⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 711/2528

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 711/2528

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยในความผิดฐานลักทรัพย์หรือรับของโจรเพียงข้อหาใดข้อหาหนึ่ง ย่อมเป็นหน้าที่ของโจทก์ที่จะต้องสืบพยานให้ได้ความถึงการกระทำผิดของจำเลยในความผิดฐานนั้นๆ

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยกระทำผิดฐานลักทรัพย์หรือรับของโจร แสดงว่าโจทก์ประสงค์ขอให้ลงโทษจำเลยในข้อหาใดข้อหาหนึ่งเพียงข้อหาเดียว เพราะเป็นความผิดคนละฐานกัน จะลงโทษจำเลยทั้งสองฐานความผิดย่อมไม่ได้ คำให้การรับสารภาพของจำเลยที่ว่าได้กระทำผิดตามฟ้องโจทก์จริง ไม่ชัดเจนพอจะชี้ขาดว่าจำเลยได้กระทำผิดฐานใด จึงเป็นหน้าที่โจทก์จะต้องสืบพยานให้ได้ความถึงการกระทำผิดของจำเลยเมื่อโจทก์ไม่สืบพยานก็ลงโทษจำเลยไม่ได้ (อ้างคำพิพากษาฎีกาที่ 819/2513 ประชุมใหญ่)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.172 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.174 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.185 ประมวลกฎหมายอาญา ม.335 ประมวลกฎหมายอาญา ม.337

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานลักทรัพย์หรือรับของโจรตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๕, ๓๕๗ จำเลยให้การรับสารภาพว่าได้กระทำผิดตามฟ้องโจทก์จริง ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยฐานรับของโจรตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๕๗ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องว่าจำเลยกระทำผิดฐานลักทรัพย์หรือรับของโจร แสดงว่าโจทก์ประสงค์ขอให้ลงโทษจำเลยในข้อหาใดข้อหาหนึ่งเพียงข้อหาเดียว เพราะความผิดฐานลักทรัพย์กับรับของโจรเป็นความผิดคนละฐานกัน จะลงโทษจำเลยทั้งสองฐานความผิดดังกล่าวย่อมไม่ได้ คำให้การรับสารภาพของจำเลยที่ว่าได้กระทำผิดตามฟ้องโจทก์จริงย่อมไม่ชัดเจนพอจะชี้ขาดว่าจำเลยได้กระทำผิดฐานใด จึงเป็นหน้าที่ของโจทก์จะต้องสืบพยานให้ได้ความถึงการกระทำผิดของจำเลย เมื่อโจทก์ไม่สืบพยานก็ลงโทษจำเลยไม่ได้ คำให้การจำเลยเป็นแบบพิมพ์ของศาลซึ่งมีข้อความปรากฏอยู่อย่างชัดเจน ที่โจทก์อ้างว่าจำเลยให้การรับสารภาพฐานรับชองโจรด้วยวาจาแต่พิมพ์คำให้การตกคำว่ารับสารภาพฐานรับของโจรไป หากเป็นจริงดังโจทก์อ้างโจทก์ชอบที่จะคัดค้านเสียก่อนที่จะลงชื่อในคำให้การและรายงานกระบวนพิจารณา เมื่อคำให้การจำเลยไม่ปรากฏมีข้อความดังกล่าว ข้ออ้างของโจทก์จึงรับฟังไม่ได้ พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 711/2528 พนักงานอัยการจังหวัดน่าน โจทก์ นายเมธี มงคล จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดน่าน · จำเลย - นายเมธี มงคล
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วุฒิ ยุววิทยาพาณิชย์ · โสภณ รัตนากร · วิฑูรย์ ตั้งตรงจิตต์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดน่าน - นายไพฤทธิ์ เศรษฐไกรกุล · ศาลอุทธรณ์ - นายสุนทร จันทรศักดิ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6205/2541ฎีกา 1656/2544ฎีกา 1331/2479ฎีกา 2530/2527ฎีกา 1305/2547ฎีกา 3650/2527ฎีกา 1567/2535ฎีกา 753/2539ฎีกา 3026/2517ฎีกา 3081/2527ฎีกา 1250/2520ฎีกา 1368/2509ฎีกา 2963/2535ฎีกา 726/2487ฎีกา 2813/2566ฎีกา 848/2545ฎีกา 2470/2515ฎีกา 18654/2555ฎีกา 2292/2540ฎีกา 16889/2555ฎีกา 831/2532ฎีกา 738/2536ฎีกา 5806/2534ฎีกา 1516/2549
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา