คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3910/2528
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
คำให้การของจำเลยที่ 3 ที่อ้างว่าคดีขาดอายุความนั้น ไม่ชัดแจ้งว่าขาดอายุความเรื่องใดและเพราะเหตุใด จึงไม่ชอบด้วยกฎหมายและไม่ก่อให้เกิดประเด็นข้อพิพาทในเรื่องอายุความ
ย่อคำพิพากษา
โจทก์ฟ้องจำเลยที่1 และที่ 2 ให้ร่วมรับผิดในมูลละเมิดฟ้องจำเลยที่ 3 ให้รับผิดตามสัญญาประกันภัยค้ำจุนคำให้การจำเลยที่ 3 กล่าวเพียงว่า 'กรณีจะเป็นประการใดก็ตามจำเลยที่3 ขอให้การตัดฟ้องของโจทก์ว่า โจทก์ฟ้องคดีนี้เมื่อขาดอายุความตามกฎหมายแล้ว' ไม่ชัดแจ้งว่าคดีขาดอายุความเรื่องอะไรและเพราะเหตุใด จึงไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 177 วรรคสอง ย่อมไม่ก่อให้เกิดประเด็นข้อพิพาทในเรื่องอายุความ แม้ศาลล่าง จะได้วินิจฉัยให้ก็เป็นการนอกประเด็น ถือว่าเป็นข้อที่ มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลล่าง ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ ขับรถยนต์ของจำเลยที่ ๒ ตามคำสั่งและในทางการที่จ้างของจำเลยที่ ๒ ด้วยความประมาทชนเสาไฟฟ้าของโจทก์ได้รับความเสียหาย เป็นการทำละเมิดต่อโจทก์ จำเลยที่ ๒ ต้องร่วมรับผิดกับจำเลยที่ ๑ ส่วนจำเลยที่ ๓ ผู้รับประกันภัยรถยนต์คันดังกล่าวต้องร่วมรับผิดด้วย ขอบังคับจำเลยทั้งสามร่วมกันใช้ค่าเสียหาย ๑๙,๐๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์
จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา
จำเลยที่ ๓ ให้การว่า จำเลยที่ ๑ ไม่ใช่ลูกจ้างของจำเลยที่ ๒ ไม่ได้ขับรถไปในทางการที่จ้างและมิได้ขับด้วยความประมาท ค่าเสียหายไม่เกิน ๘,๐๐๐ บาท กรณีเป็นเหตุสุดวิสัย คดีขาดอายุความ ขอให้ยกฟ้อง
ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสามรับผิดต่อโจทก์ตามฟ้อง
จำเลยที่ ๓ อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยที่ ๓ ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า โจทก์ฟ้องจำเลยที่ ๑ และที่ ๒ ให้ร่วมรับผิดในมูลละเมิดฟ้องจำเลยที่ ๓ ให้รับผิดตามสัญญาประกันภัยค้ำจุน จำเลยที่ ๓ ให้การในเรื่องนี้ไว้ตามข้อ ๒ แต่เพียงว่า "กรณีจะเป็นประการใดก็ตาม จำเลยที่ ๓ ขอให้การตัดฟ้องของโจทก์ว่า โจทก์ฟ้องคดีนี้เมื่อขาดอายุความตามกฎหมายแล้ว" โดยจำเลยที่ ๓ มิได้แสดงโดยชัดแจ้งว่าคดีขาดอายุความเรื่องอะไรและเพราะเหตุใดคำให้การของจำเลยที่ ๓ จึงไม่ถูกต้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๗๗ วรรค ๒ ย่อมไม่ก่อให้เกิดประเด็นในคดี คำวินิจฉัยของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ในข้อนี้จึงเป็นการนอกประเด็น จำเลยที่ ๓ จะยกขึ้นฎีกาไม่ได้และถือได้ว่าเป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากล่าวกันมาแล้วในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ฎีกาของจำเลยที่ ๓ เรื่องอายุความจึงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๔๙ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้
พิพากษายกฎีกาของจำเลยที่ ๓
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3910/2528
กรมทางหลวง โจทก์
นายสมศักดิ์ ล้วนไพรินทร์ กับพวก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - กรมทางหลวง · จำเลย - นายสมศักดิ์ ล้วนไพรินทร์ กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ปชา วรธรรมพินิจ · ชลูตม์ สวัสดิทัต · ธิรพันธุ์ รัศมิทัต |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่ง - นายประสิทธิ์ แสนศิริ · ศาลอุทธรณ์ - นายลิขิต ไชยฤทธิ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา