คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3117/2528
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดในข้อหาหนึ่งและยกฟ้องในอีกข้อหาหนึ่ง หากโจทก์มิได้อุทธรณ์ในข้อหาที่ถูกยกฟ้อง ข้อหานั้นจะยุติไป และโจทก์จะฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยในข้อหาที่ยุติไปแล้วนั้นอีกไม่ได้
ย่อคำพิพากษา
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสามฐานลักทรัพย์หรือรับของโจรเมื่อศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยที่ 1 และที่ 2 มีความผิดฐานลักทรัพย์จึงมีผลเป็นว่าศาลชั้นต้นได้ยกฟ้องในข้อหารับของโจรแล้ว ซึ่งโจทก์มิได้อุทธรณ์จึงต้องถือว่าข้อหารับของโจรเฉพาะจำเลยที่ 1 และที่ 2 ยุติไปแล้วตั้งแต่ศาลชั้นต้น เมื่อศาลอุทธรณ์พิพากษาว่าจำเลยที่ 1และที่ 2 ไม่มีความผิดฐานลักทรัพย์โจทก์ย่อมฎีกาได้เฉพาะข้อหาลักทรัพย์เท่านั้น จะฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยที่ 1 และที่ 2ในข้อหารับของโจรซึ่งได้ยุติไปแล้วนั้นอีกไม่ได้ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย(ประชุมใหญ่ครั้งที่ 3/2528 )
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยทั้งสามร่วมกันลักทรัพย์หรือรับของโจร ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๕, ๓๕๗, ๘๓
จำเลยทั้งสามให้การปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยทั้งสามมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา
มาตรา ๘๓, ๓๓๕ ให้จำคุก
จำเลยทั้งสามอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ลงโทษจำเลยที่ ๓ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๕๗ และให้ยกฟ้องเฉพาะจำเลยที่ ๑ และที่ ๒
โจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยที่ ๑ และที่ ๒ ในข้อหารับของโจร
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสามฐานลักทรัพย์หรือรับของโจร ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยทั้งสามมีความผิดฐานลักทรัพย์เมื่อศาลอุทธรณ์พิพากษาให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ ๑ และที่ ๒ เช่นนี้ปัญหามีว่า โจทก์จะฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยที่ ๑ และที่ ๒ ในข้อ ๑ หารับของโจรได้หรือไม่ ปัญหาดังกล่าวศาลฎีกาโดยมติที่ประชุมใหญ่เห็นว่า เมื่อศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ ๑ และที่ ๒ มีความผิดฐานลักทรัพย์จึงมีผลเป็นว่าศาลชั้นต้นได้ยกฟ้องในข้อหารับของโจรแล้ว ซึ่งโจทก์มิได้อุทธรณ์จึงต้องถือว่าข้อหารับของโจรเฉพาะจำเลยที่ ๑ และที่ ๒ ตามฟ้องได้ยุติไปแล้วตั้งแต่ศาลชั้นต้นดังนั้น เมื่อศาลอุทธรณ์พิพากษาว่าจำเลยที่ ๑ และที่ ๒ ไม่มีความผิดฐานลักทรัพย์โจทก์ย่อมฎีกาได้เฉพาะข้อหาลักทรัพย์เท่านั้น จะฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยที่ ๑ และที่ ๒ ในข้อหารับของโจรซึ่งได้ยุติไปแล้วนั้นอีกไม่ได้ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย
พิพากษายกฎีกาโจทก์
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3117/2528
พนักงานอัยการจังหวัดเชียงราย โจทก์
นายผัด ไชยชมภู กับพวก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดเชียงราย · จำเลย - นายผัด ไชยชมภู กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | มาโนช เพียรสนอง · อาจ ปัญญาดิลก · ดำรง สายเชื้อ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดเชียงราย - นายปริญญา บัณฑิตอาภรณ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายสมศักดิ์ เกิดลาภผล |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา