⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1018/2529

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1018/2529

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำของผู้ที่เรียกเอาเงินคืนจากผู้เสียหายโดยเชื่อว่าตนมีสิทธิอันจะพึงมีพึงได้ แม้จะกระทำโดยการบังคับ ก็ไม่มีเจตนาทุจริต จึงไม่เป็นความผิดฐานชิงทรัพย์

ย่อคำพิพากษา

การที่จำเลยเสียพนันและจับได้ว่าผู้เสียหายโกงจึงบังคับเรียกเอาเงินคืนจากผู้เสียหายโดยจำเลยเชื่อว่าตนมีสิทธิอันจะพึงมีพึงได้นั้นการกระทำของจำเลยไม่มีเจตนาทุจริตจึงไม่เป็นชิงทรัพย์.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.1 ประมวลกฎหมายอาญา ม.339

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 339 ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 11 ลงวันที่ 21 พฤศจิกายน2514 ข้อ 14 ให้จำคุก 10 ปี คำให้การชั้นสอบสวนของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 6 ปี 8 เดือน ให้จำเลยคืนหรือใช้เงิน 920 บาท แก่ผู้เสียหาย ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงฟังได้ตามที่โจทก์จำเลยนำสืบรับกันว่า คืนเกิดเหตุมีการเล่นไพ่รัมมี่พนันเอาทรัพย์สินกันที่บ้านจำเลย ซึ่งจำเลยนำสืบว่า ผู้เสียหายเล่นโกงโดยวิธีซ่อนไพ่จำเลยจึงเรียกเอาเงินที่เสียไปคืน ซึ่งในเรื่องนี้ผู้เสียหายเบิกความว่า หลังจากจำเลยให้พวกถือไพ่แทน เดินออกไปข้างนอกแล้วได้กลับมาขู่เอาเงินผู้เสียหายโดยว่า "ลื้อโกงอั๊ว อั๊วจับไม่ได้มาหลายครั้งแล้ว" นายเพิ่มศักดิ์ พยานโจทก์ที่เล่นการพนันไพ่ด้วยกันเบิกความถึงคำพูดของจำเลยว่า "มันจะเล่นโกงกันหรือเปล่า กูจับมาหลายหนแล้วเพิ่งจับได้วันนี้" ส่วนนายวันชาติ พยานโจทก์อีกคนหนึ่งเบิกความในเรื่องที่จำเลยต่อว่าผู้เสียหายว่า "มึงเล่นโกงกู"เจือสมกับที่จำเลยนำสืบ ดังนั้น การที่จำเลยขู่เอาเงินคืนจากผู้เสียหาย จึงฟังได้ว่า เพราะจำเลยจับได้ว่าผู้เสียหายเล่นโกงทำให้จำเลยเสียพนัน หากผู้เสียหายไม่โกงจำเลยอาจจะไม่ต้องเสียก็ได้ ที่จำเลยเรียกเอาเงินคืนจากผู้เสียหาย จึงเป็นการกระทำโดยจำเลยเชื่อว่าตนมีสิทธิอันจะพึงมีพึงได้เงินที่เสียพนันไปคืนเพราะผู้เสียหายเล่นโกง และเมื่อพิเคราะห์ถึงฐานะของจำเลยคืนมีบ้านให้เช่า ที่บ้านจำเลยก็เปิดค้าขายของเบ็ดเตล็ด และจำเลยยังประกอบอาชีพเป็นนายหน้าขายรถยนต์อีก ซึ่งพันตำรวจตรีชวลิต พนักงานสอบสวนก็ว่า จำเลยมีฐานะดี มีบ้านให้เช่า มีรถยนต์ใช้ย่อมไม่มีความจำเป็นที่จำเลยจะต้องไปชิงทรัพย์เพียง 920 บาทจากผู้เสียหายต่อหน้าผู้เล่นไพ่ด้วยกันเช่นนั้น แต่หากเป็นการเรียกเงินที่เสียไปโดยผู้เสียหายเล่นไพ่โกงคืนมาเท่านั้น ที่โจทก์ฎีกาว่า จำเลยมีเจตนาทุจริตเพราะมีพวกมาร่วมกระทำผิดด้วยนั้น ก็ไม่มีพยานโจทก์คนใดเบิกความถึงเรื่องนี้ จึงรับฟังไม่ได้ ดังนั้นเห็นว่าการกระทำของจำเลยไม่มีเถยจิตเป็นโจรอันจะมีความผิดดังโจทก์ฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษาชอบแล้ว ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1018/2529 พนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์ นาย สุวิทย์ เชาว์ดีกรพันธ์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ · จำเลย - นาย สุวิทย์ เชาว์ดีกรพันธ์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ชวลิต นราลัย · เสนอ ศรนิยม · ไกร บุญญะกิติ
แหล่งที่มาสำนักงาน ส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 529/2509ฎีกา 456/2506ฎีกา 2639-2641/2517ฎีกา 2530/2527ฎีกา 1400/2538ฎีกา 391/2509ฎีกา 5999/2544ฎีกา 1908/2528ฎีกา 213/2554ฎีกา 3081/2527ฎีกา 1250/2520ฎีกา 4009/2566ฎีกา 3245/2545ฎีกา 18654/2555ฎีกา 778/2519ฎีกา 831/2532ฎีกา 5090/2565ฎีกา 2151/2529ฎีกา 3380/2531ฎีกา 410/2546ฎีกา 851/2487ฎีกา 22267/2555ฎีกา 1112/2507ฎีกา 4380/2542
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงาน ส่งเสริมงานตุลาการ