คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3945/2528
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
หากข้อเท็จจริงฟังได้ว่านิติกรรมจำนองเป็นทางให้เจ้าหนี้เสียเปรียบ ศาลมีอำนาจเพิกถอนนิติกรรมนั้นได้ในชั้นบังคับคดีโดยไม่ต้องฟ้องคดีใหม่
ย่อคำพิพากษา
ในชั้นบังคับคดีหากข้อเท็จจริงฟังได้ว่า สัญญาจำนองที่ดินพิพาทเป็นนิติกรรมซึ่งจำเลยที่ 2 และผู้ร้องซึ่งเป็นผู้รับจำนองได้กระทำลงทั้งรู้อยู่ว่าเป็นทางให้โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้เสียเปรียบแล้ว ศาลก็มีอำนาจที่จะเพิกถอนสัญญาจำนองที่ดินพิพาทระหว่างผู้ร้องและจำเลยที่ 2 ได้โดยไม่ต้องไปฟ้องเป็นคดีใหม่
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
ศาลชั้นต้นพิพากษาและคดีถึงที่สุดให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน23,700 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยจนกว่าจะชำระเสร็จให้แก่โจทก์ จำเลยทั้งสองไม่ปฏิบัติตามคำบังคับ โจทก์จึงนำยึดที่ดินของจำเลยที่ 2 นางสาคร สายศรยื่นคำร้องว่าที่ดินพิพาทซึ่งโจทก์นำยึดนั้นจำเลยที่ 2 ได้จำนองไว้กับผู้ร้องผู้ร้องจึงเป็นเจ้าหนี้บุริมสิทธิ ขอให้ขายทอดตลาดที่ดินดังกล่าวโดยปลอดจำนองเอาเงินมาชำระหนี้ให้แก่ผู้ร้องก่อนเจ้าหนี้อื่น
โจทก์ยื่นคำแถลงคัดค้านว่าผู้ร้องมิใช่เจ้าหนี้บุริมสิทธิเพราะได้จดทะเบียนจำนองที่ดินพิพาทเมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน 2521 ซึ่งขณะนั้นจำเลยที่ 2 มิใช่เจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาท การจำนองจึงตกเป็นโมฆะ นอกจากนั้นการจำนองระหว่างจำเลยที่ 2 และผู้ร้องเป็นการฉ้อฉลทำให้โจทก์เสียเปรียบ ขอให้เพิกถอนการจดทะเบียนจำนองที่ดินพิพาท
ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้องของผู้ร้อง
ผู้ร้องอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
ผู้ร้องฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า สัญญาจำนองที่ดินพิพาทเป็นนิติกรรมซึ่งจำเลยที่ 2ได้กระทำลงทั้งที่รู้อยู่ว่าเป็นทางให้โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้เสียเปรียบหรือไม่ปรากฏจากคำร้องและสำเนาหนังสือสัญญาจำนองท้ายคำร้องว่าจำเลยที่ 2 ได้นำที่ดินพิพาทไปจำนองประกันเงินที่จำเลยที่ 2 เป็นผู้กู้ยืมไปจากผู้ร้อง แต่การเบิกความของผู้ร้องและนางสุนีย์กลับเป็นว่าผู้กู้ยืมเงินจากผู้ร้องคือนางฐิติมา หาใช่จำเลยที่ 2 ไม่ และการจดทะเบียนจำนองที่ดินพิพาทได้กระทำไปขณะที่คดีกำลังอยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้นก่อนที่จำเลยจะแถลงยอมรับว่าเป็นฝ่ายผิดสัญญา ขอให้ศาลมีคำพิพากษาโดยไม่ติดใจสืบพยาน แสดงว่าสัญญาจำนองที่ดินพิพาทเป็นนิติกรรม ซึ่งจำเลยที่ 2 และผู้ร้องกระทำลงโดยรู้อยู่ว่าเป็นทางให้โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้เสียเปรียบฎีกาผู้ร้องฟังไม่ขึ้น อย่างไรก็ดีการที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนให้ยกคำร้องของผู้ร้องนั้น ศาลฎีกาเห็นว่ายังไม่ถูกต้องเพราะโจทก์ขอให้ศาลเพิกถอนสัญญาจำนองที่ทำให้โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้เสียเปรียบด้วย
พิพากษาแก้เป็นว่าให้เพิกถอนสัญญาจำนองที่ดินพิพาทฉบับลงวันที่ 17พฤศจิกายน 2521 ระหว่างผู้ร้องและจำเลยที่ 2 และให้ยกคำร้องของผู้ร้อง
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3945/2528
กรมสามัญศึกษา โจทก์
นางสาคร สายศร ผู้ร้อง
ห้างหุ้นส่วนจำกัดจ.สถาปัตย์ก่อสร้าง โดยนายจรูญ ศรีสว่าง จำเลย
หุ้นส่วนผู้จัดการที่ 1 จำเลย
นายจรูญ ศรีสว่าง ที่ 2 จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - กรมสามัญศึกษา · ผู้ร้อง - นางสาคร สายศร · จำเลย - ห้างหุ้นส่วนจำกัดจ.สถาปัตย์ก่อสร้าง โดยนายจรูญ ศรีสว่าง · จำเลย - หุ้นส่วนผู้จัดการที่ 1 · จำเลย - นายจรูญ ศรีสว่าง ที่ 2 |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ชูเชิด รักตะบุตร์ · บุญส่ง คล้ายแก้ว · ปรานอม มหรรณพ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา