⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 4951/2528

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4951/2528

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
หนี้ที่ยังไม่แน่นอนและไม่อาจคำนวณได้ในขณะทำสัญญา ไม่สามารถเป็นมูลหนี้ในสัญญากู้เงินได้

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ให้จำเลยที่ 1 ทำสัญญากู้เงินตามฟ้องไว้เพื่อประกันความเสียหาย ในการที่โจทก์ค้ำประกันจำเลยที่ 1 ซึ่งเช่าซื้อโทรทัศน์สีจากบุคคลอื่น จำเลยที่ 1 ไม่ได้รับเงินไปจากโจทก์เลย ขณะทำสัญญากู้เป็นเวลา หลังค้ำประกันการเช่าซื้อไม่นานความเสียหายจากการค้ำประกันการเช่าซื้อ ยังไม่เกิดขึ้นและยังคำนวณไม่ได้ จึงเป็นหนี้ที่ยังไม่แน่นอนไม่อาจนำมาเป็นมูลหนี้ในสัญญากู้เงินได้ ฟังไม่ได้ว่าจำเลยที่1กู้เงินโจทก์ จำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นผู้ค้ำประกันการกู้จึงไม่ต้องรับผิด

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.650 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.680 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.681

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ ๑ พฤษภาคม ๒๕๒๕ จำเลยที่ ๑ กู้เงินโจทก์ไป ๔๐,๐๐๐ บาท ตกลงชำระดอกเบี้ยตามกฎหมายเป็นรายเดือนและคืนต้นเงินภายในวันที่ ๓๐ พฤษภาคม ๒๕๒๗ มีจำเลยที่ ๒ เป็นผู้ค้ำประกัน จนถึงวันฟ้องจำเลยที่ ๑ ไม่เคยชำระดอกเบี้ยจำนวน ๒,๐๐๐ บาทแก่โจทก์เลย โจทก์ทวงถามแล้วจำเลยทั้งสองเพิกเฉย ขอให้ศาลบังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันหรือแทนกันใช้เงิน ๔๒,๐๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ ๗ ครึ่งต่อปี ในต้นเงิน ๔๐,๐๐๐ บาท นับแต่วันถัดจากวันฟ้องไปจนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยที่ ๑ ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา จำเลยที่ ๒ ให้การว่า จำเลยที่ ๒ ไม่เคยได้รับคำบอกกล่าวให้ชำระหนี้จำเลยที่ ๒ ไม่เคยค้ำประกันเงินกู้ของจำเลยที่ ๑ สัญญาค้ำประกันเป็นเอกสารปลอมโดยปลอมลายมือชื่อลงในช่องผู้ค้ำประกันและกรอกข้อความต่าง ๆ ลงไปเองขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาให้จำเลยที่ ๑ ชำระเงิน ๔๒,๐๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จหากจำเลยที่ ๑ ไม่ชำระ ให้จำเลยที่ ๒ ชำระแทนจนครบ ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมโดยกำหนดค่าทนายความ ๗๐๐ บาท แทนโจทก์ จำเลยที่ ๒ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ยกฟ้องจำเลยทั้งสองแต่ไม่ตัดสิทธิโจทก์ที่จะฟ้องจำเลยตามมูลหนี้เดิม ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลเป็นพับ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงได้ความจากตัวโจทก์เองแล้วว่าโจทก์ให้จำเลยที่ ๑ ทำสัญญากู้เงินตามฟ้องโจทก์ให้ตนไว้เพื่อประกันความเสียหายในการที่โจทก์ค้ำประกันจำเลยที่ ๑ ซึ่งเช่าซื้อโทรทัศน์สีจากบุคคลอื่น จำเลยที่ ๑ ไม่ได้รับเงินจำนวน ๔๐,๐๐๐ บาทไปจากโจทก์เลย ขณะทำสัญญากู้เป็นเวลาหลังค้ำประกันการเช่าซื้อเพียง ๓ ชั่วโมง ความเสียหายจากการค้ำประกันการเช่าซื้อยังไม่เกิดขึ้นและยังคำนวณไม่ได้ จึงเป็นหนี้ที่ยังไม่แน่นอน ไม่อาจนำมาเป็นมูลหนี้ในสัญญากู้เงินได้ ฟังไม่ได้ว่าจำเลยที่ ๑ กู้เงินโจทก์ดังฟ้อง ผู้ค้ำประกันการกู้รายนี้จึงไม่ต้องรับผิด พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4951/2528 นายทองดี สิมมา โจทก์ นางวันเพ็ญ ทุมไมย ที่ 1 กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายทองดี สิมมา · จำเลย - นางวันเพ็ญ ทุมไมย ที่ 1 กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ปชา วรธรรมพินิจ · จุนท์ จันทรวงศ์ · อุทิศ บุญชู
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดอุบลราชธานี - นายเกษม ควรเจริญ · ศาลอุทธรณ์ - นายไพโรจน์ รัตนอุดม
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4244/2539ฎีกา 1001/2509ฎีกา 2115/2524ฎีกา 552/2548ฎีกา 3245/2534ฎีกา 1800/2511ฎีกา 425/2520ฎีกา 795/2545ฎีกา 94/2474ฎีกา 3254/2524ฎีกา 3219/2534ฎีกา 7913/2551ฎีกา 978/2510ฎีกา 1111/2512ฎีกา 2195/2533ฎีกา 6683/2545ฎีกา 1808/2512ฎีกา 4610/2534ฎีกา 311/2538ฎีกา 923/2523ฎีกา 156/2513ฎีกา 510/2491ฎีกา 1807/2505ฎีกา 6555/2538
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา