⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2268/2529

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2268/2529

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำที่มุ่งต่อการข่มขืนกระทำชำเรา แต่ยังไม่ถึงขั้นถึงแก่ความตาย ไม่เป็นความผิดฐานพยายามข่มขืนกระทำชำเรา หากการกระทำนั้นเป็นเพียงการกระทำอนาจาร.

ย่อคำพิพากษา

จำเลยทั้งสองได้ร่วมกันกอดปล้ำและบีบคอโจทก์ร่วมจนหายใจไม่ออกและหมดสติไป หลังจากนั้นจำเลยที่ 1 ได้ถอดเสื้อและกางเกงของตนออกคงเหลือแต่กางเกงใน พร้อมกับเลิกเสื้อชั้นนอกของโจทก์ร่วมขึ้นและดึงเสื้อชั้นในลงมองเห็นนมข้างซ้ายกับรูดกางเกงของโจทก์ร่วมไปสุดง่ามขามองเห็นกางเกงในทั้งตัว และขณะที่จำเลยที่ 1 กำลังจับนมโจทก์ร่วมโดยนั่งคร่อมโจทก์ร่วมตรงบริเวณท้องน้อยก็พอดีมีคนมา จำเลยที่ 1 จึงหลบหนีไป ดังนี้ ลักษณะการกระทำของจำเลยทั้งสองยังไม่อยู่ในวิสัยที่จะกระทำชำเราโจทก์ร่วมได้ การกระทำของจำเลยทั้งสองจึงไม่เป็นความผิดฐานพยายามข่มขืนกระทำชำเรา แม้จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพก็ลงโทษจำเลยทั้งสองฐานนี้ไม่ได้ จำเลยทั้งสองคงมีความผิดฐานร่วมกันกระทำอนาจารเท่านั้น ส่วนบาดแผลที่โจทก์ร่วมได้รับจากการที่ถูกบีบคอนั้นปรากฏตามผลการตรวจชันสูตรบาดแผลของแพทย์ว่า โจทก์ร่วมมีโลหิตออกที่ใต้ตาขวาทั้งสองข้าง มีรอยแดงที่คอด้านขวายาวประมาณ 2 นิ้ว กว้างประมาณ 1/3 นิ้ว ด้านซ้ายยาวประมาณ 1 นิ้ว กว้างประมาณ 1/3 นิ้ว เจ็บคอในเวลากลืนซึ่งแพทย์ผู้ตรวจเบิกความว่า ลักษณะบาดแผลเช่นนี้เป็นการถูกบีบคออย่างรุนแรงโลหิตเดินไม่สะดวกทำให้เส้นโลหิตฝอยในตาขวาแตก หากไม่ได้รับความช่วยเหลือทันท่วงทีอาจถึงตายได้ และถ้าผู้ถูกบีบสลบไปโอกาสที่จะตายมีได้เสมอ จำเลยทั้งสองจึงย่อมเล็งเห็นผลของการกระทำนั้นได้ว่าโจทก์ร่วมอาจถึงแก่ความตายได้จึงเห็นได้ว่าเป็นการกระทำโดยมีเจตนาฆ่า แต่การกระทำไม่บรรลุผล จำเลยทั้งสองจึงมีความผิดฐานร่วมกันพยายามฆ่าโจทก์ร่วมเพื่อความสะดวกในการที่จะกระทำความผิดฐานข่มขืนกระทำชำเรา แต่การกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นการกระทำผิดต่อกันในคราวเดียวกันยังมิได้ขาดตอน จึงเป็นการกระทำกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.176 ประมวลกฎหมายอาญา ม.80 ประมวลกฎหมายอาญา ม.90 ประมวลกฎหมายอาญา ม.276 ประมวลกฎหมายอาญา ม.278 ประมวลกฎหมายอาญา ม.289

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสองร่วมกันกระทำอนาจารและพยายามข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหาย ทั้งยังร่วมกันใช้กำลังทำร้ายผู้เสียหายโดยมีเจตนาฆ่า เพื่อความสะดวกในการที่จำเลยทั้งสองจะกระทำความผิดฐานข่มขืนกระทำชำเราด้วย ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๘๐, ๘๓, ๒๗๖, ๒๗๘, ๒๘๘, ๒๘๙ ผู้เสียหายยื่นคำร้องขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม ศาลชั้นต้นอนุญาต จำเลยทั้งสองให้การรับว่าได้กระทำผิดจริงดังฟ้องแต่ไม่มีเจตนาฆ่าโจทก์ร่วม มีเจตนาเพียงทำร้าย เพื่อความสะดวกในการที่จะข่มขืนกระทำชำเราเท่านั้น ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๗๖, ๘๐ และ ๒๗๘ กระทงหนึ่ง ลงโทษตามมาตรา ๒๗๖, ๘๐ ซึ่งเป็นบทหนัก จำคุกคนละ ๑๓ ปี ๔ เดือน และผิดตามมาตรา ๒๘๙(๖), ๘๐ อีกกระทงหนึ่ง จำคุกจำเลยทั้งสองตลอดชีวิต เปลี่ยนโทษจำคุกตลอดชีวิตเป็นโทษจำคุก ๕๐ ปี ตามมาตรา ๙๑ รวมความผิดสองกระทง จำคุกจำเลยทั้งสองคนละ ๖๓ ปี ๔ เดือน จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๗๘, ๒๘๙ (๖), ๘๐ อันเป็นการกระทำกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ลงโทษตามมาตรา ๒๘๙ (๖), ๘๐ ซึ่งเป็นบทหนัก ให้จำคุกตลอดชีวิตคำให้การของจำเลยทั้งสองมีเหตุสมควรลดโทษ ลดโทษให้จำเลยที่ ๑ หนึ่งในสาม จำเลยที่ ๒ หนึ่งในสี่ตามมาตรา ๗๘ เปลี่ยนโทษจำคุกตลอดชีวิตเป็นโทษจำคุก ๕๐ ปีตามมาตรา ๕๓ คงจำคุกจำเลยที่ ๑ มีกำหนด ๓๓ ปี ๔ เดือน จำคุกจำเลยที่ ๒ มีกำหนด ๓๗ ปี ๖ เดือน โจทก์และจำเลยที่ ๒ ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า จำเลยที่ ๑ ได้เข้ารวบกอดโจทก์ร่วมทางด้านหลังและเมื่อโจทก์ร่วมดิ้นขัดขืนพร้อมทั้งร้องให้คนช่วย จำเลยที่ ๒ ได้เข้าช่วยจับแขนโจทก์ร่วมไว้ไม่ให้ดิ้นเพื่อให้จำเลยที่ ๑ ปิดปากและบีบคอโจทก์ร่วมจนสลบและหมดสติไป อันเป็นการร่วมกันกระทำความผิด สำหรับความผิดฐานพยายามข่มขืนกระทำชำเราและกระทำอนาจาร ได้ความจากนายประนอม นายสมจิตร และนางสวิงพยานโจทก์แต่เพียงว่า นายประนอมกับนายสมจิตรเห็นจำเลยที่ ๑ นั่งคร่อมโจทก์ร่วมตรงบริเวณท้องน้อย และเมื่อนางสวิงขึ้นไปดูหลังจากที่จำเลยทั้งสองหลบหนีไปแล้ว ก็เห็นเสื้อชั้นนอกของโจทก์ร่วมถูกเลิกขึ้นเสื้อชั้นในถูกเลิกลง มองเห็นนมข้างซ้าย กางเกงรูดลงไปสุดง่ามขามองเห็นกางเกงในทั้งตัว แม้จำเลยที่ ๑ จะนำสืบรับว่าได้ถอดเสื้อและกางเกงของตนออกคงเหลือแต่กางเกงในและขณะที่กำลังจับนมโจทก์ร่วม พอดีมีคนมา จำเลยที่ ๑ จึงหลบหนีไปก็ตาม ลักษณะการกระทำของจำเลยทั้งสองยังไม่อยู่ในวิสัยที่จะกระทำชำเราโจทก์ร่วมได้ การกระทำของจำเลยทั้งสองจึงไม่เป็นความผิดฐานข่มขืนกระทำชำเรา แม้จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพก็ลงโทษจำเลยทั้งสองฐานนี้ไม่ได้จำเลยทั้งสองคงมีความผิดฐานร่วมกันกระทำอนาจารเท่านั้น ส่วนความผิดฐานพยายามฆ่าโจทก์ร่วมนั้น ตามผลการตรวจชันสูตรบาดแผลของแพทย์ท้ายฟ้องปรากฏว่าโจทก์ร่วมมีโลหิตออกใต้ตาขวาทั้งสองข้าง มีรอยแดงที่คอด้านขวายาวประมาณ ๒ นิ้ว กว้างประมาณ ๑/๓ นิ้ว ด้านซ้ายยาวประมาณ ๑ นิ้ว กว้างประมาณ ๑/๓ นิ้ว เจ็บในคอเวลากลืน ซึ่งนายถนอม เติมกลิ่นจันทร์ แพทย์ผู้ตรวจเบิกความว่าลักษณะบาดแผลเช่นนี้เป็นการถูกบีบคออย่างรุนแรง โลหิตเดินไม่สะดวกทำให้โลหิตฝอยในตาขาวแตก หากไม่ได้รับความช่วยเหลือทันท่วงทีอาจถึงตายได้และถ้าผู้ถูกบีบสลบไปโอากสที่จะตายมีได้เสมอ ดังนั้น การที่จำเลยที่ ๒ ร่วมกับจำเลยที่ ๑ กระทำดังกล่าวจึงย่อมจะเล็งเห็นผลของการกระทำนั้นได้ว่าโจทก์ร่วมอาจถึงแก่ความตายได้ ถือได้ว่าเป็นการกระทำโดยมีเจตนาฆ่า แต่การกระทำไม่บรรลุผล จำเลยที่ ๒ จึงมีความผิดฐานร่วมกับจำเลยที่ ๑ พยายามฆ่าโจทก์ร่วมเพื่อความสะดวกในการที่จำเลยทั้งสองจะกระทำความผิดฐานข่มขืนกระทำชำเราตามฟ้อง ที่โจทก์ฎีกาว่า ความผิดฐานพยายามฆ่าเพื่อความสะดวกในการที่จะข่มขืนกระทำชำเราเป็นคนละกรรมกับความผิดฐานกระทำอนาจารและพยายามข่มขืนกระทำชำเรานั้น เห็นว่า แม้โจทก์จะบรรยายฟ้องเป็นการกระทำสองตอนก็ตาม แต่การกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นการกระทำที่ต่อเนื่องกัน กล่าวคือ จำเลยทั้งสองร่วมกันจับโจทก์ร่วมและบีบคอโจทก์ร่วมจนถึงกับสลบไปอันเป็นความผิดฐานพยายามฆ่า ก็โดยมีเจตนาเพื่อที่จะข่มขืนกระทำชำเราโจทก์ร่วมเป็นการกระทำผิดต่อกันในคราวเดียวยังมิได้ขาดตอน จึงเป็นการกระทำกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท หาใช่เป็นความผิดหลายกรรมต่างกันดังที่โจทก์ฎีกาไม่ พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2268/2529 พนักงานอัยการจังหวัดสิงห์บุรี โจทก์ นางสาวบุญเหลือ กัณหะ โจทก์ร่วม นายบุญส่ง กรัตนุถะ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดสิงห์บุรี · โจทก์ร่วม - นางสาวบุญเหลือ กัณหะ · จำเลย - นายบุญส่ง กรัตนุถะ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ไพจิตร วิเศษโกสิน · อาจ ปัญญาดิลก · ดำรง สายเชื้อ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสิงห์บุรี - นายประดิษฐ์ สิงหทัศน์ · ศาลอุทธรณ์ - นายพลจิตต์ ดียืน
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1560/2529ฎีกา 1597/2522ฎีกา 180/2554ฎีกา 2530/2527ฎีกา 19406/2555ฎีกา 712/2559ฎีกา 2182/2567ฎีกา 5305/2539ฎีกา 1268/2515ฎีกา 1715/2545ฎีกา 633/2540ฎีกา 3911/2568ฎีกา 1162/2508ฎีกา 7281/2537ฎีกา 1666/2521ฎีกา 848/2545ฎีกา 3237/2543ฎีกา 16889/2555ฎีกา 1165/2537ฎีกา 514/2486ฎีกา 6675/2531ฎีกา 1895/2492ฎีกา 3310/2541ฎีกา 34/2521
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา