คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 210/2529
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำที่ครบองค์ประกอบความผิดฐานกระทำชำเรา แต่ไม่บรรลุผล ถือเป็นความผิดฐานพยายามกระทำชำเรา.
ย่อคำพิพากษา
จำเลยใช้อวัยวะสืบพันธุ์ของตนทิ่มอวัยวะเพศของเด็กหญิง ส. อายุ 4 ปีเศษจนสำเร็จความใคร่ เป็นที่เห็นได้ว่าจำเลยมีเจตนากระทำชำเรา แม้จำเลยจะสำเร็จความใคร่เสียก่อนโดยที่อวัยวะสืบพันธุ์ของจำเลยยังมิได้สอดใส่เข้าไปในอวัยวะเพศของเด็กหญิง ส. ก็ตาม ถือได้ว่าจำเลยได้กระทำไปโดยตลอดแล้ว แต่การกระทำของจำเลยไม่บรรลุผล เป็นความผิดฐานพยายามกระทำชำเรา หาใช่เป็นเพียงการกระทำอนาจารไม่
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกระทำชำเราเด็กหญิงสุนีย์ ดวงเกิด อายุ ๔ ปีเศษจนสำเร็จความใคร่ ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๗๗,๒๗๙
จำเลยให้การปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๗๗ วรรคแรกประกอบมาตรา ๘๐ ให้จำคุก ๑๒ ปี
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๗๙ วรรคแรก ให้จำคุก ๒ ปี
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังได้เป็นยุติว่า จำเลยใช้อวัยวะสืบพันธุ์ของตนทิ่มที่อวัยวะเพศของเด็กหญิงสุนีย์ ดวงเกิด อายุ ๔ ปีเศษ จนสำเร็จความใคร่ ปัญหาวินิจฉัยมีว่า การกระทำของจำเลยจะเป็นความผิดฐานพยายามกระทำชำเราเด็กหญิงสุนีย์ ดวงเกิด หรือไม่ พิเคราะห์แล้ว เห็นว่าการที่จำเลยใช้อวัยวะสืบพันธุ์ของตนกระทำการดังกล่าวนั้น เป็นที่เห็นได้ว่าจำเลยมีเจตนากระทำชำเราเด็กหญิงสุนีย์ ดวงเกิด แม้จำเลยจะสำเร็จความใคร่เสียก่อนโดยที่อวัยวะสืบพันธุ์ของจำเลยยังมิได้สอดใส่เข้าไปในอวัยวะเพศของเด็กหญิงสุนีย์ ดวงเกิด ก็ตาม ก็ถือได้ว่าจำเลยได้กระทำไปโดยตลอดแล้ว แต่การกระทำของจำเลยไม่บรรลุผล เป็นความผิดฐานพยายามกระทำชำเรา หาใช่เป็นเพียงการกระทำอนาจารดังที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยไม่ ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น แต่ปรากฏว่าจำเลยมิได้กระทำโดยใช้กำลังประทุษร้าย ทั้งเด็กหญิงสุนีย์ ดวงเกิด มิได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด พฤติการณ์แห่งคดีเป็นเรื่องจำเลยกระทำไปโดยความคึกคนองตามวิสัยวัยหนุ่มโดยจำเลยมีอายุเพียง ๑๙ ปี สมควรกำหนดโทษให้เบาลง และลดมาตราส่วนโทษเพราะเหตุที่จำเลยยังอ่อนอายุด้วย
พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดฐานพยายามกระทำชำเราเด็กหญิงอายุไม่เกิน ๑๓ ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๗๗ วรรคแรก ที่แก้ไขใหม่ประกอบด้วยมาตรา ๘๐ และจำเลยมีอายุ ๑๙ ปี ลดมาตราส่วนโทษให้ตามมาตรา ๗๖ หนึ่งในสาม ให้จำคุกจำเลยมีกำหนด ๕ ปี ๔ เดือน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 210/2529
พนักงานอัยการจังหวัดภูเก็ต โจทก์
นายมานิตย์ หรือ โซม แก้วรักษา จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดภูเก็ต · จำเลย - นายมานิตย์ หรือ โซม แก้วรักษา |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | อำนวย อินทุภูติ · ดำริ ศุภพิโรจน์ · สมศักดิ์ เกิดลาภผล |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดภูเก็ต - นายวิวัธน ทองลงยา · ศาลอุทธรณ์ - นายอำไพ วิจิตรเวชการ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา