⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 4374/2528

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4374/2528

ย่อคำพิพากษา

จำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 ถูกศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษแล้วยื่นอุทธรณ์ย่อโดยมิได้ระบุข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายที่จำเลยประสงค์จะยกขึ้นอ้างอิงในชั้นอุทธรณ์แต่อย่างใด ทั้งมิได้กล่าวอ้างว่าศาลชั้นต้นพิพากษาคดีนี้ไม่ถูกต้องในข้อใดอย่างไร กลับมีเนื้อความทำนองขอยืดเวลาอุทธรณ์ อุทธรณ์เช่นนี้ไม่เป็นการคัดค้านคำพิพากษาศาลชั้นต้น จึงเป็นอุทธรณ์ที่ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 193วรรคสอง แม้ศาลชั้นต้นจะสั่งรับเป็นอุทธรณ์ ก็ไม่ทำให้เป็นอุทธรณ์โดยชอบได้ ถือว่าจำเลยที่ 1 ถึงที่ 3ไม่ได้ยื่นอุทธรณ์ คดีสำหรับจำเลยดังกล่าวถึงที่สุดแล้วตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์ไม่มีอำนาจวินิจฉัยถึงอีก การที่พยานหลักฐานโจทก์เพียงพอจะรับฟังลงโทษจำเลยคนใดที่ร่วมกันกระทำความผิดได้หรือไม่ เป็นข้อเท็จจริงเกี่ยวกับจำเลยแต่ละคนเป็นการเฉพาะตัวเป็นรายๆ ไป จำเลยหลายคนที่ต้องหาว่าร่วมกระทำผิดอยู่ด้วยกันโดยตลอดนั้นพยานหลักฐานของโจทก์อาจพาดพิงถึงมากน้อยผิดกันได้ ที่มีน้ำหนักพอก็ลงโทษไปที่เบาบางก็ต้องปล่อยตามข้อเท็จจริงที่ปรากฏจากทางนำสืบเป็นรายตัว โดยเฉพาะคดีนี้ จำเลยที่ 4 ต้องหาในการกระทำความผิดเป็นคนละตอนกับจำเลยที่ 1 ถึงที่ 3เหตุที่ศาลอุทธรณ์ไม่ลงโทษจำเลยที่ 4 เพราะพยานหลักฐานมีน้ำหนักไม่พอจึงไม่เกี่ยวกับจำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 และไม่ใช่เหตุในส่วนลักษณะคดี ตามความหมายแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 213 ศาลอุทธรณ์ยกเหตุนี้ขึ้นพิพากษาให้มีผลถึงจำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 จึงไม่ชอบ

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.185 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.193 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.213

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยทั้งสี่ร่วมกันบุกรุกและพยายามลักทรัพย์ในเคหสถานขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 364, 365, 335, 336 ทวิ, 83, 80 จำเลยทั้งสี่ให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่าจำเลยทั้งสี่มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 364, 365, 335, 336 ทวิ, 83, 80, 91 ลงโทษจำเลยตามมาตรา 335, 336 ทวิ, 83, 80 ซึ่งเป็นบทหนักให้จำคุกคนละ 5 ปี จำเลยที่ 4 รับสารภาพในชั้นสอบสวน ลดโทษให้ตามมาตรา 78 หนึ่งในสาม ให้จำคุกจำเลยที่ 4 ไว้ 3 ปี 4 เดือน จำเลยทั้งสี่อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ปัญหามีว่าจำเลยทั้งสี่คือคนร้ายผู้กระทำความผิดดังฟ้องหรือไม่ สำหรับจำเลยที่ 1 ถึงจำเลยที่ 3 ถูกศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษแล้วยื่นอุทธรณ์ย่อโดยมิได้ระบุข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายที่จำเลยประสงค์จะยกขึ้นอ้างอิงในชั้นอุทธรณ์แต่อย่างใด ทั้งมิได้กล่าวอ้างว่าศาลชั้นต้นพิพากษาคดีนี้ไม่ถูกต้องในข้อใดอย่างไร กลับมีเนื้อความทำนองขอยืดเวลาอุทธรณ์ อุทธรณ์เช่นนี้ไม่เป็นการคัดค้านคำพิพากษาศาลชั้นต้น จึงเป็นอุทธรณ์ที่ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 193 วรรค 2 แม้ศาลชั้นต้นจะสั่งรับเป็นอุทธรณ์ ก็ไม่ทำให้เป็นอุทธรณ์โดยชอบได้ ถือว่าจำเลยที่ 1 ถึงจำเลยที่ 3 ไม่ได้ยื่นอุทธรณ์คดีนี้ไว้ คดีสำหรับจำเลยดังกล่าวถึงที่สุดแล้วตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ไม่มีอำนาจวินิจฉัยถึงจำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 อีก มีปัญหาต่อไปว่าข้อวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์เกี่ยวกับจำเลยที่ 4 ที่ว่าพยานหลักฐานโจทก์มีน้ำหนักน้อยไม่พอฟังลงโทษจำเลยที่ 4 เป็นเหตุอยู่ในส่วนลักษณะคดีที่จะทำให้ศาลอุทธรณ์มีอำนาจพิพากษาให้มีผลถึงจำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 หรือไม่เห็นว่าการที่พยานหลักฐานโจทก์เพียงพอจะรับฟังลงโทษจำเลยคนใดได้หรือไม่ เป็นข้อเท็จจริงเกี่ยวกับจำเลยแต่ละคนเป็นการเฉพาะตัวเป็นราย ๆ ไป จำเลยหลายคนที่ต้องหาว่าร่วมกระทำความผิดอยู่ด้วยกันโดยตลอด พยานหลักฐานของโจทก์อาจพาดพิงถึงมากน้อยผิดกันได้ ที่มีน้ำหนักพอก็ลงโทษไป ที่เบาบางก็ต้องปล่อยตามข้อเท็จจริงที่ปรากฏจากทางนำสืบเป็นรายตัว ยิ่งกว่านั้นในคดีนี้จำเลยที่ 4 ยังต้องหากระทำความผิดเป็นคนละตอนกับจำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 อีกด้วย เหตุที่ศาลอุทธรณ์ไม่ลงโทษจำเลยที่ 4 เพราะพยานหลักฐานมีน้ำหนักไม่พอจึงไม่เกี่ยวกับจำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 และไม่ใช่เหตุในส่วนลักษณะคดีตามความหมายแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 213 ที่ศาลอุทธรณ์ยกเหตุนี้ขึ้นพิพากษาให้มีผลถึงจำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 ซึ่งคดีถึงที่สุดแล้วนั้น ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาข้อนี้ของโจทก์ฟังขึ้น สำหรับจำเลยที่ 4 ศาลฎีกาพิจารณาแล้ว เห็นว่า พยานหลักฐานของโจทก์ในส่วนที่เกี่ยวกับจำเลยที่ 4 มีน้ำหนักและเหตุผลไม่พอฟังลงโทษจำเลยที่ 4 ได้ พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ลงโทษและบังคับคดีจำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 ไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4374/2528 พนักงานอัยการกรมอัยการ โจทก์ นายยืน หรือชัย สมคิด กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการกรมอัยการ · จำเลย - นายยืน หรือชัย สมคิด กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ปชา วรธรรมพินิจ · จุนท์ จันทรวงศ์ · อุทิศ บุญชู
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 927/2490ฎีกา 6205/2541ฎีกา 1656/2544ฎีกา 2530/2527ฎีกา 1305/2547ฎีกา 2053/2528ฎีกา 5779/2530ฎีกา 2147/2521ฎีกา 3026/2517ฎีกา 6355/2544ฎีกา 2963/2535ฎีกา 1228/2510ฎีกา 726/2487ฎีกา 848/2545ฎีกา 2813/2566ฎีกา 738/2536ฎีกา 2794/2516ฎีกา 5806/2534ฎีกา 1516/2549ฎีกา 1618/2499ฎีกา 4547/2530ฎีกา 3184/2545ฎีกา 250-251/2536ฎีกา 8575-8576/2548
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา