⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1607/2529

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1607/2529

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้ขนส่งต้องรับผิดในการที่ของสูญหายหรือบุบสลาย เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าเป็นเหตุสุดวิสัย ซึ่งเหตุการณ์ที่อาจคาดหมายและป้องกันได้ ไม่ถือเป็นเหตุสุดวิสัย

ย่อคำพิพากษา

ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 616 ผู้ขนส่งจะต้องรับผิดในการที่ของอันเขาได้มอบหมายแก่ตนนั้นสูญหายหรือบุบสลาย เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าเป็นเหตุสุดวิสัย เมื่อปรากฏว่าเรือลำเลียงที่จำเลยที่ 1 ใช้ขนส่งจอดอยู่ที่ท่ากำลังบรรทุกสินค้า มีคลื่นจากเรืออื่นมาทำให้เรือลำเลียงนั้นโคลงและล่มลง เมื่อไม่ปรากฏว่าคลื่นนั้นมีความร้ายแรงผิดปกติ จนไม่อาจคาดหมายหรือไม่อาจป้องกันมิให้เรือลำเลียงล่มได้ จำเลยที่ 1 ย่อมคาดหมายได้ว่าจะมีคลื่นมากระทบเรือลำเลียง และอาจมีการระมัดระวังมิให้เรือลำเลียงล่มเพราะถูกคลื่นกระทบได้การที่เรือล่มจึงไม่ใช่ผลบังคับที่ไม่อาจป้องกันได้ และมิใช่เหตุสุดวิสัย จำเลยที่ 1 จึงต้องรับผิดตามบทกฎหมายดังกล่าว

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.8 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.616

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ได้รับประกันภัยการขนส่งนมข้นกระป๋องของบริษัทอุตสาหกรรมนมพระนคร จำกัด ด้วยวิธีการขนส่งทางทะเล จำเลยที่ ๑ ได้รับจ้างบริษัทอุตสาหกรรมนมพระนคร จำกัด ขนส่งนมข้นกระป๋องที่โจทก์รับประกันภัยไว้ จากบริษัทอุตสาหกรรมนมพระนคร จำกัด ตำบลบางหญ้าแพรก อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ โดยเรือลำเลียงเพื่อนำไปส่งมอบให้แก่เรือเดินทะเลซึ่งจอดขนถ่ายสินค้าที่โกดังริมแม่น้ำเจ้าพระยา อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ จำเลยที่ ๒ ในฐานะผู้แทนจำเลยที่ ๑ และในฐานะส่วนตัวรับช่วงขนส่งสินค้าจากจำเลยที่ ๑ ได้เช่าเรือลำเลียงจากเจ้าของเรือไปรับขนส่งนมกระป๋องดังกล่าวจำเลยที่ ๓ เป็นลูกจ้างจำเลยที่ ๑ เป็นผู้ควบคุมเรือ จำเลยที่ ๓ ได้กระทำการโดยประมาทเลินเล่อโดยได้รับมอบนมข้นกระป๋องจำนวนหนึ่งมาบรรทุกในเรือได้นำหีบนมข้นกระป๋องที่บรรจุในกระบะไม้ลงบรรทุกในระวางใต้ท้องเรือและนำหีบนมข้นกระป๋องที่ไม่ได้ใส่กระบะไม้บรรทุกไว้พื้นเรือตอนบนโดยไม่มีเชือกผูกยึดให้แน่น เมื่อมีคลื่นเกิดจากเรือแล่นผ่าน ทำให้เรือโคลงทำให้หีบนมข้นกระป๋องที่ไม่ได้ใส่กระบะไม้เลื่อนไปทางด้านที่เรือเอียงด้านเดียวเรือเสียการทรงตัว กราบเรือต่ำกว่าระดับน้ำ น้ำเข้าเรือทำให้เรือจมลงนมจำนวนหนึ่งได้รับความเสียหายจำเลยที่ ๑ ต้องรับผิดในฐานะเป็นผู้รับจ้างขนสินค้าและนายจ้างจำเลยที่ ๓ จำเลยที่ ๒ ต้องรับผิดในฐานะรับช่วงการขนส่งสินค้าจากจำเลยที่ ๑ โจทก์ได้ชำระค่าเสียหายตามสัญญาประกันภัยเป็นเงิน ๑,๙๗๐,๑๐๒.๙๘ บาท แล้ว จึงรับช่วงสิทธิมาฟ้องบังคับให้จำเลยชำระเงินจำนวนดังกล่าวพร้อมดอกเบี้ย จำเลยทั้งสามให้การว่า การที่เรือลำเลียงล่มเกิดจากถูกคลื่นเรือใหญ่ การบรรทุกนมได้จัดเรียงแน่นและไม่เกินน้ำหนักบรรทุกของเรือ เรือลำเลียงล่มขณะจอดอยู่และอยู่ในความรับผิดชอบของผู้ว่าจ้าง จำเลยที่ ๓ ไม่ได้คุมเรือและประมาทดังฟ้อง โจทก์ฟ้องให้จำเลยที่ ๒ รับผิดเป็นส่วนตัวนั้นไม่ชอบ ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษายกฟ้องโจทก์ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้จำเลยทั้งสามร่วมกันใช้ค่าเสียหาย๑,๘๖๘,๑๐๒.๙๘ บาท แก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ย จำเลยทั้งสามฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อเท็จจริงว่าจำเลยที่ ๓ ไม่ได้ประมาทเลินเล่อ จำเลยที่ ๒ ไม่ได้รับช่วงงานจากจำเลยที่ ๑ จำเลยทั้งสองไม่ต้องรับผิด คงวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายสำหรับจำเลยที่ ๑ ว่าโจทก์ฟ้องให้จำเลยที่ ๑ รับผิดในฐานะผู้ขนส่งตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๖๑๖ จำเลยที่ ๑ ต้องรับผิดในการที่นมข้นกระป๋องของบริษัทอุตสาหกรรมนมพระนคร จำกัด สูญหายหรือบุบสลายเว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าการสูญหายหรือบุบสลายนั้นเกิดแต่เหตุสุดวิสัยเมื่อไม่ปรากฏว่าคลื่นที่ทำให้เรือลำเลียงล่มนั้นมีความร้ายแรงผิดปกติจนไม่อาจคาดหมายหรือไม่อาจป้องกันมิให้เรือลำเลียงล่มได้จำเลยที่ ๑ ย่อมคาดหมายได้ว่าจะมีคลื่นมากระทบเรือลำเลียง และอาจมีการระมัดระวังมิให้เรือลำเลียงล่มเพราะถูกคลื่นกระทบได้ การที่เรือลำเลียงล่มเพราะโดนคลื่นนี้ จึงไม่ใช่ผลบังคับที่ไม่อาจป้องกันได้ การที่เรือลำเลียงล่มลงหาใช่เกิดจากเหตุสุดวิสัยไม่ จำเลยที่ ๑ จึงไม่พ้นความรับผิด พิพากษาแก้ให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ ๒ และที่ ๓ ให้จำเลยที่ ๑ คงรับผิดตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์แต่ผู้เดียว. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1607/2529 บริษัทนิวซีแลนด์อินชัวรันซ์ จำกัด โจทก์ บริษัทเรือสยามขนส่ง จำกัด กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัทนิวซีแลนด์อินชัวรันซ์ จำกัด · จำเลย - บริษัทเรือสยามขนส่ง จำกัด กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)โสภณ รัตนากร · ไพรัช วงศ์วัฒนะ · วิฑูรย์ ตั้งตรงจิตต์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายสง่า ผลฉาย · ศาลอุทธรณ์ - นายปลื้ม โชติษฐยางกูร
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4246/2542ฎีกา 105/2525ฎีกา 795/2510ฎีกา 4193/2530ฎีกา 2501/2526ฎีกา 390/2535ฎีกา 3926/2530ฎีกา 710/2542ฎีกา 947/2515ฎีกา 3819/2540ฎีกา 400/2521ฎีกา 1678/2546ฎีกา 6231/2538ฎีกา 1479/2526ฎีกา 6795/2540ฎีกา 3887/2534ฎีกา 3999/2559ฎีกา 2684/2534ฎีกา 5809/2539ฎีกา 942/2531ฎีกา 4085/2559ฎีกา 1250/2517ฎีกา 3595/2534ฎีกา 514/2507
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา