⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3945/2528

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3945/2528

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
หากข้อเท็จจริงฟังได้ว่านิติกรรมจำนองเป็นทางให้เจ้าหนี้เสียเปรียบ ศาลมีอำนาจเพิกถอนนิติกรรมนั้นได้ในชั้นบังคับคดีโดยไม่ต้องฟ้องคดีใหม่

ย่อคำพิพากษา

ในชั้นบังคับคดีหากข้อเท็จจริงฟังได้ว่า สัญญาจำนองที่ดินพิพาทเป็นนิติกรรมซึ่งจำเลยที่ 2 และผู้ร้องซึ่งเป็นผู้รับจำนองได้กระทำลงทั้งรู้อยู่ว่าเป็นทางให้โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้เสียเปรียบแล้ว ศาลก็มีอำนาจที่จะเพิกถอนสัญญาจำนองที่ดินพิพาทระหว่างผู้ร้องและจำเลยที่ 2 ได้โดยไม่ต้องไปฟ้องเป็นคดีใหม่

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.271 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.282 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.237 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.702 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.714

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ศาลชั้นต้นพิพากษาและคดีถึงที่สุดให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน23,700 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยจนกว่าจะชำระเสร็จให้แก่โจทก์ จำเลยทั้งสองไม่ปฏิบัติตามคำบังคับ โจทก์จึงนำยึดที่ดินของจำเลยที่ 2 นางสาคร สายศรยื่นคำร้องว่าที่ดินพิพาทซึ่งโจทก์นำยึดนั้นจำเลยที่ 2 ได้จำนองไว้กับผู้ร้องผู้ร้องจึงเป็นเจ้าหนี้บุริมสิทธิ ขอให้ขายทอดตลาดที่ดินดังกล่าวโดยปลอดจำนองเอาเงินมาชำระหนี้ให้แก่ผู้ร้องก่อนเจ้าหนี้อื่น โจทก์ยื่นคำแถลงคัดค้านว่าผู้ร้องมิใช่เจ้าหนี้บุริมสิทธิเพราะได้จดทะเบียนจำนองที่ดินพิพาทเมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน 2521 ซึ่งขณะนั้นจำเลยที่ 2 มิใช่เจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาท การจำนองจึงตกเป็นโมฆะ นอกจากนั้นการจำนองระหว่างจำเลยที่ 2 และผู้ร้องเป็นการฉ้อฉลทำให้โจทก์เสียเปรียบ ขอให้เพิกถอนการจดทะเบียนจำนองที่ดินพิพาท ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้องของผู้ร้อง ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ผู้ร้องฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า สัญญาจำนองที่ดินพิพาทเป็นนิติกรรมซึ่งจำเลยที่ 2ได้กระทำลงทั้งที่รู้อยู่ว่าเป็นทางให้โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้เสียเปรียบหรือไม่ปรากฏจากคำร้องและสำเนาหนังสือสัญญาจำนองท้ายคำร้องว่าจำเลยที่ 2 ได้นำที่ดินพิพาทไปจำนองประกันเงินที่จำเลยที่ 2 เป็นผู้กู้ยืมไปจากผู้ร้อง แต่การเบิกความของผู้ร้องและนางสุนีย์กลับเป็นว่าผู้กู้ยืมเงินจากผู้ร้องคือนางฐิติมา หาใช่จำเลยที่ 2 ไม่ และการจดทะเบียนจำนองที่ดินพิพาทได้กระทำไปขณะที่คดีกำลังอยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้นก่อนที่จำเลยจะแถลงยอมรับว่าเป็นฝ่ายผิดสัญญา ขอให้ศาลมีคำพิพากษาโดยไม่ติดใจสืบพยาน แสดงว่าสัญญาจำนองที่ดินพิพาทเป็นนิติกรรม ซึ่งจำเลยที่ 2 และผู้ร้องกระทำลงโดยรู้อยู่ว่าเป็นทางให้โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้เสียเปรียบฎีกาผู้ร้องฟังไม่ขึ้น อย่างไรก็ดีการที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนให้ยกคำร้องของผู้ร้องนั้น ศาลฎีกาเห็นว่ายังไม่ถูกต้องเพราะโจทก์ขอให้ศาลเพิกถอนสัญญาจำนองที่ทำให้โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้เสียเปรียบด้วย พิพากษาแก้เป็นว่าให้เพิกถอนสัญญาจำนองที่ดินพิพาทฉบับลงวันที่ 17พฤศจิกายน 2521 ระหว่างผู้ร้องและจำเลยที่ 2 และให้ยกคำร้องของผู้ร้อง ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3945/2528 กรมสามัญศึกษา โจทก์ นางสาคร สายศร ผู้ร้อง ห้างหุ้นส่วนจำกัดจ.สถาปัตย์ก่อสร้าง โดยนายจรูญ ศรีสว่าง จำเลย หุ้นส่วนผู้จัดการที่ 1 จำเลย นายจรูญ ศรีสว่าง ที่ 2 จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - กรมสามัญศึกษา · ผู้ร้อง - นางสาคร สายศร · จำเลย - ห้างหุ้นส่วนจำกัดจ.สถาปัตย์ก่อสร้าง โดยนายจรูญ ศรีสว่าง · จำเลย - หุ้นส่วนผู้จัดการที่ 1 · จำเลย - นายจรูญ ศรีสว่าง ที่ 2
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ชูเชิด รักตะบุตร์ · บุญส่ง คล้ายแก้ว · ปรานอม มหรรณพ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 8454/2544ฎีกา 273/2501ฎีกา 6789/2541ฎีกา 5610/2548ฎีกา 5801/2538ฎีกา 1536/2500ฎีกา 19883/2555ฎีกา 621/2519ฎีกา 3808/2526ฎีกา 3581/2538ฎีกา 6193/2551ฎีกา 886/2515ฎีกา 945/2504ฎีกา 1763/2551ฎีกา 2345/2540ฎีกา 1897/2512ฎีกา 1646/2519ฎีกา 39/2524ฎีกา 161/2507ฎีกา 1818/2543ฎีกา 1413/2508ฎีกา 5423/2553ฎีกา 82/2512ฎีกา 635/2511
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา