⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 544/2528

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 544/2528

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การบอกเลิกสัญญาเช่าที่ผู้ให้เช่ามีสิทธิบอกเลิกได้ตามกฎหมาย ผู้ให้เช่าจะต้องบอกกล่าวให้ผู้เช่าชำระค่าเช่าที่ค้างชำระก่อน เว้นแต่สัญญาเช่าจะกำหนดเป็นอย่างอื่น

ย่อคำพิพากษา

เมื่อจำเลยค้างชำระค่าเช่าซึ่งตกลงชำระกันเป็นรายเดือนโจทก์จะต้องบอกกล่าวให้จำเลยชำระค่าเช่าก่อนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 560 วรรค 2 แต่โจทก์ไม่ได้บอกกล่าวให้จำเลยชำระค่าเช่าก่อนตามบทกฎหมายดังกล่าว โจทก์กลับให้ทนายความมีหนังสือบอกเลิกสัญญาแก่จำเลยทีเดียว การบอกเลิกสัญญาของโจทก์จึงไม่มีผล สัญญาเช่ายังไม่ระงับ โจทก์ยังไม่มีสิทธิฟ้องขอให้ขับไล่และเรียกค่าเสียหายจำเลย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยและบริวารออกจากที่ดินและบ้านพิพาทและเรียกค่าเช่าที่ค้างจำนวน ๑๓,๕๐๐ บาท กับค่าเสียหายเดือนละ ๓๐๐ บาท จำเลยให้การว่า จำเลยไม่เคยค้างชำระค่าเช่า จำเลยไม่ได้ผิดสัญญาโจทก์ไม่มีสิทธิบอกเลิกสัญญา และโจทก์ไม่เคยบอกกล่าวเลิกสัญญาเช่าต่อจำเลย ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า จำเลยค้างชำระค่าเช่าประจำเดือนสิงหาคม ๒๕๒๔ เป็นต้นมา ไม่ปรากฏว่าโจทก์ได้บอกกล่าวให้จำเลยชำระค่าเช่าที่ค้าง โจทก์จึงไม่มีสิทธิบอกเลิกสัญญาเช่า พิพากษาให้จำเลยชำระค่าเช่าเดือนสิงหาคม ๒๕๒๔ เป็นต้นไปจนถึงวันฟ้องในอัตราเดือนละ ๓๐๐ บาท โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า การบอกเลิกสัญญาของโจทก์ชอบด้วยกฎหมายสัญญาเช่าระหว่างโจทก์จำเลยจึงระงับโดยการบอกเลิกสัญญา จำเลยไม่มีสิทธิอยู่ในที่ดินและบ้านพิพาท พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ขับไล่จำเลยและบริวารออกจาที่ดินและบ้านพิพาทให้จำเลยใช้ค่าเสียหายเดือนละ ๓๐๐ บาทนับแต่วันฟ้องจนกว่าจำเลยและบริวารออกจากที่ดินและบ้านพิพาทนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกาว่าโจทก์บอกเลิกสัญญาเช่าต่อจำเลยไม่ชอบด้วยกฎหมายสัญญาเช่าจึงยังไม่ระงับ ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า โจทก์ได้ให้สามีจำเลยเช่าที่ดินและบ้านพิพาท มีกำหนด ๑๒ ปี ค่าเช่าเดือนละ ๓๐๐ บาท การเช่าได้ทำหนังสือและจดทะเบียนต่อเจ้าพนักงานที่ดินแล้ว ต่อมาสามีจำเลยถึงแก่กรรม จำเลยได้เช่าและชำระค่าเช่าให้โจทก์เรื่อยมาจนกระทั่งถึงเดือนสิงหาคม ๒๕๒๔ จึงค้างชำระค่าเช่า โจทก์ให้ทนายความมีหนังสือบอกเลิกสัญญาเช่าและให้ออกจากสถานที่เช่าภายในกำหนด ๓๐ วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือ จำเลยได้รับหนังสือฉบับดังกล่าวแล้วแต่ไม่ยอมออก แล้ววินิจฉัยข้อกฎหมายว่า มีปัญหาตามฎีกาของจำเลยว่า การบอกเลิกสัญญาเช่าของโจทก์ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เห็นว่า ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๕๖๐ วรรค ๒ บัญญัติว่า "แต่ถ้าค่าเช่านั้นจะพึงส่งเป็นรายเดือนหรือส่งเป็นระยะยาวกว่ารายเดือนขึ้นไป ผู้ให้เช่าต้องบอกกล่าวแก่ผู้เช่าก่อนว่าให้ชำระค่าเช่าภายในเวลาใด ซึ่งถึงกำหนดอย่าให้น้อยกว่าสิบห้าวัน" การเช่าระหว่างโจทก์จำเลยคดีนี้ ตกลงชำระค่าเช่าเป็นรายเดือน เมื่อจำเลยค้างชำระค่าเช่า โจทก์จะต้องบอกกล่าวให้จำเลยชำระค่าเช่าก่อน แต่ไม่ปรากฏว่าโจทก์ได้บอกกล่าวให้จำเลยชำระค่าเช่าก่อนตามบทกฎหมายดังกล่าว โจทก์กลับให้ทนายความมีหนังสือบอกเลิกสัญญาแก่จำเลยทีเดียว การบอกเลิกสัญญาของโจทก์จึงไม่มีผลสัญญาเช่าระหว่างโจทก์จำเลยจึงไม่ระงับ โจทก์ยังไม่มีสิทธิขอให้ขับไล่จำเลยและเรียกค่าเสียหาย พิพากษาแก้เป็นว่า ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 544/2528 นางโสภา ศิริวาณิชย์ โจทก์ นางสมจิตร คะเลียงรัมย์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางโสภา ศิริวาณิชย์ · จำเลย - นางสมจิตร คะเลียงรัมย์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สำเนียง ด้วงมหาสอน · พิชัย วุฒิจำนงค์ · อภินย์ ปุษปาคม
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดบุรีรัมย์ - นายกีรติ กาญจนรินทร์ · ศาลอุทธรณ์ - นายสุทิน นนทแก้ว
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 673/2526ฎีกา 1812/2506ฎีกา 1281-1283/2493ฎีกา 704/2522ฎีกา 1029/2519ฎีกา 1565/2543ฎีกา 2618/2526ฎีกา 1218/2534ฎีกา 5280/2544ฎีกา 73-74/2506ฎีกา 2765/2548ฎีกา 2368/2523ฎีกา 1025/2487ฎีกา 1971/2494ฎีกา 789/2515ฎีกา 513/2546ฎีกา 7577/2538ฎีกา 1112/2535ฎีกา 1035/2519ฎีกา 1173/2497ฎีกา 1083/2536ฎีกา 768/2518ฎีกา 2498/2550ฎีกา 2126/2539
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา