⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1133/2529

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1133/2529

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การอ้างว่าครอบครองที่ดินโดยปรปักษ์เป็นการยอมรับโดยปริยายว่าที่ดินนั้นไม่ใช่ของตน จึงไม่อาจอ้างสิทธิในที่ดินนั้นตามแนวเขตโฉนดของตนได้

ย่อคำพิพากษา

เมื่อจำเลยให้การว่าจำเลยได้ครอบครองทำประโยชน์ในที่ดินพิพาทโดยความสงบและโดยเปิดเผยด้วยเจตนาเป็นเจ้าของเกินกว่า 10 ปี อันเป็นข้อต่อสู้ของจำเลยว่า จำเลยครอบครองที่พิพาทจนได้กรรมสิทธิ์โดยทางปรปักษ์ ซึ่งแสดงให้เห็นได้ในตัวว่าที่ดินพิพาทไม่ใช่ของจำเลย ฉะนั้นจำเลยจะอ้างว่าที่ดินพิพาทอยู่ในเขตโฉนดที่ดินของตน โดยนำสืบว่าจำเลยได้ทำคันนาขึ้นใหม่ในที่ดินของจำเลยตลอดเขตที่ดินของจำเลยซึ่งรวมทั้งที่พิพาทด้วยจึงรับฟังไม่ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.104 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.177 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.185 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1382

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่าโจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์รวมในโฉนดที่ดินร่วมกับโจทก์ โจทก์ได้ยื่นคำขอรังวัดแบ่งแยกกรรมสิทธิ์ จำเลยได้ร้องคัดค้านแนวเขตที่ดินด้านทิศเหนือเข้ามาในที่ดินของโจทก์โดยอ้างว่าเป็นที่ดินของจำเลยรวมประมาณ ๔ ไร่เศษ ทำให้โจทก์เสียหาย ขอให้ศาลพิพากษาห้ามจำเลยและบริวารเข้าไปเกี่ยวข้องในที่ดินของโจทก์โฉนดดังกล่าว จำเลยให้การว่าที่ดินพิพาทเป็นที่ดินของจำเลย ไม่เคยเห็นโจทก์ครอบครองทำกิน จำเลยได้ครอบครองทำประโยชน์ที่ดินพิพาทโดยความสงบและเปิดเผยด้วยเจตนาเป็นเจ้าของติดต่อกันมาเกินกว่า ๑๐ ปีแล้ว โจทก์ทราบถึงการครอบครองของจำเลยแล้วโจทก์ซื้อที่พิพาทไว้โดยไม่สุจริต ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า ที่ดินพิพาทเป็นของโจทก์ ส่วนที่โจทก์ขอให้ห้ามจำเลยเข้าเกี่ยวข้องนั้นให้ยก จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์ในประเด็นที่ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าที่พิพาทเป็นของโจทก์ด้วย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่าที่พิพาทเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์ วินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายว่า ที่จำเลยนำสืบว่าจำเลยได้ทำคันนาขึ้นใหม่ในที่ดินของจำเลยตลอดเขตที่ดินของจำเลยตามแนวเส้นสีเขียวในแผนที่พิพาทกลางนั้น เห็นว่าตามคำให้การของจำเลย จำเลยให้การว่าจำเลยได้ครอบครองทำประโยชน์ในที่ดินพิพาทตามแผนที่ท้ายฟ้องหมายเลข ๒ สีเขียว คือ ตามแนวเส้นสีเขียวในแผนที่พิพาทกลางนั้นโดยความสงบและโดยเปิดเผยด้วยเจตนาเป็นเจ้าของเกินกว่า ๑๐ ปี อันเป็นข้อต่อสู้ของจำเลยว่า จำเลยครอบครองที่พิพาทจนได้กรรมสิทธิ์โดยทางปรปักษ์ ซึ่งแสดงให้เห็นได้ในตัวว่าที่ดินพิพาทไม่ใช่ของจำเลยฉะนั้นจำเลยจะอ้างว่าที่ดินพิพาทอยู่ในเขตโฉนดที่ดินของตนดังกล่าวข้างต้นจึงรับฟังไม่ได้ ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น พิพากษากลับเป็นว่าที่พิพาทเป็นของโจทก์ ให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมรวมสามศาลให้โจทก์ โดยกำหนดค่าทนายรวม ๒,๕๐๐ บาท. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1133/2529 นางละออง ทรงสุภาพ โจทก์ นายสอย ขันท่าจีน จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางละออง ทรงสุภาพ · จำเลย - นายสอย ขันท่าจีน
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุชาติ จิวะชาติ · พิชัย วุฒิจำนงค์ · อำนวย เปล่งวิทยา
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดธัญบุรี - นายบรรจง สงกรานต์ · ศาลอุทธรณ์ - นายเสงี่ยม ทวีชัยการ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3375/2532ฎีกา 2749/2538ฎีกา 5473/2548ฎีกา 4359/2540ฎีกา 1452/2511ฎีกา 3206/2537ฎีกา 759/2494ฎีกา 4838/2548ฎีกา 231/2482ฎีกา 1415/2540ฎีกา 7903/2568ฎีกา 4415/2528ฎีกา 1360/2544ฎีกา 62/2539ฎีกา 1765/2492ฎีกา 3474/2538ฎีกา 3601/2526ฎีกา 72/2505ฎีกา 4470/2543ฎีกา 3005/2541ฎีกา 119/2532ฎีกา 1166/2491ฎีกา 4185/2547ฎีกา 4484/2536
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา