คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4543/2528
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อศาลฎีกาเห็นสมควรลดโทษให้จำเลยที่ได้ฎีกาลงมาได้เพราะเหตุที่โทษที่ศาลล่างกำหนดไว้หนักไป ศาลฎีกาย่อมมีอำนาจพิพากษาแก้โทษให้เบาลงตลอดไปถึงจำเลยอื่นที่มิได้ฎีกาด้วย หากจำเลยเหล่านั้นได้รับโทษมาโดยคำนวณมาจากโทษที่หนักเกินไปเช่นเดียวกัน
ย่อคำพิพากษา
ฟ้องว่าจำเลยทั้งห้ากับพวกร่วมกันฆ่าผู้อื่น ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ลงโทษจำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 3 ฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่น จำเลยที่ 3 คนเดียวฎีกาและศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยที่ 3 กับพวกมิได้ใช้อาวุธหรือวิธีการร้ายแรงผิดปกติ การวางโทษถึงประหารชีวิตจำเลยที่ 3 จึงหนักไปสมควรกำหนดโทษให้เบาลงและปรากฏว่าศาลล่างวางโทษจำเลยที่ 1 และที่ 2 มาก็โดยคำนวณโทษมาจากโทษประหารชีวิตเช่นเดียวกัน ข้อนี้เป็นเหตุอยู่ในส่วนลักษณะคดีศาลฎีกามีอำนาจพิพากษาแก้โทษให้เบาลงตลอดไปถึงจำเลยที่ 1ที่ 2 ที่มิได้ฎีกาด้วย
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งห้ากับพวกร่วมกันฆ่าผู้อื่นและพกพาอาวุธมีดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288, 371, 83
จำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพ จำเลยที่ 2 ถึงที่ 5 ให้การปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาว่าจำเลยที่ 1 ที่ 2 ที่ 3 มีความผิดตามฟ้องให้ลงโทษประหารชีวิตจำเลยที่ 3 ส่วนจำเลยที่ 1 และ 2 อายุ 17 ปี ลดมาตราส่วนโทษลงกึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 75 ประกอบด้วยมาตรา 52 แล้วให้จำคุกจำเลยที่ 1 ที่ 2 ไว้ตลอดชีวิต ลดโทษให้จำเลยที่ 1 หนึ่งในสี่แล้ว คงจำคุกจำเลยที่ 1 ไว้ 37 ปี 6 เดือน กับปรับจำเลยที่ 1 จำนวน 30 บาท ปรับจำเลยที่ 2 จำนวน 40 บาท และปรับจำเลยที่ 3 จำนวน 80 บาท ในข้อหาพกพาอาวุธมีด ริบมีดของกลางและให้ยกฟ้อง จำเลยที่ 4 ที่ 5
จำเลยที่ 1 ที่ 2 ที่ 3 อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยที่ 3 ฎีกา
ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยที่ 3 ร่วมกับจำเลยที่ 1 ที่ 2 ฆ่าผู้ตายและคดีนี้เกิดเหตุเพราะผู้ตายขึ้นไปต่อว่านางรำบนเวทีเต้นรำขณะที่นางรำเต้นรำอยู่กับจำเลยที่ 2 อันเป็นเรื่องไม่ควรกระทำ และจำเลยที่ 3กับพวกมิได้ใช้อาวุธหรือวิธีการร้ายแรงผิดปกติ การวางโทษถึงประหารชีวิตจำเลยที่ 3 จึงยังหนักไป สมควรกำหนดโทษให้เบาลง อนึ่งปรากฏว่าศาลล่างวางโทษจำเลยที่ 1 ที่ 2 มาก็โดยคำนวณโทษมาจากโทษประหารชีวิตเช่นเดียวกัน ข้อนี้เป็นเหตุอยู่ในส่วนลักษณะคดี ศาลฎีกามีอำนาจพิพากษาแก้โทาให้เบาลงตลอดไปถึงจำเลยที่ 1 ที่ 2 ที่มิได้ฎีกาด้วย
พิพากษาแก้เป็นว่า สำหรับกระทงความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 288, 83 ให้ลงโทษจำคุกจำเลยที่ 3 ตลอดชีวิตส่วนจำเลยที่ 1 ที่ 2 ลดมาตราส่วนโทษกึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 75 โดยคำนวณการลดโทษตามมาตรา 53 แล้ว ให้จำคุกจำเลยที่ 1 ที่ 2 ไว้คนละ 25 ปี ลดโทษให้จำเลยที่ 1 อีกหนึ่งในสี่ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 78 คงจำคุกจำเลยที่ 1 ไว้ 18 ปี 9 เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4543/2528
พนักงานอัยการกรมอัยการ โจทก์
นายเลิศ วรกิจ ที่ 1 นายวุฒิชัย ทองมี ที่ 2 จำเลย
นายเจริญ สิทธิจักร ที่ 3 นายสวัสดิ์ วระจิตร ที่ 4 นายสมบูรณ์ วังวอน ที่ 5 จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการกรมอัยการ · จำเลย - นายเลิศ วรกิจ ที่ 1 นายวุฒิชัย ทองมี ที่ 2 · จำเลย - นายเจริญ สิทธิจักร ที่ 3 นายสวัสดิ์ วระจิตร ที่ 4 นายสมบูรณ์ วังวอน ที่ 5 |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สมบูรณ์ บุญภินนท์ · สุพจน์ นาถะพินธุ · เพียร สุมิระ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา