⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 4583/2528

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4583/2528

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่เจ้าหน้าที่รัฐไม่รับจดทะเบียนสมรสให้แก่ประชาชน โดยอ้างเหตุผลที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ถือเป็นการกระทำที่ประชาชนสามารถฟ้องร้องบังคับให้เจ้าหน้าที่รัฐดำเนินการตามกฎหมายได้

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยที่ 1 ในฐานะนายทะเบียนอำเภอคลองใหญ่และจำเลยที่ 2 กระทรวงมหาดไทยในฐานะเป็นผู้บังคับบัญชาของจำเลยที่ 1 รับจดทะเบียนสมรสให้โจทก์ทั้งสองเห็นว่า ไม่ปรากฏว่าจำเลยที่ 2 มีหน้าที่รับจดทะเบียนสมรสตามกฎหมาย ตรงข้ามกลับได้ความว่าจำเลยที่ 1เท่านั้นที่เป็นนายทะเบียนมีหน้าที่รับจดทะเบียนสมรส ตามพระราชบัญญัติจดทะเบียนครอบครัว พุทธศักราช 2478 เมื่อจำเลยที่ 2 ไม่มีหน้าที่ โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องบังคับให้จำเลยที่ 2 จดทะเบียนสมรสให้แก่โจทก์ทั้งสองได้ ข้อที่จำเลยทั้งสองฎีกาว่าจำเลยที่ 1 ไม่เคยปฏิเสธไม่ยอมรับจดทะเบียนสมรสให้โจทก์ทั้งสองนั้น ได้ความว่าโจทก์ทั้งสองยื่นคำร้องขอจดทะเบียนสมรสต่อจำเลยที่ 1 นายชุมพลเจ้าหน้าที่ของจำเลยที่ 1 ได้บันทึกถ้อยคำของโจทก์ที่ 2ไว้แต่ไม่ปรากฏว่าได้บันทึกสอบถามเรื่องคุณสมบัติของโจทก์ที่ 2 อันเป็นเงื่อนไขแห่งการสมรสตามที่จำเลยทั้งสองฎีกาโต้แย้งมาแต่ประการใด กลับมีบันทึกสั่งการในตอนท้ายว่าให้สอบเพิ่มเติมว่า โจทก์ที่ 2 เข้ามาในอำเภอคลองใหญ่เพราะสาเหตุอันใด และโจทก์ที่ 2 มีอาชีพอะไร มีรายได้เท่าใด เมื่อเริ่มอพยพเข้ามาครั้งแรกรู้จักใครบ้างข้อความเหล่านี้ล้วนแสดงให้เห็นได้ชัดถึงเหตุผลในการไม่ยอมรับจดทะเบียนสมรสให้โจทก์ทั้งสองของจำเลยที่ 1 ทั้งสิ้น เพราะแม้แต่ในฎีกาของจำเลยเองก็ยังอ้างว่าโจทก์ที่ 2 มีคุณสมบัติไม่ครบถ้วนที่จะรับจดทะเบียนสมรสให้ได้ ซึ่งแสดงถึงการปฏิเสธของจำเลยที่ 1 อยู่ในตัวเอง โจทก์ทั้งสองจึงมีอำนาจฟ้องจำเลยที่ 1 ให้รับจดทะเบียนสมรสของโจทก์ทั้งสองได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 พระราชบัญญัติจดทะเบียนครอบครัว พ.ศ.2478 ม.3

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ทั้งสองได้ยื่นคำร้องขอจดทะเบียนสมรสต่อจำเลยที่ 1 ในฐานะนายทะเบียนอำเภอคลองใหญ่ แต่จำเลยที่ 1 ปฏิเสธไม่ยอมจดทะเบียนสมรสให้ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหายและเป็นการโต้แย้งสิทธิของโจทก์ ขอให้บังคับจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 ในฐานะเป็นผู้บังคับบัญชาของจำเลยที่ 1 รับจดทะเบียนสมรสให้โจทก์ทั้งสอง จำเลยที่ 1 ให้การว่า จำเลยที่ 1 ยังไม่ได้ปฏิเสธที่จะไม่จดทะเบียนสมรสให้เพียงแต่โจทก์ยังไม่ได้รับการตรวจสอบคุณสมบัติตามเงื่อนไขให้เป็นไปตามระเบียบแบบแผนของทางราชการ จำเลยที่ 2 ให้การว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยที่ 2 เพราะการจดทะเบียนสมรสเป็นอำนาจของจำเลยที่ 1 ฟ้องโจทก์เคลือบคลุม ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 หรือจำเลยที่ 2 รับจดทะเบียนสมรสให้โจทก์ทั้งสอง จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ไม่ปรากฏว่าจำเลยที่ 2 มีหน้าที่รับจดทะเบียนสมรสตามกฎหมาย ตรงข้ามกันได้ความว่าจำเลยที่ 1 เท่านั้นเป็นนายทะเบียนมีหน้าที่รับจดทะเบียนสมรส ตามพระราชบัญญัติจดทะเบียนครอบครัว พุทธศักราช 2478 เมื่อจำเลยที่ 2 ไม่มีหน้าที่ โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องบังคับให้จำเลยที่ 2 จดทะเบียนสมรสให้แก่โจทก์ทั้งสองได้ตามฟ้อง จำเลยทั้งสองฎีกาอีกว่า จำเลยที่ 1 ไม่เคยปฏิเสธไม่ยอมรับจดทะเบียนสมรสให้โจทก์ทั้งสอง เพียงแต่จำเลยที่ 1 อยู่ในระหว่างตรวจคุณสมบัติของโจทก์ทั้งสองเพิ่มเติมโดยสั่งให้โจทก์ที่ 2 นำบิดามารดามาสอบเพิ่มเติม แต่ได้ความว่า เมื่อโจทก์ทั้งสองไปยื่นคำร้องขอจดทะเบียนสมรสต่อจำเลยที่ 1 นั้น นายชุมพล ทรัพย์ประสพเจ้าหน้าที่ของจำเลยที่ 1 ได้บันทึกถ้อยคำของโจทก์ที่ 2 ไว้ ปรากฏตามเอกสารหมาย ล.1 แต่ไม่ปรากฏว่านายชุมพลได้มีบันทึกสอบถามเรื่องคุณสมบัติของโจทก์ที่ 2 อันเป็นเงื่อนไขแห่งการสมรสตามที่จำเลยทั้งสองฎีกาโต้แย้งมาแต่ประการใด จึงเห็นได้ชัดว่า จำเลยที่ 1 ไม่ได้สงสัยในคุณสมบัติของโจทก์ที่ 2 ตามที่ฎีกา แต่เห็นได้ชัดตามบันทึกท้ายเอกสารหมาย ล.2 ซึ่งเป็นบันทึกของนายชุมพลถึงจำเลยที่ 1 และมีบันทึกสั่งการตอนท้ายว่าให้สอบเพิ่มเติมว่าโจทก์ที่ 2 เข้ามาในอำเภอคลองใหญ่เพราะสาเหตุอันใด และโจทก์ที่ 2 มีอาชีพอะไรมีรายได้เท่าใด เมื่อเริ่มอพยพเข้ามาครั้งแรกรู้จักใครบ้าง ข้อความเหล่านี้ล้วนแสดงถึงเหตุผลในการไม่ยอมรับจดทะเบียนสมรสให้โจทก์ทั้งสองของจำเลยที่ 1 ทั้งสิ้นส่วนที่จำเลยที่ 1 จะได้แจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรหรือให้โจทก์ทั้งสองเซ็นรับทราบการปฏิเสธไม่ยอมรับจดทะเบียนสมรสหรือไม่ก็เป็นเรื่องภายในของจำเลยที่ 1 เอง แม้จะไม่มีการปฏิบัติดังกล่าวก็หาทำให้การปฏิเสธของจำเลยที่ 1 กลายเป็นไม่ปฏิเสธไปไม่เพราะแม้แต่ในฎีกาของจำเลยเองยังอ้างว่า โจทก์ที่ 2 มีคุณสมบัติไม่ครบถ้วนที่จะรับจดทะเบียนสมรสให้ได้ ซึ่งแสดงถึงการปฏิเสธของจำเลยที่ 1 อยู่ในตัวเอง โจทก์ทั้งสองจึงมีอำนาจฟ้องจำเลยที่ 1 ให้รับจดทะเบียนสมรสของโจทก์ทั้งสองได้ตามฟ้อง พิพากษาแก้ ให้ยกฟ้องเฉพาะจำเลยที่ 2 ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4583/2528 นายสงคราม หินเขา กับพวก โจทก์ นายอำเภอคลองใหญ่ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายสงคราม หินเขา กับพวก · จำเลย - นายอำเภอคลองใหญ่ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วิฑูรย์ ตั้งตรงจิตต์ · โสภณ รัตนากร · ไพรัช วงศ์วัฒนะ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 673/2526ฎีกา 1812/2506ฎีกา 1281-1283/2493ฎีกา 704/2522ฎีกา 1029/2519ฎีกา 1565/2543ฎีกา 2618/2526ฎีกา 1218/2534ฎีกา 5280/2544ฎีกา 73-74/2506ฎีกา 2765/2548ฎีกา 2368/2523ฎีกา 1025/2487ฎีกา 1971/2494ฎีกา 789/2515ฎีกา 513/2546ฎีกา 7577/2538ฎีกา 1112/2535ฎีกา 1035/2519ฎีกา 1173/2497ฎีกา 1083/2536ฎีกา 768/2518ฎีกา 2498/2550ฎีกา 2126/2539
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา