มอบใบหุ้นและตราสารโอนหุ้นที่ผู้ถือหุ้นคนเดิมลงลายมือชื่อเป็นผู้โอนให้โจทก์ ข้อบังคับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ลงวันที่ ๒๘ เมษายน ๒๕๑๘ ซึ่งออกตามความในมาตรา ๑๕ (๘) แห่งพระราชบัญญัติตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๑๗ ข้อ ๒๔ วรรคสอง มีข้อความว่า"สมาชิกผู้ขายมีหน้าที่ต้องส่งมอบหลักทรัพย์ที่ตกลงซื้อขายกันนั้น พร้อมทั้งตราสารอันจำเป็นที่จะใช้โอนหลักทรัพย์ที่ตกลงซื้อขายกันนั้นให้แก่สมาชิกผู้ซื้อในเวลาไม่ช้ากว่ากำหนดที่ผู้ซื้อจะต้องชำระราคา ฯลฯ" พระราชบัญญัติตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๑๗ เป็นกฎหมายพิเศษที่บัญญัติไว้เพื่อกิจการนี้โดยเฉพาะ การซื้อขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยจึงไม่ตกอยู่ในบังคับแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๑๒๙ การซื้อขายหุ้นตามฟ้องได้กระทำตามข้อบังคับดังกล่าว จึงไม่ตกเป็นโมฆะ ฎีกาของจำเลยข้อนี้ฟังไม่ขึ้น เมื่อโจทก์ซื้อหุ้นตามคำสั่งของจำเลยแล้ว และได้รับใบหุ้นและตราสารโอนหุ้นแล้วโจทก์จะต้องเก็บรักษาไว้แทนจำเลยเพื่อส่งมอบให้จำเลยเมื่อจำเลยชำระเงินที่โจทก์ออกทดรองซื้อหุ้นดังกล่าวจนครบ ข้อที่โจทก์มิได้ส่งมอบและโอนหุ้นตามฟ้องให้จำเลยเพื่อให้จำเลยผิดนัดเสียก่อนแล้วจึงนำคดีนี้มาฟ้องนั้น ศาลฎีกาเห็นว่า แม้โจทก์ฟ้องคดีนี้โดยมิได้ส่งมอบและโอนหุ้นตามฟ้องให้จำเลยเสียก่อนก็ดี หรือมิได้ขอปฏิบัติการชำระหนี้ให้แก่จำเลยก็ดี โจทก์ก็มีอำนาจฟ้องขอให้จำเลยชำระหนี้ค่าหุ้นที่โจทก์ออกทดรองแทนจำเลยไปได้ เพราะแม้ต่างฝ่ายต่างมีหนี้ที่จะต้องชำระต่อกัน แต่ก็มิใช่หนี้ตามสัญญาต่างตอบแทน แต่โจทก์ซึ่งเป็นตัวแทนมีสิทธิยึดหน่วงใบหุ้นตามฟ้อง คือหุ้นที่ซื้อแทนจำเลยตามคำสั่งของจำเลยในวันที่โจทก์กล่าวในฟ้องจนกว่าโจทก์จะได้รับเงินบรรดาที่ค้างชำระเพราะการเป็นตัวแทนจากจำเลยผู้เป็นตัวการเมื่อจำเลยชำระเงินบรรดาที่ค้างชำระดังกล่าวแล้ว โจทก์ก็จะต้องส่งมอบใบหุ้นตามฟ้องพร้อมกับตราสารโอนหุ้นให้แก่จำเลย ฎีกาของจำเลยข้อนี้ฟังไม่ขึ้นเช่นกัน พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2810/2528 บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ไทยพัฒนา จำกัด โจทก์ นายชัยพร กมลเนตร จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ไทยพัฒนา จำกัด · จำเลย - นายชัยพร กมลเนตร
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)บุญส่ง คล้ายแก้ว · ชูเชิด รักตะบุตร์ · ปรานอม มหรรณพ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายวิทวัส อยู่วัฒนา · ศาลอุทธรณ์ - นายวรา ไวยหงษ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2923/2525ฎีกา 5459/2537ฎีกา 2467/2526ฎีกา 1561/2529ฎีกา 14225/2558ฎีกา 6320/2541ฎีกา 2983/2549ฎีกา 1590/2503ฎีกา 2345/2540ฎีกา 2286/2517ฎีกา 3913/2531ฎีกา 1627/2505ฎีกา 2750/2519ฎีกา 3517/2531ฎีกา 13705/2556ฎีกา 2489/2528ฎีกา 1025/2538ฎีกา 4564/2543ฎีกา 8543/2544ฎีกา 848/2534ฎีกา 2801/2527ฎีกา 4355/2548ฎีกา 2666/2524ฎีกา 1325/2506
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา