คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1601-1603/2529
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้เอาประกันภัยมีสิทธิเรียกร้องค่าเสียหายจากผู้ที่ทำละเมิดได้ โดยไม่ถือว่าเป็นการสละสิทธิเรียกร้องให้ผู้รับประกันภัยปฏิบัติตามสัญญาประกันภัย.
ย่อคำพิพากษา
ตามสัญญาประกันภัยมีเงื่อนไขระบุว่า เมื่อรถยนต์ที่เอาประกันภัยไว้เกิดความเสียหาย ผู้รับประกันภัยมีสิทธิซ่อมเปลี่ยนหรือใช้รถยนต์สภาพเดียวกันนั้น ผู้รับประกันภัยจะต้องเลือกซ่อมโดยช่างซ่อมที่มีฝีมือด้วย การที่ผู้เอาประกันภัยไม่ยอมส่งมอบรถยนต์ให้ซ่อมเพราะยังไม่พอใจว่าช่างซ่อมของผู้รับประกันภัยจะซ่อมรถได้ดีหรือไม่ และไม่ปรากฏว่าผู้เอาประกันภัยจะไม่ส่งมอบรถยนต์ให้ผู้รับประกันภัยโดยเด็ดขาด จึงถือไม่ได้ว่าผู้เอาประกันภัยผิดเงื่อนไขในสัญญา
การที่ผู้เอาประกันภัยฟ้องเรียกค่าเสียหายจากผู้ที่อ้างว่าทำละเมิดนั้น เป็นการใช้สิทธิตามกฎหมายของผู้เอาประกันภัย จะถือว่าผู้เอาประกันภัยสละสิทธิที่จะให้ผู้รับประกันภัยปฏิบัติตามสัญญาหาได้ไม่
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์สำนวนที่สามฟ้องจำเลยให้รับผิดตามกรมธรรม์ประกันภัยพร้อมค่าเสียหายและดอกเบี้ย รวมเป็นเงินทั้งสิ้น ๑๒๑,๙๐๖.๙๓ บาท
จำเลยให้การว่า รถยนต์ของโจทก์ที่เอาประกันภัยไว้ไม่ได้เสียหายตามฟ้อง เมื่อเกิดเหตุแล้วโจทก์ไม่ส่งมอบรถยนต์ให้จำเลยจัดการซ่อมให้ตามเงื่อนไขแห่งกรมธรรม์ประกันภัย โจทก์จึงเป็นฝ่ายผิดสัญญา ไม่มีสิทธิเรียกร้องขอให้ยกฟ้อง
ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินแก่โจทก์จำนวน ๘๖,๐๐๐ บาทพร้อมดอกเบี้ย
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า แม้จะมีข้อตกลงตามที่ระบุไว้ในเงื่อนไขของสัญญาประกันภัยระหว่างโจทก์จำเลยให้จำเลยมีสิทธิเลือกซ่อมเปลี่ยนหรือใช้รถสภาพเดียวกัน รวมทั้งใช้เป็นเงินแทนตามแต่จะเห็นสมควรได้ก็ตาม แต่จำเลยก็จะต้องเลือกซ่อมโดยช่างซ่อมที่มีฝีมือด้วย เมื่อโจทก์นำช่างซ่อมมาดูความเสียหายของรถโจทก์แล้ว ช่างซ่อมคิดค่าซ่อมเป็นเงิน ๙๙,๐๗๐ บาท ส่วนจำเลยว่าค่าซ่อมที่จำเลยจะนำรถไปซ่อมคิดเป็นเงินเพียง ๖๐,๐๐๐ บาท การที่โจทก์ยังไม่ยอมส่งมอบรถให้จำเลยเพราะยังไม่แน่ใจว่าช่างซ่อมของจำเลยจะซ่อมรถดีหรือไม่ และไม่ปรากฏข้อเท็จจริงว่าโจทก์จะไม่ส่งมอบรถให้จำเลยโดยเด็ดขาดหรือไม่ จึงยังถือไม่ได้ว่าโจทก์ผิดสัญญาอันจำเลยไม่ต้องรับผิด ส่วนการที่จำเลยที่ ๑ ฟ้องแย้ง เรียกค่าเสียหายจากจำเลยที่ ๓ นั้น เห็นว่าการฟ้องคดีเป็นการใช้สิทธิตามกฎหมายของจำเลยที่ ๑ จะถือว่าจำเลยที่ ๑ สละสิทธิที่จะให้จำเลยที่ ๒ ปฏิบัติตามสัญญาหาได้ไม่
พิพากษายืน (เฉพาะคดีสำนวนที่สาม)
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1601 - 1603/2529
บริษัทประกันคุ้มภัย จำกัด กับพวก โจทก์
นายวิเชียร นิ่มจิรวัฒน์ กับพวก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - บริษัทประกันคุ้มภัย จำกัด กับพวก · จำเลย - นายวิเชียร นิ่มจิรวัฒน์ กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สมศักดิ์ เกิดลาภผล · อำนวย อินทุภูติ · ดำริ ศุภพิโรจน์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่ง - นายไพฑูรย์ เนติโพธิ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายสุรัตน์ ศรีอนุพันธุ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา