⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 667/2528

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 667/2528

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การปลอมและใช้เอกสารปลอมต่างประเภทกัน แม้จะกระทำในวันเดียวกัน ก็ถือเป็นความผิดต่างกรรมกัน

ย่อคำพิพากษา

เดิมโจทก์ฟ้องว่าจำเลยปลอมและใช้ใบสมัครกับใบเสร็จรับเงินปลอม 33 ฉบับ ต่อมาโจทก์ขอแก้ฟ้องโดยยกเลิกใบสมัครและใบเสร็จรับเงินที่หาว่าจำเลยปลอม 4 ฉบับ แล้วต่อมาโจทก์ขอแก้ฟ้องโดยขอเพิ่มใบเสร็จรับเงินที่หาว่าจำเลยปลอมและใช้อีก 4 ฉบับ จำนวนเอกสารที่โจทก์ฟ้องจึงคงมีเท่าเดิมคือ 33 ฉบับ ดังนั้นเมื่อศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าจำเลยปลอมและใช้เอกสารปลอมรวม 33 ฉบับจึงมิได้เกินไปกว่าหรือนอกจากที่ปรากฏในคำฟ้อง แม้จำเลยจะปลอมและใช้ใบสมัครปลอมในวันเดียวกับใบเสร็จรับเงินก็ตาม แต่ก็เป็นการปลอมและใช้เอกสารปลอมคนละประเภท คือ ใบสมัครเป็นจำนวนเงินค่าสมัครสอบ ส่วนใบเสร็จรับเงินเป็นเงินชำระตามรายการอื่น ทั้งจำนวนเงินที่ชำระก็ต่างกัน จึงเป็นความผิดต่างกรรมหาใช่กรรมเดียวกันไม่

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.158 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.163 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.164 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.192 ประมวลกฎหมายอาญา ม.90 ประมวลกฎหมายอาญา ม.91 ประมวลกฎหมายอาญา ม.268

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องและแก้ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของและผู้จัดการโรงเรียนสอนตัดเสื้อ จำเลยเป็นลูกจ้างของโจทก์ทำงานในตำแหน่งแคชเชียร์และประชาสัมพันธ์จำเลยปลอมใบสมัครสอบอันเป็นเอกสารสำคัญ และปลอมใบเสร็จรับเงินอันเป็นเอกสารสิทธิ และอ้างหรือใช้ใบสมัครและใบเสร็จรับเงินอันเป็นเอกสารปลอมที่จำเลยทำขึ้น เป็นเหตุให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๖๔,๒๖๕,๒๖๘,๙๑ ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วให้ประทับฟ้องไว้พิจารณา เดิมจำเลยให้การปฏิเสธ เมื่อสืบพยานโจทก์เสร็จแล้วจำเลยขอถอนคำให้การเดิม รับสารภาพว่าได้กระทำผิดตามฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๖๕ และ ๒๖๘ ให้ลงโทษจำเลยตามมาตรา ๒๖๘ จำคุกรวม ๒๙ กระทง ลดโทษให้จำเลยกึ่งหนึ่ง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เดิมโจทก์ฟ้องหาว่าจำเลยปลอมและใช้ใบสมัครปลอม ๒๐ ฉบับ กับปลอมและใช้ใบเสร็จรับเงินปลอมอีก ๑๓ ฉบับ รวมเป็นเอกสารสิทธิที่ฟ้องหาว่าจำเลยปลอมและใช้ทั้งสิ้น ๓๓ ฉบับ ต่อมาโจทก์ยื่นคำร้องลงวันที่ ๔ ธันวาคม ๒๕๒๔ ขอแก้ฟ้อง โดยยกเลิกใบสมัครและใบเสร็จรับเงินที่หาว่าจำเลยปลอมและใช้ ๔ ฉบับ ครั้นวันที่ ๑๐ กันยายน ๒๕๒๕ โจทก์ขอแก้ฟ้องโดยขอเพิ่มใบเสร็จรับเงินที่กล่าวหาว่าจำเลยปลอมและใช้อีก ๔ ฉบับ จำนวนเอกสารที่โจทก์ฟ้องหาว่าจำเลยปลอมและใช้จึงคงมีเท่าเดิมคือ ๓๓ ฉบับ ดังนั้น คำพิพากษาของศาลล่างในส่วนที่เกี่ยวกับจำนวนเอกสารที่โจทก์กล่าวหาว่าจำเลยปลอมและใช้จึงมิได้เกินไปกว่าหรือนอกจากที่ปรากฏในคำฟ้อง แม้จำเลยจะปลอมและใช้ใบสมัครในวันเดียวกับใบเสร็จรับเงินแต่ก็เป็นการปลอมและใช้เอกสารคนละประเภท กล่าวคือ สำหรับใบสมัครนั้นสำหรับจำนวนเงินที่นักเรียนชำระเป็นค่าสมัครสอบ ส่วนเงินที่นักเรียนชำระตามใบเสร็จนั้นเป็นเงินชำระตามรายการอื่น และจำนวนเงินที่ชำระก็ต่างกัน การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดต่างกรรม หาใช่กรรมเดียวกันไม่ พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 667/2528 นางสาวทัศนีย์ ศิริเยี่ยม โจทก์ นางอุไรวรรณ ศุชวณิช จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางสาวทัศนีย์ ศิริเยี่ยม · จำเลย - นางอุไรวรรณ ศุชวณิช
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ชูเชิด รักตะบุตร์ · กิติ บูรพรรณ์ · ประการ กาญจนศูนย์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลอาญา - นายบุญศรี กอบบุญ · ศาลอุทธรณ์ - นายสุเมธ สุทธิวาทนฤพุฒิ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 9114/2552ฎีกา 3345/2535ฎีกา 681/2491ฎีกา 4180/2548ฎีกา 712/2559ฎีกา 5305/2539ฎีกา 130/2528ฎีกา 2197/2547ฎีกา 1715/2545ฎีกา 1992/2530ฎีกา 20/2491ฎีกา 18211/2555ฎีกา 6355/2544ฎีกา 1795/2493ฎีกา 4225/2559ฎีกา 1220/2510ฎีกา 620/2490ฎีกา 1368/2509ฎีกา 425/2486ฎีกา 1666/2521ฎีกา 1294/2509ฎีกา 8297/2540ฎีกา 884/2484ฎีกา 4519/2544
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา