⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2879/2528

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2879/2528

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การฟ้องคดีขอให้ผู้รับโอนที่ดินเพื่อเกษตรกรรมโอนที่ดินให้แก่ผู้เช่า ต้องปฏิบัติตามขั้นตอนการร้องขอต่อคณะกรรมการที่ดินเพื่อการเกษตร (คชก.) ตำบล และอุทธรณ์ต่อ คชก. จังหวัด ก่อนจึงจะมีสิทธิฟ้องคดีต่อศาลได้

ย่อคำพิพากษา

การฟ้องขอให้ผู้รับโอนโอนนาหรือที่ดินเพื่อประกอบเกษตรกรรมประเภทอื่นซึ่งมี พระราชกฤษฎีกา ควบคุม ให้แก่ ผู้เช่าโดยอ้างว่าผู้ให้เช่าขายไปโดยมิได้แจ้งให้ผู้เช่าทราบนั้นผู้เช่าจะต้องปฏิบัติตามขั้นตอนของกฎหมายเสียก่อนกล่าวคือต้องมีการร้องขอต่อ คชก. ตำบลเพื่อวินิจฉัยก่อนหากไม่พอใจคำวินิจฉัยของ คชก. ตำบล ก็ต้องอุทธรณ์ต่อไปยัง คชก. จังหวัดเมื่อ คชก. จังหวัดวินิจฉัยแล้วยังไม่เป็นที่พอใจ จึงจะมีสิทธิฟ้องคดีได้เมื่อโจทก์ซึ่งเป็นผู้เช่าบรรยายฟ้องแต่เพียงว่าโจทก์ขอซื้อจากจำเลย จำเลยไม่ยอมขาย โจทก์ก็มาฟ้องทันที โดยมิได้ปฏิบัติตามขั้นตอนที่กฎหมายบังคับไว้เช่นนี้ต้องยกฟ้อง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้งดชี้สองสถานและงดสืบพยาน แล้วพิพากษาว่าตามคำบรรยายฟ้องของโจทก์ไม่มีข้อความตอนใดแสดงว่าโจทก์ได้ปฏิบัติตามขั้นตอนตามพระราชบัญญัติการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2524ทั้งไม่ได้บรรยายว่ามีพระราชกฤษฎีกา ใช้บังคับแก่การเช่าที่ดินประเภททำสวนดังที่โจทก์กล่าวมาในฟ้อง โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง พิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "ในเบื้องแรกเห็นว่า ที่ดินตามที่โจทก์กล่าวอ้างว่าเช่ามาจากนางศรีสุขเจ้าของเดิมนั้นไม่ใช่ "นา" ตามความหมายของมาตรา 21 แห่งพระราชบัญญัติการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2524 ฉะนั้นหากจะมีการควบคุมการเช่าที่ดินเพื่อประกอบเกษตรกรรมประเภทอื่นใดนอกจากนา รัฐบาลจะต้องตราเป็นพระราชกฤษฎีกาเป็นพิเศษตามที่มาตรา 63 ให้อำนาจไว้ แต่ตามคำบรรยายฟ้องของโจทก์ไม่ปรากฏว่ารัฐบาลตราพระราชกฤษฎีกาควบคุมการเช่าที่ดินประเภทที่โจทก์ฟ้องเมื่อใด และถึงหากจะมีพระราชกฤษฎีกาดังกล่าวก็ไม่ปรากฏจากคำฟ้องว่า โจทก์ร้องขอต่อ คชก. ตำบลหรือที่เรียกว่า คณะกรรมการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรมประจำตำบลเพื่อวินิจฉัยให้จำเลยขายที่ดินให้แก่โจทก์เสียก่อนตามมาตรา 54 วรรคสองของพระราชบัญญัติดังกล่าว ซึ่งเป็นขั้นตอนที่สำคัญซึ่งโจทก์จะต้องปฏิบัติเพราะเมื่อ คชก. ตำบลวินิจฉัยเป็นประการใด ผู้ไม่พอใจมีสิทธิอุทธรณ์ต่อคชก. จังหวัดภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ทราบคำวินิจฉัย แต่ต้องไม่เกินหกสิบวันนับแต่วันที่ คชก. ตำบลมีคำวินิจฉัย มิฉะนั้นให้ถือว่าคำวินิจฉัยนั้นเป็นที่สุด และหากจะมีการอุทธรณ์ต่อไปยัง คชก. จังหวัดและโจทก์ไม่พอใจคำวินิจฉัยของ คชก. จังหวัด โจทก์จึงจะมีสิทธิอุทธรณ์ต่อศาลได้ภายในสามสิบวันนับแต่วันทราบคำวินิจฉัย แต่จะต้องไม่เกินหกสิบวันนับแต่วันที่คชก. จังหวัดมีคำวินิจฉัย ทั้งนี้เป็นไปตามที่มาตรา 56 และ 57 ของกฎหมายดังกล่าวบัญญัติไว้ ซึ่งเมื่อพิเคราะห์คำฟ้องของโจทก์ดังกล่าวแล้วจะเห็นได้ว่าโจทก์บรรยายฟ้องแต่เพียงว่าเมื่อโจทก์ติดต่อขอซื้อจากจำเลยแล้ว จำเลยไม่ยอมขาย โจทก์ก็มาฟ้องคดีทันทีโดยไม่ได้ปฏิบัติตามขั้นตอนที่กฎหมายบังคับไว้ ฉะนั้นที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษายกฟ้องโจทก์ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาเป็นพับ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2879/2528 นายอำนวย รถทอง โจทก์ นางเอื้อน ทิพย์สำราญ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายอำนวย รถทอง · จำเลย - นางเอื้อน ทิพย์สำราญ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วีระ ทรัพยไพศาล · สุชาติ จิวะชาติ · ยรรยง อิทธิพงษ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 673/2526ฎีกา 1812/2506ฎีกา 1281-1283/2493ฎีกา 704/2522ฎีกา 1029/2519ฎีกา 1565/2543ฎีกา 2618/2526ฎีกา 1218/2534ฎีกา 5280/2544ฎีกา 73-74/2506ฎีกา 2765/2548ฎีกา 2368/2523ฎีกา 1025/2487ฎีกา 1971/2494ฎีกา 789/2515ฎีกา 513/2546ฎีกา 7577/2538ฎีกา 1112/2535ฎีกา 1035/2519ฎีกา 1173/2497ฎีกา 1083/2536ฎีกา 768/2518ฎีกา 2498/2550ฎีกา 2126/2539
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา