คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1039/2529
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การโต้แย้งว่าพยานหลักฐานยังฟังไม่ได้ว่ามีการจับกุมตัวจำเลย เป็นการโต้แย้งในปัญหาข้อเท็จจริงที่ต้องห้ามฎีกาตามกฎหมาย
ย่อคำพิพากษา
ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยในความผิดแต่ละกระทงไม่เกิน1ปีจึงต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามป.วิ.อ.มาตรา218 ศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงว่าเจ้าพนักงานจับกุมตัวจำเลยตามที่ผู้เสียหายแจ้งจำเลยหลบหนีไประหว่างที่เจ้าพนักงานควบคุมตัวจำเลยจำเลยฎีกาโต้แย้งว่าตามคำเบิกความของพยานโจทก์ยังฟังไม่ได้ว่ามีการจับกุมตัวจำเลยข้อโต้แย้งของจำเลยเป็นการโต้แย้งในเรื่องการฟังพยานว่าควรจะฟังไปในทางใด ซึ่งเป็นดุลพินิจในการฟังพยานหลักฐานอันเป็นปัญหาข้อเท็จจริง.
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดฐานมีและพกพาอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนโดยไม่รับอนุญาต หลบหนีในระหว่างการควบคุมตัวของเจ้าพนักงาน เรียงกระทงลงโทษโดยให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืนฯ พ.ศ. 2490 มรตรา 7, 72 จำคุก 1 ปี กระทงหนึ่ง ลงโทษตามมาตรา 8 ทวิ, 72 ทวิ ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนัก จำคุก 6 เดือนกระทงหนึ่ง และลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 190 จำคุก 6เดือน อีกกระทงหนึ่ง รวม 3 กระทง จำคุก 2 ปี ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 หนึ่งในสาม คงจำคุกจำเลย 1 ปี 4 เดือนริบของกลาง ส่วนข้อหาอื่นให้ยกเสีย
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยฎีกา
ศาลำีกาวินิจฉัยว่า "คดีนี้ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นให้ลงโทษจำคุกจำเลยแต่ละกระทงไม่เกิน 1 ปี คดีจึงต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 ฎีกาของจำเลยที่ว่า จำเลยยังมิได้ถูกจับกุมตัวจึงยังไม่เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 190 นั้น ในข้อนี้ศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงว่า เจ้าพนักงานตำรวจจับกุมตัวจำเลยตามที่ผู้เสียหายแจ้ง จำเลยหลบหนีไประหว่างที่เจ้าพนักงานตำรวจควบคุมตัวจำเลยเพื่อรอรถยนต์สายตรวจมารับตัวจำเลย จำเลยฎีกาโต้แย้งว่าตามคำเบิกความของพยานโจทก์ยังฟังไม่ได้ว่า มีการจับกุมตัวจำเลย ข้อโต้แย้งของจำเลยดังกล่าวนั้น เป็นการโต้แย้งในเรื่องการฟังพยานว่าควรจะฟังไปในทางใดซึ่งเป็นเรื่องดุลพินิจในการฟังพยานหลักฐาน อันเป็นปัญหาข้อเท็จจริง และที่จำเลยฎีกาขอให้รอการลงโทษนั้น ก็เป็นการฎีกาในเรื่องดุลพินิจในการลงโทษ เป็นปัญหาข้อเท็จจริงเช่นกัน ฎีกาของจำเลยจึงต้องห้ามตามบทกฎหมายดังกล่าวข้างต้น ศาลฎีการับวินิจฉัยให้ไม่ได้
พิพากษายกฎีกาจำเลย".
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1039/2529
พนักงานอัยการ จังหวัด นนทบุรี โจทก์
พลตำรวจ พล บัวแก้ว จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการ จังหวัด นนทบุรี · จำเลย - พลตำรวจ พล บัวแก้ว |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | อุทิศ บุญชู · จุนท์ จันทรวงศ์ · ปชา วรธรรมพินิจ |
| แหล่งที่มา | สำนักงาน ส่งเสริมงานตุลาการ |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงาน ส่งเสริมงานตุลาการ