⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 229/2529

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 229/2529

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การครอบครองทรัพย์สินแทนเจ้าของกรรมสิทธิ์ ย่อมไม่ทำให้ผู้ครอบครองได้กรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินนั้นโดยการครอบครอง

ย่อคำพิพากษา

การครอบครองที่ดินในฐานะผู้เช่า เป็นการครอบครองที่ดินแทนผู้ให้เช่า ย่อมไม่ได้กรรมสิทธิ์โดยการครอบครอง การฟ้องขับไล่และเรียกค่าเสียหายในกรณีที่การเช่ามิได้มีหลักฐานเป็นหนังสือนั้น มิใช่เป็นการฟ้องบังคับตามสัญญาเช่า แต่เป็นการฟ้องโดยอาศัยอำนาจกรรมสิทธิ์ของเจ้าของทรัพย์

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.538 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1336 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1381 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1382

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ที่ ๑ เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ ๖๒ ตำบลแม่สาย อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย เนื้อที่ ๑ งานเศษ เมื่อ ๑๐ ปีก่อนฟ้อง จำเลยทั้งสองได้เช่าที่ดินดังกล่าวบางส่วนเพื่อปลูกบ้านอยู่อาศัยโดยไม่มีสัญญาเช่าเป็นหนังสือ ค่าเช่าเดือนละ ๑๐๐ บาท เมื่อวันที่ ๔ พฤศจิกายน ๒๕๒๓ โจทก์ที่ ๑ ขายที่ดินดังกล่าวพร้อมสิ่งปลูกสร้างให้โจทก์ที่ ๒ ได้แจ้งให้จำเลยทั้งสองขนย้ายทรัพย์สินออกจากที่เช่า จำเลยทั้งสองเพิกเฉย ทำให้โจทก์ที่ ๒ ขาดประโยชน์ที่ควรได้เดือนละไม่น้อยกว่า ๑,๐๐๐ บาท ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองขนย้ายออกไปจากที่ดินและชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ที่ ๒ จำเลยที่ ๑ ให้การว่า จำเลยที่ ๑ ไม่เคยเช่าที่ดินโจทก์ ที่พิพาทเป็นของจำเลยที่ ๑ ซึ่งจำเลยที่ ๑ เข้าครอบครองที่ว่างเปล่า เนื้อที่ประมาณ ๔๐ ตารางวาและปลูกบ้านขึ้น แล้วจำเลยที่ ๑ ได้ครอบครองที่พิพาทโดยความสงบ เปิดเผย ในฐานะเป็นเจ้าของตลอดมาเป็นเวลาประมาณ ๑๗ ปีแล้ว ไม่เคยทราบเรื่องการออกโฉนดของโจทก์ที่ ๑ และการโอนที่ดินตามโฉนดให้โจทก์ที่ ๒ การออกโฉนดและการโอนที่ดินเป็นการใช้สิทธิโดยไม่สุจริต โจทก์ทั้งสองไม่มีอำนาจฟ้อง ขอให้ยกฟ้อง จำเลยที่ ๒ ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา ศาลชั้นต้นพิพากษาขับไล่จำเลยทั้งสองออกจากที่พิพาทและให้ชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ที่ ๒ จำเลยที่ ๑ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ ๑ ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อเท็จจริงเชื่อว่าจำเลยที่ ๑ เข้าอยู่ในที่พิพาทโดยการเช่า แล้ววินิจฉัยข้อกฎหมายว่า เมื่อจำเลยที่ ๑ เข้าอยู่ในที่พิพาทโดยการเช่าจึงเป็นการครอบครองที่พิพาทไว้แทนโจทก์ที่ ๑ แม้จำเลยที่ ๑ จะครอบครองที่พิพาทมาเกิน๑๐ ปีก็หาได้กรรมสิทธิ์โดยการครอบครองตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๓๘๒ ไม่ การฟ้องขับไล่และเรียกค่าเสียหายในกรณีที่การเช่ามิได้มีหลักฐานเป็นหนังสือนั้น มิใช่เป็นการฟ้องบังคับตามสัญญาเช่า แต่เป็นการฟ้องโดยอาศัยอำนาจกรรมสิทธิ์ของเจ้าของทรัพย์ เมื่อโจทก์ทั้งสองไม่ประสงค์ให้จำเลยทั้งสองอยู่ในที่พิพาทต่อไปและบอกกล่าวให้ออกแล้ว จำเลยทั้งสองไม่ยอมออก จึงเป็นการอยู่โดยละเมิด โจทก์มีอำนาจฟ้องขับไล่และโจทก์ที่ ๒ มีสิทธิเรียกค่าเสียหายได้ พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 229/2529 นางมานี สมรัตนธนันชัย กับพวก โจทก์ นายนเรศ อุบลศิริ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางมานี สมรัตนธนันชัย กับพวก · จำเลย - นายนเรศ อุบลศิริ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ไพจิตร วิเศษโกสิน · อาจ ปัญญาดิลก · ไพรัช วงศ์วัฒนะ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดเชียงราย - นายปริญญา บัณฑิตอาภรณ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายถวิล ทองสว่างรัตน์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 5692/2538ฎีกา 356/2530ฎีกา 3375/2532ฎีกา 2749/2538ฎีกา 681/2506ฎีกา 5473/2548ฎีกา 2439/2531ฎีกา 9815/2555ฎีกา 8688/2551ฎีกา 8777/2548ฎีกา 2834/2527ฎีกา 1968/2533ฎีกา 7466/2538ฎีกา 8875/2542ฎีกา 1889/2511ฎีกา 4415/2528ฎีกา 8680/2551ฎีกา 967/2491ฎีกา 861/2540ฎีกา 863/2524ฎีกา 1170/2505ฎีกา 8364/2544ฎีกา 1593/2524ฎีกา 4470/2543
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา