⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3117/2528

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3117/2528

ป.อาญา ม.335, 357 · ป.วิ.อาญา ม.192, 193, 213 ฯลฯ

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดในข้อหาหนึ่งและยกฟ้องในอีกข้อหาหนึ่ง หากโจทก์มิได้อุทธรณ์ในข้อหาที่ถูกยกฟ้อง ข้อหานั้นจะยุติไป และโจทก์จะฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยในข้อหาที่ยุติไปแล้วนั้นอีกไม่ได้

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสามฐานลักทรัพย์หรือรับของโจรเมื่อศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยที่ 1 และที่ 2 มีความผิดฐานลักทรัพย์จึงมีผลเป็นว่าศาลชั้นต้นได้ยกฟ้องในข้อหารับของโจรแล้ว ซึ่งโจทก์มิได้อุทธรณ์จึงต้องถือว่าข้อหารับของโจรเฉพาะจำเลยที่ 1 และที่ 2 ยุติไปแล้วตั้งแต่ศาลชั้นต้น เมื่อศาลอุทธรณ์พิพากษาว่าจำเลยที่ 1และที่ 2 ไม่มีความผิดฐานลักทรัพย์โจทก์ย่อมฎีกาได้เฉพาะข้อหาลักทรัพย์เท่านั้น จะฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยที่ 1 และที่ 2ในข้อหารับของโจรซึ่งได้ยุติไปแล้วนั้นอีกไม่ได้ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย(ประชุมใหญ่ครั้งที่ 3/2528 )

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.192 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.193 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.213 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.216 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.225 ประมวลกฎหมายอาญา ม.335 ประมวลกฎหมายอาญา ม.357

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.192 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.193 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.213 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.216 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยทั้งสามร่วมกันลักทรัพย์หรือรับของโจร ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๕, ๓๕๗, ๘๓ จำเลยทั้งสามให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยทั้งสามมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๓, ๓๓๕ ให้จำคุก จำเลยทั้งสามอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ลงโทษจำเลยที่ ๓ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๕๗ และให้ยกฟ้องเฉพาะจำเลยที่ ๑ และที่ ๒ โจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยที่ ๑ และที่ ๒ ในข้อหารับของโจร ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสามฐานลักทรัพย์หรือรับของโจร ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยทั้งสามมีความผิดฐานลักทรัพย์เมื่อศาลอุทธรณ์พิพากษาให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ ๑ และที่ ๒ เช่นนี้ปัญหามีว่า โจทก์จะฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยที่ ๑ และที่ ๒ ในข้อ ๑ หารับของโจรได้หรือไม่ ปัญหาดังกล่าวศาลฎีกาโดยมติที่ประชุมใหญ่เห็นว่า เมื่อศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ ๑ และที่ ๒ มีความผิดฐานลักทรัพย์จึงมีผลเป็นว่าศาลชั้นต้นได้ยกฟ้องในข้อหารับของโจรแล้ว ซึ่งโจทก์มิได้อุทธรณ์จึงต้องถือว่าข้อหารับของโจรเฉพาะจำเลยที่ ๑ และที่ ๒ ตามฟ้องได้ยุติไปแล้วตั้งแต่ศาลชั้นต้นดังนั้น เมื่อศาลอุทธรณ์พิพากษาว่าจำเลยที่ ๑ และที่ ๒ ไม่มีความผิดฐานลักทรัพย์โจทก์ย่อมฎีกาได้เฉพาะข้อหาลักทรัพย์เท่านั้น จะฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยที่ ๑ และที่ ๒ ในข้อหารับของโจรซึ่งได้ยุติไปแล้วนั้นอีกไม่ได้ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย พิพากษายกฎีกาโจทก์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3117/2528 พนักงานอัยการจังหวัดเชียงราย โจทก์ นายผัด ไชยชมภู กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดเชียงราย · จำเลย - นายผัด ไชยชมภู กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)มาโนช เพียรสนอง · อาจ ปัญญาดิลก · ดำรง สายเชื้อ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดเชียงราย - นายปริญญา บัณฑิตอาภรณ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายสมศักดิ์ เกิดลาภผล
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6205/2541ฎีกา 9114/2552ฎีกา 681/2491ฎีกา 824/2535ฎีกา 7651/2552ฎีกา 2147/2521ฎีกา 712/2559ฎีกา 7988/2551ฎีกา 1715/2545ฎีกา 1992/2530ฎีกา 917/2564ฎีกา 20/2491ฎีกา 664/2520ฎีกา 6355/2544ฎีกา 1795/2493ฎีกา 4225/2559ฎีกา 620/2490ฎีกา 1368/2509ฎีกา 2813/2566ฎีกา 11720/2555ฎีกา 18654/2555ฎีกา 4519/2544ฎีกา 2766/2546ฎีกา 2292/2540
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา