คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2729/2529
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การเลิกจ้างโดยอ้างเหตุผลจากการสอบสวนที่ไม่ถูกต้องหรือไม่เป็นธรรม ถือเป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม.
ย่อคำพิพากษา
ศาลแรงงานกลางฟังว่าโจทก์ไม่ได้กระทำผิดตามข้อกล่าวหาของจำเลยที่กล่าวหาว่าโจทก์เอาเสื้อผ้าเด็กไปจากร้านจำเลย การที่จำเลยเลิกจ้างโจทก์จึงเป็นการเลิกจ้างโดยโจทก์ไม่มีความผิด แม้จำเลยจะอ้างว่าเลิกจ้างไปตามผลการสอบสวนของคณะอนุกรรมการ ก็ปรากฏตามคำวินิจฉัยของศาลแรงงานกลางว่าไม่เชื่อว่าการสอบสวนของคณะอนุกรรมการจะถูกต้องเพราะไม่ได้บันทึกปากคำพยานไว้ เมื่อการสอบสวนส่อไปในทางไม่ถูกต้อง จำเลยจะอ้างเอาเป็นเหตุแห่งการเลิกจ้างโดยถือว่าไม่เป็นการกลั่นแกล้งหาได้ไม่ จึงเป็นการเลิกจ้างที่ไม่มีเหตุอันสมควร ถือเป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 ม.49
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเลิกจ้างโจทก์ซึ่งเป็นลูกจ้างประจำโดยโจทก์ไม่มีความผิด เป็นการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม ขอให้บังคับจำเลยจ่ายค่าเสียหาย ค่าชดเชยและเงินสะสมที่ขาดพร้อมดอกเบี้ย
จำเลยให้การว่า สินค้าของจำเลยขาดหายไปเป็นเงิน ๓๒๘,๐๐๐ บาท จำเลยได้ตั้งคณะอนุกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ผลการตรวจสอบพบว่าพนักงานของจำเลยรวมทั้งโจทก์ด้วยมีพฤติการณ์ในทางที่นำทรัพย์สินของจำเลยไปใช้เป็นประโยชน์ส่วนตัวโดยไม่ชำระเงิน อันเป็นความผิดฐานลักทรัพย์นายจ้าง จำเลยจึงเลิกจ้างโจทก์ได้เพราะโจทก์ทุจริตต่อหน้าที่และกระทำผิดอาญาโดยเจตนาแก่นายจ้าง จำเลยไม่ต้องจ่ายเงินตามฟ้อง ขอให้ยกฟ้อง
ศาลแรงงานกลางพิพากษา ให้จำเลยจ่ายค่าชดเชย ค่าเสียหายเงินสมทบพร้อมดอกเบี้ย
จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา
ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยปัญหาเรื่องเลิกจ้างไม่เป็นธรรมว่าเมื่อศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่า จำเลยไม่ประจักษ์พยานรู้เห็นว่า โจทก์ได้เอาเสื้อผ้าเด็กไปจากร้านจำเลยหรือมีส่วนรู้เห็นในกรณีที่สินค้าในร้านของจำเลยขาดหายไป เท่ากับศาลแรงงานกลางฟังว่าโจทก์ไม่ได้กระทำผิดตามข้อกล่าวหาของจำเลย การที่จำเลยเลิกจ้างโจทก์จึงเป็นการเลิกจ้างโดยโจทก์ไม่มีความผิด ที่จำเลยอ้างว่าจำเลยเลิกจ้างไปตามผลการสอบสวนของคณะอนุกรรมการของจำเลย มิได้กลั่นแกล้งโจทก์นั้น ก็ปรากฏตามคำวินิจฉัยของศาลแรงงานกลางว่าไม่เชื่อว่าการสอบสวนของคณะอนุกรรมการจะถูกต้องข้ออ้างที่ไม่ได้บันทึกปากคำพยานไว้เพราะกลัวพยานจะหนักใจ เป็นข้ออ้างที่ขาดเหตุผลเห็นได้ว่าการสอบสวนส่อไปทางไม่ถูกต้อง จำเลยจะอ้างเอาเป็นเหตุแห่งการเลิกจ้างโดยไม่ถือว่าเป็นการกลั่นแกล้งไม่ได้ เมื่อจำเลยเลิกจ้างโดยโจทก์มิได้กระทำความผิดจึงเป็นการเลิกจ้างที่ไม่มีเหตุอันสมควร ถือเป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม ส่วนเงินสมทบนั้นในกรณีที่พนักงานถูกให้ออกหรือเลิกจ้าง ตามระเบียบของจำเลยจะไม่จ่ายให้ โจทก์จึงไม่มีสิทธิได้รับ
พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยไม่ต้องจ่ายเงินสมทบพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลแรงงานกลาง
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2729/2529
นางจันทร์เพ็ญ อยู่นุช โจทก์
ร้านสหกรณ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จำกัด จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางจันทร์เพ็ญ อยู่นุช · จำเลย - ร้านสหกรณ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จำกัด |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สุรัตน์ ศรีอนุพันธุ์ · สมบูรณ์ บุญภินนท์ · จำนง นิยมวิภาต |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแรงงานกลาง - นายปรีชา บุญญานันท์ · ศาลอุทธรณ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา