⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1989/2529

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1989/2529

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อจำเลยถูกลงโทษจำคุกตลอดชีวิต ศาลชั้นต้นมีหน้าที่ต้องส่งสำนวนไปยังศาลอุทธรณ์เพื่อวินิจฉัย แม้จำเลยผู้นั้นจะมิได้อุทธรณ์ก็ตาม หากศาลอุทธรณ์ตรวจพบว่าศาลชั้นต้นมิได้ส่งสำนวนมาโดยตรง แต่ส่งมาเพราะจำเลยอื่นอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์มีอำนาจหยิบยกคดีส่วนของจำเลยผู้นั้นขึ้นวินิจฉัยไปพร้อมกันได้

ย่อคำพิพากษา

ศาลชั้นต้นลงโทษจำเลยที่ 5 จำคุกตลอดชีวิตและจำเลยมิได้อุทธรณ์เป็นหน้าที่ของศาลชั้นต้นต้องส่งสำนวนไปศาลอุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 245 เมื่อศาลชั้นต้นมิได้ส่งสำนวนเกี่ยวกับจำเลยที่ 5 ไปศาลอุทธรณ์โดยตรงแต่ส่งไปเพราะจำเลยที่ 1 ถึงที่ 4 อุทธรณ์ หากศาลอุทธรณ์ตรวจพบ ก็มีอำนาจหยิบยกคดีส่วนที่เกี่ยวกับจำเลยที่ 5 ขึ้นวินิจฉัยไปพร้อมกับจำเลยอื่นที่อุทธรณ์ได้ แต่ศาลอุทธรณ์ได้วินิจฉัยเพียงว่า จำเลยที่ 5 มิได้อุทธรณ์ คดียุติ หาได้วินิจฉัยว่า จำเลยที่ 5 กระทำความผิดตามฟ้องเพียงใดหรือไม่ คำพิพากษาศาลอุทธรณ์จึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.245

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกับพวกอีกหนึ่งคนร่วมกันมีเฮโรอีนไฮโดรคลอไรด์จำนวน ๒๐ แท่งหนัก ๕.๖๘๐ กิโลกรัม ไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่ายและร่วมกันจำหน่ายเฮโรอีนไฮโดรคลอไรด์ดังกล่าวแก่ผู้มีชื่อในราคา ๑,๘๐๐,๐๐๐ บาท โดยไม่ได้รับอนุญาต ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ ฯ มาตรา ๗, ๑๕, ๖๖, ๑๐๒ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๑, ๘๓ ริบของกลาง จำเลยทั้งห้าให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้น พิพากษาว่า จำเลยทั้งห้ามีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ ฯ มาตรา ๑๕, ๖๖ ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๐ ลงโทษฐานมีเฮโรอีนไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่ายซึ่งเป็นบทหนักตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๐ จำคุกจำเลยทั้งห้าตลอดชีวิต จำเลยที่ ๑ รับสารภาพชั้นจับกุมและสอบสวนลดโทษหนึ่งในห้าตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ เปลี่ยนโทษจกคุกตลอดชีวิตเป็นจำคุก ๕๐ ปี ตามมาตรา ๕๓ คงจำคุกจำเลยที่ ๑ สี่สิบปี ของกลางริบ จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ที่ ๓ และที่ ๔ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าจำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๔ กระทำผิดตามฟ้องจำเลยที่ ๕ มิได้อุทธรณ์ คดียุติ พิพากษาแก้เป็นว่าไม่ต้องปรับบทตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๐ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยที่ ๑ ที่ ๓ และที่ ๔ ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยที่ ๕ ถึงจำคุกตลอดชีวิต และจำเลยมิได้อุทธรณ์ เป็นหน้าที่ของศาลชั้นต้นต้องส่งสำนวนคดีนี้ไปยังศาลอุทธรณ์พิจารณาพิพากษาต่อไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๒๔๕ คดีนี้ศาลชั้นต้นมิได้ส่งสำนวนเกี่ยวกับจำเลยที่ ๕ ไปศาลอุทธรณ์โดยตรง แต่ส่งไปเพราะจำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๔ อุทธรณ์ แต่เมื่อศาลอุทธรณ์ตรวจพบ ก็มีอำนาจหยิบยกคดีส่วนที่เกี่ยวกับจำเลยที่ ๕ ขึ้นวินิจฉัยไปพร้อมกับจำเลยอื่นที่อุทธรณ์ไว้นั้นได้ ซึ่งศาลอุทธรณ์ได้หยิบยกคดีส่วนที่เกี่ยวกับจำเลยที่ ๕ ขึ้นวินิจฉัยในคำพิพากษาฉบับเดียวกับจำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๔ แล้ว แต่วินิจฉัยเพียงว่า 'จำเลยที่ ๕ มิได้อุทธรณ์ คดียุติ' หาได้วินิจฉัยว่าจำเลยที่ ๕ กระทำความผิดตามฟ้องเพียงใดหรือไม่ อันจะเป็นเหตุให้ต้องพิพากษายืน ยก กลับ แก้ คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ในคดีนี้จึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย พิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้ย้อนสำนวนไปให้ศาลอุทธรณ์พิจารณาพิพากษาใหม่ตามรูปคดี ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1989/2529 พนักงานอัยการจังหวัดนครศรีธรรมราช โจทก์ นายสุวัฒน์ สุขขะวรรณ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดนครศรีธรรมราช · จำเลย - นายสุวัฒน์ สุขขะวรรณ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ปชา วรธรรมพินิจ · จุนท์ จันทรวงศ์ · อุทิศ บุญชู
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนครศรีธรรมราช - นางปดารณี ลัดพลี · ศาลอุทธรณ์ - นายชาติศักดิ์ ธรรมศักดิ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2692/2537ฎีกา 3814/2549ฎีกา 2931/2549ฎีกา 11216/2555ฎีกา 4897/2550ฎีกา 988/2568ฎีกา 264/2567ฎีกา 6002/2548ฎีกา 650/2489ฎีกา 3270/2568ฎีกา 1558/2546ฎีกา 6874/2557ฎีกา 179/2565ฎีกา 1591/2529ฎีกา 20031/2556ฎีกา 2248/2518ฎีกา 1446-1447/2567ฎีกา 4918/2533ฎีกา 3831/2528ฎีกา 837/2510ฎีกา 5252/2559ฎีกา 2338/2536ฎีกา 3659/2556ฎีกา 668/2555
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา