⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1497/2529

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1497/2529

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การบอกเลิกสัญญาเช่าตามมาตรา 560 วรรคสอง และมาตรา 566 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์นั้น ไม่จำเป็นต้องมีการบอกกล่าวให้ชำระค่าเช่าก่อน จึงจะเลิกสัญญาเช่าได้

ย่อคำพิพากษา

ศาลชั้นต้นกำหนดประเด็นแห่งคดีว่า โจทก์บอกเลิกสัญญาเช่าแล้วหรือไม่ จึงถือว่าคดีมีประเด็นดังกล่าวเพียงเท่านั้น มิได้มีประเด็นขยายความไปถึงการไม่บอกกล่าวให้จำเลยชำระค่าเช่าก่อนจึงเลิกสัญญาเช่าไม่ได้ตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บัญญัติไว้ใน มาตรา 560 วรรคสอง และมาตรา 566 ดังที่จำเลยฎีกา เมื่อคดีได้ความว่าโจทก์ได้บอกกล่าวเลิกสัญญาเช่าแก่จำเลยแล้ว จำเลยและบริวารจึงต้องออกไปจากตึกพิพาท

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.183 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.560 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.566

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเช่าตึกพิพาทจากโจทก์ กำหนดชำระค่าเช่าเป็นรายเดือน โดยไม่มีกำหนดระยะเวลาการเช่า จำเลยไม่ชำระค่าเช่าหลายเดือนรวมค่าเช่าที่ค้างชำระ ๑,๒๐๐ บาท โจทก์ทวงถามแล้ว จำเลยไม่ชำระจึงบอกให้จำเลยออกจากตึกพิพาท จำเลยไม่ยอมออก ขอให้บังคับจำเลยและบริวารออกจากตึกพิพาท ชำระค่าเช่าที่ค้างชำระ ๑,๒๐๐ บาท และค่าเสียหายเดือนละ ๓๐๐ บาท จำเลยให้การและฟ้องแย้งว่า โจทก์ตกลงให้จำเลยลงทุนซ่อมแซมต่อเติมห้องเช่าแล้วจะให้จำเลยเช่ามีกำหนดระยะเวลา ๑๒ ปี จำเลยได้จัดการซ่อมแซมแล้ว จึงเป็นสัญญาต่างตอบแทนยิ่งกว่าการเช่า จำเลยมีสิทธิอยู่ในตึกพิพาทอีกอย่างน้อย ๔ ปี ขอให้ยกฟ้อง และให้โจทก์ไปจดทะเบียนการเช่า ๔ ปี ให้จำเลย โจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้งว่า โจทก์มิได้ตกลงให้จำเลยซ่อมแซมตึกพิพาทแล้ว จะให้เช่า ๑๒ ปี ตึกของโจทก์มิได้ชำรุดทรุดโทรมขอให้ยกฟ้องแย้ง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ และให้ยกฟ้องแย้งจำเลย โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยและบริวารออกจากอาคารพิพาท ชำระค่าเช่าที่ค้างชำระ ๑,๒๐๐ บาท และค่าเสียหายเดือนละ ๓๐๐ บาท นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกาปัญหาข้อกฎหมาย ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาข้อกฎหมายในชั้นฎีกาว่า การเช่าตึกพิพาทให้กรณีของโจทก์และจำเลยมิได้บอกกล่าวก่อน่ให้จำเลยนำค่าเช่าที่ค้างชำระไปชำระให้โจทก์ สิทธิบอกกล่าวเลิกการเช่าของโจทก์จึงไม่เกิดขึ้น ดังที่จำเลยกล่าวอ้างหรือไม่เท่านั้น ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้ว เห็นว่า ศาลชั้นต้นกำหนดประเด็นแห่งคดีไว้ในข้อ ๓ ว่า โจทก์บอกเลิกสัญญาเช่าแล้วหรือไม่ โจทก์และจำเลยมิได้โต้แย้งคัดค้านแต่อย่างใด จึงถือว่าคดีมีประเด็นดังกล่าวเพียงเท่านั้น มิได้มีประเด็นขยายความไปถึงการไม่บอกกล่าวให้จำเลยชำระค่าเช่าก่อนจึงเลิกสัญญาเช่าไม่ได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์บัญญัติไว้ใน มาตรา ๕๖๐ วรรคสอง และมาตรา ๕๖๖ ดังที่จำเลยฎีกา เมื่อคดีได้ความว่า โจทก์ได้บอกกล่าวเลิกสัญญาเช่าแก่จำเลยแล้วทางไปรษณีย์ แต่จำเลยไม่ยินยอมรับหนังสือบอกกล่าวนั้น โจทก์และทนายความของโจทก์ยังไปพบจำเลยที่ตึกพิพาท เพื่อส่งหนังสือบอกกล่าวเลิกสัญญา ไม่พบจำเลยอีกจึงได้มอบหนังสือบอกกล่าวให้คนอื่นที่อยู่ในตึกพิพาทเพื่อนำให้จำเลย ดังนี้ถือว่า โจทก์ได้บอกกล่าวเลิกสัญญาเช่าแก่จำเลยแล้ว จำเลยและบริวารจึงต้องออกไปจากตึกพิพาท ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1497/2529 นางทองสุข สงวนโภคัย โจทก์ นายบุญช่วย (ไม่ทราบนามสกุล) จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางทองสุข สงวนโภคัย · จำเลย - นายบุญช่วย (ไม่ทราบนามสกุล)
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุชาติ จิวะชาติ · เสรี แสงศิลป์ · อำนวย เปล่งวิทยา
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นางคำนวณ เทียมสอาด · ศาลอุทธรณ์ - นายมาโนช เพียรสนอง
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 5473/2548ฎีกา 7919/2553ฎีกา 3206/2537ฎีกา 779/2532ฎีกา 685/2550ฎีกา 1415/2540ฎีกา 8875/2542ฎีกา 2501/2526ฎีกา 3350/2538ฎีกา 369/2522ฎีกา 1969/2515ฎีกา 2752/2537ฎีกา 200/2536ฎีกา 1360/2544ฎีกา 6039/2537ฎีกา 1292/2523ฎีกา 2709/2538ฎีกา 541/2509ฎีกา 70/2518ฎีกา 495/2545ฎีกา 591/2513ฎีกา 704/2507ฎีกา 312/2534ฎีกา 963/2536
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา