⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3134/2528

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3134/2528

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การก่อสร้างอาคารผิดไปจากแผนผังบริเวณ แบบแปลน หรือรายการประกอบแบบแปลนที่ได้รับอนุญาต ถือเป็นความผิดตามกฎหมายควบคุมอาคารแล้ว แม้จะมีการฝ่าฝืนคำสั่งระงับการก่อสร้างเพิ่มเติม ก็ถือเป็นการกระทำผิดอีกกรรมหนึ่งต่างหาก.

ย่อคำพิพากษา

บทบัญญัติมาตรา 31 แห่งพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 หมายความว่า ผู้ใดก็ตามที่จัดให้มีการก่อสร้าง ดัดแปลง รื้อถอน หรือเคลื่อนย้ายอาคาร ให้ผิดไปจากแผนผังบริเวณก็ดีผิดไปจากแบบแปลนก็ดี ผิดไปจากรายการประกอบแบบแปลนที่ได้รับอนุญาตก็ดีผู้ไปจากวิธีการหรือเงื่อนไขที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นกำหนดไว้ในใบอนุญาตก็ดี การกระทำผิดไปเพียงอย่างหนึ่งอย่างใดดังกล่าว ย่อมเป็นการฝ่าฝืนมาตรา 31 ทั้งสิ้นหาจำเป็นต้องเป็นการกระทำผิดพร้อมกันทั้งหมดไม่ โจทก์กล่าวในฟ้องว่าจำเลยกระทำผิดในระหว่างวันที่ 7 กันยายน 2522 ถึงวันที่ 11 สิงหาคม 2523 ศาลอุทธรณ์ วินิจฉัยว่าจำเลยก่อสร้างผิดแบบแปลนตั้งแต่วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2523 ถึงวันที่ 11 สิงหาคม 2523 และจำเลยฝ่าฝืนคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่นที่ให้ระงับการก่อสร้างตั้งแต่วันที่ 3 กรกฎาคม 2523 ถึงวันที่ 11 สิงหาคม 2523 จำเลยจะขอให้นับระยะเวลาถึงเพียงวันที่ 1 กรกฎาคม 2523 ซึ่งการก่อสร้างของจำเลยยังไม่แล้วเสร็จหาได้ไม่ อาคารที่จำเลยก่อสร้างเป็นอาคารเพื่อพาณิชยกรรมแม้ใบอนุญาตให้ปลูกสร้างอาคารจะระบุว่าเพื่อใช้พาณิชย์พักอาศัย และอาคารดังกล่าวจะใช้เพื่ออยู่อาศัยด้วยก็มิได้หมายความว่าอาคารดังกล่าวมิได้ใช้เพื่อพาณิชยกรรมตามความหมายของมาตรา 70 แห่งพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 จำเลยก่อสร้างอาคารผิดไปจากแผนผังบริเวณและแบบแปลนที่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานท้องถิ่นเป็นการกระทำความผิดไปกรรมหนึ่งแล้ว เมื่อเจ้าพนักงานท้องถิ่นสั่งให้ระงับการก่อสร้างจำเลยก็ยังคงก่อสร้างต่อไปอีกเป็นการกระทำอีกกรรมหนึ่งต่างไปจากกรรมแรก แม้ระยะเวลากระทำผิดทั้งสองกรรมจะซ้อนกันในช่วงหลังก็ตามการกระทำของจำเลยดังกล่าวเป็นการกระทำอันเป็นความผิดสองกรรม ความผิดกระทงแรกนอกจากจะต้องลงโทษตามมาตรา 65 วรรคแรกแล้ว วรรคสองยังให้ปรับอีกวันละ 500 บาท ส่วนความผิดกระทงหลังนั้นมาตรา 67 บัญญัติให้ปรับวันละ 500 บาท ปรากฏว่าอาคารที่จำเลยก่อสร้างเป็นอาคารเพื่อพาณิชยกรรมถ้าศาลจะเลือกลงโทษปรับสถานเดียวแต่ละกระทงจะต้องปรับเป็นสิบเท่าตามมาตรา 70 คือปรับวันละ 5,000 บาทและอาคารที่จำเลยก่อสร้างยังเป็นของจำเลย เองถือได้ว่าจำเลยเป็นผู้ดำเนินการตามความหมายของ มาตรา 4 ซึ่งมาตรา 69 บัญญัติให้วางโทษเป็นสองเท่าของโทษที่บัญญัติไว้สำหรับความผิดนั้น ๆ จึงต้องปรับ จำเลยสำหรับแต่ละกระทงวันละ 10,000 บาท (วรรค 4 และ 5 วินิจฉัยโดยมติที่ประชุมใหญ่ ครั้งที่ 9/2528)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.2 ประมวลกฎหมายอาญา ม.17 ประมวลกฎหมายอาญา ม.91 พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 ม.4 พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 ม.31 พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 ม.40 พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 ม.65 พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 ม.67 พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 ม.69 พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 ม.70

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยซึ่งเป็นเจ้าของอาคารและเป็นผู้ดำเนินการได้กระทำผิดต่อกฎหมายหลายบทหลายกรรม คือ จำเลยได้ก่อสร้างอาคารไม่ตรงตามแบบแปลนที่ได้รับอนุญาต ต่อมาเจ้าพนักงานท้องถิ่นได้มีคำสั่งให้แก้ไข และให้จำเลยระงับการก่อสร้าง จำเลยทราบแล้วแต่ได้ฝ่าฝืนคำสั่งดังกล่าวโดยไม่ดำเนินการแก้ไขและยังคงก่อสร้างต่อไปจนเสร็จ ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติควบคุมอาหาร พ.ศ. ๒๕๒๒ จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดฐานก่อสร้างอาคารผิดไปจากแผนผังบริเวณและแบบแปลนที่ได้รับอนุญาตตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๔, ๓๑, ๖๕ วรรคแรก, ๖๙, ๗๐ กระทงหนึ่ง ให้ลงโทษตามมาตรา ๓๑, ๖๕ วรรคแรก,๖๙, ๗๐ จำคุก ๖ เดือน และปรับ ๒๐,๐๐๐ บาท และปรับตามมาตรา ๖๕ วรรคสอง, ๖๙, ๗๐ วันละ ๑๐,๐๐๐ บาท นับแต่วันที่ก่อสร้างผิดแบบแปลนคือวันที่ ๒๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๒๓ ถึงวันที่ ๑๑ สิงหาคม ๒๕๒๓ และมีความผิดฐานฝ่าฝืนคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่นที่ให้ระงับการก่อสร้างตามมาตรา ๔๐ วรรคแรก, ๖๗, ๖๙, ๗๐ อีกกระทงหนึ่งให้ปรับจำเลยวันละ ๑๐,๐๐๐๐ บาท นับแต่วันที่จำเลยได้รับทราบหนังสือที่ให้ระงับการก่อสร้างวันที่ ๓ กรกฎาคม ๒๕๒๓ ถึงวันที่ ๑๑ สิงหาคม ๒๕๒๓ โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้ ๒ ปี จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่จำเลยฎีกาเป็นประการแรกว่า ตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓๑ นั้น จะต้องมีการก่อสร้างดัดแปลง รื้อถอนหรือเคลื่อนย้ายอาคารให้ผิดไปจากทั้งแผนผัง แบบแปลน และรายการประกอบแบบแปลนที่ได้รับอนุญาตตลอดจนวิธีการหรือเงื่อนไขที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นกำหนดไว้ในใบอนุญาต ถ้าผิดไปแต่เพียงอย่างใดอย่างหนึ่งจะถือว่ากระทำผิดตามมาตรา ๓๑ หาได้ไม่นั้น เห็นว่า มาตรา ๓๑ บัญญัติไว้ว่าห้ามผู้ใดจัดให้มีการก่อสร้างดัดแปลง รื้อถอน หรือเคลื่อนย้ายอาคารให้ผิดไปจากแผนผังบริเวณ แบบแปลนและรายการประกอบแบบแปลนที่ได้รับอนุญาตตลอดจนวิธีการหรือเงื่อนไขที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นกำหนดไว้ในใบอนุญาติ" จากบทบัญญัติดังกล่าวนี้ย่อมหมายความว่าผู้ใดก็ตามที่จัดให้มีการก่อสร้าง ดัดแปลง รื้อถอน หรือเคลื่อนย้ายอาคารให้ผิดไปจากแผนผังบริเวณก็ดี ผิดไปจากแบบแปลนก็ดี ผิดไปจากรายการประกอบแบบแปลนที่ได้รับอนุญาตก็ดี ผิดไปจากวิธีการหรือเงื่อนไขที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นกำหนดไว้ในใบอนุญาตก็ดี การกระทำผิดไปเพียงอย่างหนึ่งอย่างใดดังกล่าวย่อมเป็นการฝ่าฝืนมาตรา ๓๑ ด้วยกันทั้งสิ้น กรณีหาจำต้องเป็นการกระทำผิดไปทั้งจากแผนผัง แบบแปลน รายการประกอบแบบแปลนที่ได้รับอนุญาตตลอดจนวิธีการหรือเงื่อนไขที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นกำหนดไว้ในใบอนุญาตพร้อมกันทั้งหมดจึงจะถือว่าเป็นการฝ่าฝืนมาตรา ๓๑ ไม่ ที่จำเลยฎีกาเกี่ยวกับเรื่องที่ศาลอุทธรณ์คำนวณวันที่จำเลยกระทำผิดไม่ถูกต้องนั้น กรณีนี้ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นที่วินิจฉัยว่าจำเลยเริ่มก่อสร้างผิดแบบแปลนตั้งแต่วันที่ ๒๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๒๓ และจำเลยเริ่มฝ่าฝืนคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่นที่ให้ระงับการก่อสร้างตั้งแต่วันที่ ๓ กรกฎาคม ๒๕๒๓ เป็นต้นมา จนกระทั่งวันที่ ๒๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๒๔ ที่พนักงานสอบสวนไปตรวจสถานที่ก่อสร้าง จำเลยก็ยังทำการก่อสร้างชั้นดาดฟ้าอยู่ยังหาแล้วเสร็จสมบูรณ์ไม่เมื่อโจทก์กล่าวในฟ้องว่าจำเลยกระทำผิดในระหว่างวันที่ ๗ กันยายน ๒๕๒๒ ถึงวันที่ ๑๑ สิงหาคม ๒๕๒๓ ที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยยืนตามศาลชั้นต้นว่าจำเลยก่อสร้างผิดแบบแปลนตั้งแต่วันที่ ๒๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๒๓ ถึงวันที่ ๑๑ สิงหาคม ๒๕๒๓ เท่าที่โจทก์ฟ้องและจำเลยฝ่าฝืนคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่นที่ให้ระงับการก่อสร้างตั้งแต่วันที่ ๓ กรกฎาคม ๒๕๒๓ ถึงวันที่ ๑๑ สิงหาคม ๒๕๒๓ เช่นเดียวกันนั้นชอบแล้ว จำเลยจะขอให้นับระยะเวลาถึงเพียงวันที่ ๑ กรกฎาคม ๒๕๒๓ ซึ่งการก่อสร้างของจำเลยยังไม่แล้วเสร็จดังที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยไว้หาได้ไม่ ที่จำเลยฎีกาต่อไปว่าพระราชบัญญัติควบคุมอาหาร พ.ศ. ๒๕๒๒ มิได้มีบทกำหนดโทษไว้สำหรับกรณีก่อสร้างอาคารพาณิชย์และพักอาศัยผิดแผนผังแบบแปลน และขัดคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่นดังกล่าวไว้จะนำพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๗๐ มาใช้บังคับกรณีอาคารพาณิชย์และพักอาศัยไม่ได้ตามบทบัญญัติมาตรา ๒ และมาตรา ๑๗ ของประมวลกฎหมายอาญานั้นในปัญหาดังกล่าวนี้ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าอาคารที่จำเลยก่อสร้างเป็นอาคารเพื่อพาณิชยกรรม ถึงแม้ตามใบอนุญาตให้ปลูกสร้างอาคารเอกสารหมาย จ.๕ จะระบุว่าเพื่อใช้พาณิชย์พักอาศัยก็ตาม ศาลฎีกาเห็นว่า มาตรา ๗๐ บัญญัติว่าถ้าการกระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้เป็นการกระทำอันเกียวกับอาคารเพื่อพาณิชยกรรม อุตสาหกรรม การศึกษา หรือการสาธารณสุข หรือ ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน ๒ ปี หรือปรับเป็น ๑๐ เท่า ของโทษที่บัญญัติไว้สำหรับความผิดนั้น ๆ หรือทั้งจำทั้งปรับ ดังนั้น ถึงหากอาคารที่จำเลยก่อสร้างจะใช้เพื่ออยู่อาศัยด้วยดังที่จำเลยอ้าง ก็มิได้หมายความว่าอาคารดังกล่าวมิได้ใช้เพื่อพาณิชยกรรมตามมาตรา ๗๐ นี้แต่อย่างใด กรณีไม่ต้องด้วยประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒ และมาตรา ๑๗ ดังที่จำเลยฎีกาที่ศาลล่างทั้งสองปรับบทลงโทษจำเลยตามมาตรา ๗๐ ชอบแล้ว และเมื่อการกระทำของจำเลยเป็นความผิดตามมาตรานี้คดีโจทก์จึงมิได้ขาดอายุความดังที่จำเลยฎีกา ฎีกาจำเลยในปัญหาอื่นนอกจากนี้ไม่เป็นสาระแก่คดี ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย ที่จำเลยก่อสร้างอาคารผิดไปจากแผนผังบริเวณและแบบแปลนที่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานท้องถิ่นระหว่างวันที่ ๒๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๒๓ ถึงวันที่ ๑๑ สิงหาคม ๒๕๒๓ อันเป็นการฝ่าฝืนพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓๑ กับฝ่าฝืนคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่นที่ให้ระงับการก่อสร้าง คงดำเนินการก่อสร้างต่อไปตั้งแต่วันที่ ๓ กรกฎาคม ๒๕๒๓ ถึงวันที่ ๑๑ สิงหาคม ๒๕๒๓ อันเป็นการฝ่าฝืนมาตรา ๔๐ วรรคแรกนั้นเห็นว่า จำเลยก่อสร้างอาคารผิดไปจากแผนผังบริเวณและแบบแปลนที่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานท้องถิ่นเป็นการกระทำความผิดไปกรรมหนึ่งแล้ว เมื่อเจ้าพนักงานท้องถิ่นสั่งให้ระงับการก่อสร้าง จำเลยก็ยังคงก่อสร้างต่อไปอีก เป็นการกระทำอีกกรรมหนึ่งต่างไปจากกรรมแรก แม้ระยะเวลากระทำความผิดทั้งสองกรรมจะซ้อนกันในช่วงหลังก็ตาม ศาลฎีกาโดยมติที่ประชุมใหญ่เห็นว่า การกระทำของจำเลยดังกล่าวเป็นการกระทำอันเป็นความผิดสองกรรม ในปัญหาว่าจะปรับจำเลยตลอดเวลาที่ยังฝ่าฝืนมาตรา ๓๑และมาตรา ๔๐ วรรคแรก กระทงละเท่าใด สำหรับความผิดกระทงแรกนั้นนอกจากจะต้องลงโทษตามมาตรา ๖๕ วรรคแรกแล้ว วรรคสองของบทมาตราดังกล่าวยังบัญญัติให้ปรับอีกวันละ ๕๐๐ บาท ตลอดเวลาที่ยังฝ่าฝืนมาตรา ๓๑ คือตลอดเวลาที่ยังก่อสร้างอาคารผิดไปจากแผนผังบริเวณและแบบแปลนที่ได้รับอนุญาตจากเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น ส่วนความผิดกระทงหลังนั้นมาตรา ๖๗ บัญญัติให้ปรับวันละ ๕๐๐ บาท ตลอดเวลาที่ยังฝ่าฝืนมาตรา ๔๐ วรรคแรก คือตลอดเวลาที่ยังฝ่าฝืนคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่นที่ให้ระงับการก่อสร้างอาคาร ปรากฏว่าอาคารที่จำเลยก่อสร้างเป็นอาคารเพื่อพาณิชยกรรม มาตรา ๗๐ ระวางโทษผู้กระทำความผิดตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. ๒๕๒๒ ที่เกี่ยวกับอาคารเพื่อพาณิชยกรรมไว้ว่า จำคุกไม่เกินสองปีหรือปรับเป็นสิบเท่าของโทษที่บัญญัติไว้สำหรับความผิดนั้น ๆ หรือทั้งจำทั้งปรับดังนั้นถ้าศาลจะเลือกลงโทษปรับสถานเดียว แต่ละกระทงจะต้องปรับวันละ ๕,๐๐๐ บาท ปรากฏอีกว่าอาคารที่จำเลยก่อสร้างเป็นของจำเลยเองถือได้ว่าจำเลยเป็นผู้ดำเนินการตามความหมายของมาตรา ๔ ซึ่งมาตรา ๖๙ บัญญัติว่า ถ้าการกระทำความผิดตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. ๒๕๒๒ เป็นการกระทำของผู้ดำเนินการผู้กระทำต้องระวางโทษเป็นสองเท่าของโทษที่บัญญัติไว้สำหรับความผิดนั้น ๆ ศาลฎีกาโดยมติที่ประชุมใหญ่เห็นว่าจะต้องปรับจำเลยวันละ ๑๐,๐๐๐ บาท ตลอดเวลาที่ยังฝ่าฝืนมาตรา ๓๑ สำหรับความผิดกระทงแรก และปรับอีกวันละ๑๐,๐๐๐ บาท ตลอดเวลาที่ยังฝ่าฝืนมาตรา ๔๐ วรรคแรก สำหรับความผิดกระทงหลังที่ศาลล่างทั้งสองปรับบทและวางโทษจำเลยมานั้นชอบแล้ว พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3134/2528 พนักงานอัยการกรมอัยการ โจทก์ นายสุธรรม วงศ์ประเสริฐศรี จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการกรมอัยการ · จำเลย - นายสุธรรม วงศ์ประเสริฐศรี
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)บุญส่ง คล้ายแก้ว · ชูเชิด รักตะบุตร์ · ชูเชิด รักตะบุตร์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลอาญา - นายศักดา โมกขมรรคกุล · ศาลอุทธรณ์ - นายอำนวย เปล่างวิทยา
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4825/2553ฎีกา 1502/2550ฎีกา 1870/2549ฎีกา 400/2529ฎีกา 1447/2531ฎีกา 3987/2526ฎีกา 6178/2541ฎีกา 1093/2568ฎีกา 2848/2527ฎีกา 3146/2541ฎีกา 255/2529ฎีกา 7945/2542ฎีกา 9026/2553ฎีกา 125/2532ฎีกา 7570/2541ฎีกา 3345/2535ฎีกา 1514/2532ฎีกา 7722/2544ฎีกา 2165/2531ฎีกา 4180/2548ฎีกา 1089/2551ฎีกา 1336/2553ฎีกา 2884/2519ฎีกา 4943/2567
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา