⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 573/2528

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 573/2528

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อจำเลยให้การรับสารภาพตามฟ้องในข้อเท็จจริงที่เกี่ยวกับของกลางแล้ว จำเลยจะยกข้อเท็จจริงนั้นขึ้นอุทธรณ์ในภายหลังไม่ได้

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานมีไพ่ฝ่าฝืนต่อกฎหมาย จำเลยให้การรับสารภาพตามฟ้อง จึงต้องฟังว่าไพ่นั้นเป็นไพ่ตามพระราชบัญญัติไพ่ ดังนั้น เมื่อศาลลงโทษจำเลยตามฟ้อง จำเลยจึงไม่อาจอุทธรณ์ได้ว่าของกลางตามฟ้องมิใช่ไพ่ เพราะเป็นการยกข้อเท็จจริงที่จำเลยไม่โต้เถียงไว้ในศาลชั้นต้นขึ้นมาอ้าง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.15 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.172 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.176 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.225 พระราชบัญญัติไพ่ พ.ศ.2486 ม.4

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้มีไพ่ ๑๐๑ สำรับ ราคาสำรับละ ๑๖ บาท อันมิใช่ไพ่ที่กรมสรรพสามิตทำขึ้นหรือเป็นไพ่ที่มีตรากรมสรรพสามิตได้กำหนดขึ้นประทับอยู่ไว้ในความครอบครองเกินกว่า ๑๒๐ ใบ ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติไพ่ ฯ มาตรา ๘, ๑๔ ทวิ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๒ ริบของกลาง จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามฟ้อง ให้จำคุก ๔ เดือน ลดโทษให้กึ่งหนึ่งคงจำคุก ๒ เดือน ริบของกลาง จำเลยอุทธรณ์ว่า ของกลางเป็นภาพการ์ตูนมีลักษณะดังภาพถ่ายท้ายอุทธรณ์ ไม่ใช่ไพ่ตามพระราชบัญญัติไพ่ ฯ ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า ของกลางที่โจทก์ฟ้องว่าจำเลยมี ไม่มีสภาพเป็นไพ่ตามมาตรา ๔ แห่งพระราชบัญญัติไพ่ ฯ แม้จำเลยจะให้การรับสารภาพว่ามีไพ่ตามฟ้องก็ลงโทษจำเลยไม่ได้ พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์ คืนของกลางให้จำเลย โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เมื่อโจทก์ฟ้องว่าจำเลยบังอาจมีไพ่ซึ่งมิใช่ไพ่ที่กรมสรรพสามิตทำขึ้นหรือเป็นไพ่ที่มีตรากรมสรรพสามิตได้กำหนดขึ้นประทับอยู่ไว้ในความครอบครองเกินกว่า ๑๒๐ ใบ อันเป็นการฝ่าฝืนต่อกฎหมาย ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติไพ่ ฯ จำเลยให้การรับสารภาพตามฟ้อง ไม่ได้โต้เถียงว่าของกลางที่โจทก์ฟ้องว่าจำเลยมีนั้นไม่ใช่ไพ่ตามกฎหมาย จึงต้องฟังว่าของกลางที่จำเลยมีเป็นไพ่ตามพระราชบัญญัติไพ่ ฯ แล้ว การที่จำเลยอุทธรณ์ว่าของกลางที่โจทก์ฟ้องว่าจำเลยมีไม่ใช่ไพ่ตามกฎหมายโดยแนบภาพถ่ายท้ายอุทธรณ์ อ้างเป็นภาพถ่ายของกลาง จึงเป็นการยกข้อเท็จจริงที่จำเลยไม่ได้โต้เถียงไว้ในศาลชั้นต้นขึ้นมาอ้าง และภาพถ่ายดังกล่าวโจทก์ก็ไม่ได้รับว่าเป็นภาพถ่ายของกลาง การที่ศาลอุทธรณ์ฟังว่าภาพถ่ายที่จำเลยอ้างในชั้นอุทธรณ์เป็นภาพถ่ายของกลางและว่าของกลางตามฟ้องไม่ใช่ไพ่ตามกฎหมาย จึงเป็นการฟังข้อเท็จจริงที่ผิดไปจากคำรับสารภาพของจำเลย เป็นการไม่ชอบด้วยวิธีพิจารณา แต่เห็นว่าไม่ปรากฏว่าจำเลยเคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน สมควรที่จะรอการลงโทษให้จำเลยเพื่อให้โอกาสกลับตัวเป็นพลเมืองดีต่อไป แต่ให้ปรับจำเลยอีกโสดหนึ่ง พิพากษากลับ จำเลยมีความผิดตามฟ้องให้จำคุก ๔ เดือน และปรับสี่เท่าของราคาไพ่เป็นเงิน ๖,๔๖๔ บาท จำเลยให้การรับสารภาพมีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก ๒ เดือน ปรับ ๓,๒๓๒ บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้ ๑ ปี ของกลางริบ. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 573/2528 พนักงานอัยการประจำศาลแขวงนครราชสีมา โจทก์ นายจือช้าง แซ่แต้ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการประจำศาลแขวงนครราชสีมา · จำเลย - นายจือช้าง แซ่แต้
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุรัตน์ ศรีอนุพันธุ์ · ยนต์ พิรวินิจ · สมประสงค์ พานิชอัตรา
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแขวงนครราชสีมา - นายยงยุทธ สุเรนทร์รังสิกุล · ศาลอุทธรณ์ - นายสง่า ผลฉาย
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 7919/2553ฎีกา 367/2568ฎีกา 99/2541ฎีกา 3345/2535ฎีกา 2328/2533ฎีกา 3136/2524ฎีกา 7988/2551ฎีกา 2186/2550ฎีกา 4041/2542ฎีกา 6911/2544ฎีกา 1360/2544ฎีกา 848/2545ฎีกา 6321/2544ฎีกา 16889/2555ฎีกา 1733/2498ฎีกา 2709/2538ฎีกา 3329/2550ฎีกา 514/2486ฎีกา 1165/2537ฎีกา 1166/2491ฎีกา 1028/2564ฎีกา 1895/2492ฎีกา 4636/2543ฎีกา 9571/2544
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา