⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2286/2529

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2286/2529

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การวินิจฉัยในคดีอาญาว่าโจทก์ไม่มีกรรมสิทธิ์ในที่ดิน ย่อมผูกพันการวินิจฉัยในคดีแพ่งที่มีประเด็นเดียวกันตาม ป.วิ.อ. มาตรา 46.

ย่อคำพิพากษา

โจทก์เคยฟ้องจำเลยเป็นคดีอาญาในข้อหาบุกรุกที่พิพาทซึ่งศาลอุทธรณ์พิพากษายืนให้ยกฟ้องโจทก์โดยวินิจฉัยว่าพยานหลักฐานโจทก์ไม่พอฟังว่าโจทก์เป็นเจ้าของที่ดินตามฟ้องซึ่งเท่ากับฟังว่าโจทก์ไม่มีกรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทและคดีถึงที่สุดแล้วโจทก์มาฟ้องจำเลยเป็นคดีแพ่งหาว่าจำเลยได้เข้าครอบครองที่ดินโจทก์ขอให้ขับไล่ซึ่งมีประเด็นที่ศาลจะต้องวินิจฉัยอย่างเดียวกันว่าโจทก์มีกรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทหรือไม่ในการพิพากษาคดีส่วนแพ่งนี้ศาลจำต้องถือข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในคำพิพากษาส่วนอาญาตามป.วิ.อ.มาตรา46.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.40 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.46 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.420

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยและบริวารได้เข้าครอบครองที่ดินโจทก์อันเป็นการกระทำละเมิดและโจทก์ได้ฟ้องจำเลยเป็นคดีอาญาข้อหาบุกรุกแล้วขอให้ขับไล่และเรียกค่าเสียหาย จำเลยให้การว่า ที่พิพาทไม่ใช้ของโจทก์แต่เป็นถนนสาธารณะประโยชน์ จำเลยและบริวารไม่เคยเข้าครอบครองที่ดินโจทก์ ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไป แล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดี จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงได้ความว่า โจทก์เคยฟ้องจำเลยเป็นคดีอาญาในข้อหาบุกรุกที่พิพาทครั้งหนึ่งแล้วตามความคดีอาญาหมายเลขดำที่ 14560/2523 หมายเลขแดงที่ 18254/2524 ของศาลอาญาซึ่งศาลอาญาและศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้อง คดีถึงที่สุดแล้ว ปัญหาวินิจฉัยมีว่าการพิพากษาคดีนี้ ศาลจะต้องถือข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในคำพิพากษาคดีส่วนอาญาดังกล่าวหรือไม่ เห็นว่า ที่โจทก์คดีนี้ฟ้องจำเลยคดีนี้เป็นคดีอาญาข้อหาว่าจำเลยบุกรุกที่ดินศาลพิพากษายกฟ้อง โดยศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า คดีฟังไม่ได้แน่ชัดว่าที่พิพาทเป็นของโจทก์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โดยวินิจฉัยว่าพยานหลักฐานโจทก์ไม่พอฟังว่าโจทก์เป็นเจ้าของที่ดินตามฟ้องผลแห่งคำวินิจฉัยคดีส่วนอาญา เป็นการฟังว่าโจทก์ไม่มีกรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทนั่นเอง ดังนั้นเมื่อโจทก์มาฟ้องจำเลยเป็นคดีนี้ซึ่งมีประเด็นที่ศาลจะต้องวินิจฉัยอย่างเดียวกันว่าโจทก์มีกรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทหรือไม่ ในการพิพากษาคดีส่วนแพ่งศาลจำต้องถือข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในคำพิพากษาส่วนอาญา ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 46ฯลฯ พิพากษากลับเป็นว่า ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นฯลฯ". ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2286/2529 นาง ศรีไพบูลย์ หุตายน โจทก์ นาย บันทูน จูพงศ์เสริฐ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาง ศรีไพบูลย์ หุตายน · จำเลย - นาย บันทูน จูพงศ์เสริฐ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ปลื้ม โชติษฐยางกูร · มาโนช เพียรสนอง · อัมพร ณ ตะกั่วทุ่ง
แหล่งที่มาสำนักงาน ส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4976/2536ฎีกา 681/2506ฎีกา 4715/2542ฎีกา 22/2511ฎีกา 4513/2533ฎีกา 3651/2526ฎีกา 2834/2527ฎีกา 246/2530ฎีกา 8203/2538ฎีกา 1538/2518ฎีกา 149/2526ฎีกา 1000/2505ฎีกา 1124/2479ฎีกา 7335/2538ฎีกา 3452/2537ฎีกา 861/2540ฎีกา 1145/2512ฎีกา 898/2534ฎีกา 7201/2568ฎีกา 307/2513ฎีกา 1660/2518ฎีกา 560/2529ฎีกา 311/2538ฎีกา 713/2512
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงาน ส่งเสริมงานตุลาการ