⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3462/2528

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3462/2528

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้บทลงโทษจำเลยจากลักทรัพย์เป็นฉ้อโกงและคงโทษจำคุกเท่าเดิม ถือเป็นการแก้ไขเล็กน้อยที่คู่ความฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงไม่ได้ และหากข้อเท็จจริงฟังได้ว่าเป็นฉ้อโกง การที่จำเลยนำสืบว่าทรัพย์ที่รับมาเป็นของตนเอง ไม่ถือว่าจำเลยหลงต่อสู้ และศาลสามารถลงโทษฐานฉ้อโกงได้ตามกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้บทลงโทษจำเลยจากลักทรัพย์เป็นฉ้อโกงแต่คงให้ลงโทษจำคุกจำเลย 3 ปี เท่ากับศาลชั้นต้น เป็นการแก้ไขเล็กน้อย คู่ความฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงมิได้ตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 ฟ้องว่าลักทรัพย์ ข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในการพิจารณาฟังได้ว่าเป็นฉ้อโกง เมื่อจำเลยนำสืบว่ากระบือที่จำเลยรับมาเป็นกระบือของจำเลย ถือไม่ได้ว่าจำเลยหลงต่อสู้ ลงโทษจำเลยฐานฉ้อโกงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 192วรรคสามได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.192 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.218 ประมวลกฎหมายอาญา ม.335 ประมวลกฎหมายอาญา ม.341

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยทั้งสองร่วมกันลักเอากระบือ 1 ตัว อันเป็นสัตว์มีไว้สำหรับประกอบกสิกรรมของผู้เสียหายซึ่งมีอาชีพทำนา ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335, 83 ฯลฯ จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 335(12) ฯลฯ ลงโทษจำคุก 3 ปี ให้จำเลยที่ 1 คืนหรือใช้ราคากระบือยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 2 ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่าจำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 ให้ลงโทษจำคุก 3 ปี จำเลยที่ 1 ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้บทลงโทษจำเลยแต่คงให้จำคุกจำเลยสามปี เป็นการแก้ไขเล็กน้อย คู่ความฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงมิได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 ข้อที่จำเลยฎีกาว่า กระบือที่จำเลยรับมาเป็นกระบือของจำเลยจึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามบทกฎหมายดังกล่าว ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย เมื่อข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในทางพิจารณาศาลอุทธรณ์ฟังว่าเป็นฉ้อโกง แตกต่างกับข้อเท็จจริงที่กล่าวในฟ้องว่าเป็นเรื่องลักทรัพย์ แต่ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 192 วรรคสามบัญญัติว่าในกรณีที่ข้อแตกต่างนั้นเป็นเพียงต่างกันระหว่างการกระทำผิดฐานลักทรัพย์ กรรโชก ฉ้อโกง ฯลฯ มิให้ถือว่าต่างกันในข้อสาระสำคัญ เว้นแต่จะปรากฏแก่ศาลว่าการที่ฟ้องผิดไปเป็นเหตุให้จำเลยหลงต่อสู้ จำเลยคงนำสืบว่ากระบือที่จำเลยที่ 1 รับมาเป็นกระบือของตน มิใช่จำเลยที่ 1 หลงต่อสู้ คำพิพากษาศาลอุทธรณ์จึงชอบแล้ว พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3462/2528 พนักงานอัยการจังหวัดเชียงราย โจทก์ นายสถิตย์ ชุ่มมงคล กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดเชียงราย · จำเลย - นายสถิตย์ ชุ่มมงคล กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อำนวย เปล่งวิทยา · สุชาติ จิวะชาติ · วีระ ทรัพยไพศาล
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 5855/2550ฎีกา 1948/2542ฎีกา 2819/2535ฎีกา 958/2509ฎีกา 8431/2547ฎีกา 809/2568ฎีกา 233/2544ฎีกา 836/2484ฎีกา 1001/2496ฎีกา 905/2500ฎีกา 2730/2532ฎีกา 251/2482ฎีกา 996/2518ฎีกา 969/2481ฎีกา 9425/2559ฎีกา 123/2484ฎีกา 1731/2522ฎีกา 449/2541ฎีกา 2138/2545ฎีกา 1038/2533ฎีกา 1642-1643/2497ฎีกา 144/2485ฎีกา 630/2529ฎีกา 182/2485
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา