⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3947/2528

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3947/2528

พ.ร.บ.คณะสงฆ์ ม.38 · ป.วิ.แพ่ง ม.55

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เจ้าอาวาสมีอำนาจสั่งให้บรรพชิตและคฤหัสถ์ซึ่งไม่อยู่ในโอวาทของตน ออกไปเสียจากวัดได้ตาม พ.ร.บ. คณะสงฆ์ พ.ศ. 2505 มาตรา 38 (2)

ย่อคำพิพากษา

ตามพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. 2505 มาตรา 38 (2) เจ้าอาวาสมีอำนาจสั่งให้บรรพชิตและคฤหัสถ์ซึ่งไม่อยู่ในโอวาทของเจ้าอาวาส ออกไปเสียจากวัดได้ดังนั้นเมื่อโจทก์อ้างว่าจำเลยไม่อยู่ในโอวาทของเจ้าอาวาส โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องจำเลยตามบทกฎหมายดังกล่าว กรณีหาใช่เป็นเรื่องที่จำเลยจะต้องรับนิคหกรรมเพราะการกระทำล่วงละเมิด พระธรรมวินัย ซึ่งต้องดำเนินการตามหมวด 4 แห่งพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. 2505 ไม่

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 พระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ.2505 ม.38

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยเป็นพระภิกษุอาศัยอยู่ในวัดโจทก์ ได้ประพฤติตนฝ่าฝืนคำสั่งของเจ้าอาวาสและไม่อยู่ในโอวาทของเจ้าอาวาส โจทก์ไม่ประสงค์จะให้จำเลยอาศัยอยู่ในวัดต่อไป ขอให้ขับไล่จำเลย จำเลยให้การว่ามิได้ฝ่าฝืนคำสั่งเจ้าอาวาส จำเลยมิได้ประพฤติผิดวินัยอันจะทำให้จำเลยขาดจากพระภิกษุ มีพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ควบคุมพระภิกษุอยู่ซึ่งมีบทบัญญัติให้ตั้งอธิการ ตั้งกรรมการ หากพระภิกษุทำผิดขั้นร้ายแรงต้องลาสิกขาบทก็เท่ากับต้องออกจากวัด โจทก์มิได้ทำตามขั้นตอน การนำคดีฟ้องขับไล่พระเป็นการขัดกับศาสนาไม่มีกฎหมายสนับสนุน โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้ยกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นดำเนินการชี้สองสถาน ฟังข้อเท็จจริงแล้วพิพากษาใหม่ตามรูปความ จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยอ้างว่าจำเลยไม่อยู่ในโอวาทของเจ้าอาวาส ซึ่งตามพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. ๒๕๐๕ มาตรา ๓๘ (๒)เจ้าอาวาสมีอำนาจสั่งให้บรรพชิตและคฤหัสถ์ซึ่งไม่อยู่ในโอวาทของเจ้าอาวาสออกไปเสียจากวัดได้ โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องจำเลยตามบทบัญญัติของกฎหมายดังกล่าว กรณีหาใช่เป็นเรื่องที่จำเลยจะต้องรับผิดคหกรรมเพราะการกระทำล่วงละเมิดพระธรรมวินัย ซึ่งต้องดำเนินการตามหมวด ๔ แห่งพระราชบัญญัติคณะสงฆ์และโจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยโดยอาศัยบทบัญญัติของพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. ๒๕๐๕ มิใช่เป็นการฟ้องตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ดังจำเลยฎีกาเมื่อโจทก์มีอำนาจฟ้องและจำเลยให้การต่อสู้คดีโจทก์ไว้หลายประเด็น จึงไม่ชอบที่ศาลชั้นต้นจะงดการชี้สองสถานและงดการสืบพยานแล้วพิพากษายกฟ้องโจทก์โดยอ้างว่าโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3947/2528 วัดราษฏร์สามัคคีธรรม โจทก์ พระครูปริยัติวัชรคุณ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - วัดราษฏร์สามัคคีธรรม · จำเลย - พระครูปริยัติวัชรคุณ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)โสภณ รัตนากร · วิฑูรย์ ตั้งตรงจิตต์ · วุฒิ ยุววิทยาพาณิชย์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดเพชรบูรณ์ - นายนิพนธ์ ไพทยา+รณ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายวิชิต บุญถนอม
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1793/2549ฎีกา 631/2541ฎีกา 305/2511ฎีกา 1858-1859/2515ฎีกา 130/2538ฎีกา 3409/2554ฎีกา 162/2512ฎีกา 818/2536ฎีกา 404/2526ฎีกา 108/2545ฎีกา 344/2531ฎีกา 9671/2539ฎีกา 7177/2545ฎีกา 1073/2508ฎีกา 2089/2532ฎีกา 1249/2526ฎีกา 1490/2535ฎีกา 1854/2493ฎีกา 2620/2517ฎีกา 2893/2531ฎีกา 5360/2546ฎีกา 5693/2549ฎีกา 673/2526ฎีกา 1812/2506
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา