⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2868/2529

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2868/2529

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ศาลพิพากษาตามยอมให้ที่ดินตกเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์ โจทก์ย่อมมีสิทธิเพียงที่จะบังคับให้จดทะเบียนสิทธิได้ก่อนตามกฎหมาย หาได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินนั้นทันทีไม่

ย่อคำพิพากษา

โจทก์กับจำเลยที่ 1 ที่ 2 ทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันให้ที่ดินพิพาทตกเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์ และศาลพิพากษาให้คดีเป็นอันเสร็จเด็ดขาดไปตามนั้น ดังนี้ โจทก์ได้แต่สิทธิตามคำพิพากษาที่จะบังคับให้จดทะเบียนสิทธิได้ก่อนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1300 หาได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1299 วรรคสองไม่ โจทก์จึงไม่มีสิทธิติดตามเอาคืนโฉนดสำหรับที่ดินดังกล่าวจากจำเลยที่ 3 ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1336

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.138 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1299 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1300 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1336

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์กับจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ตกลงประนีประนอมยอมความกันยอมให้ใส่ชื่อโจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์รวมในที่ดินพิพาท ศาลพิพากษาตามยอม จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ กู้เงินจำเลยที่ ๓ และให้จำเลยที่ ๓ ยึดโฉนดที่ดินพิพาทไว้ โจทก์บอกกล่าวให้จำเลยทั้งสามส่งมอบโฉนดดังกล่าว แต่จำเลยเพิกเฉย ขอให้ศาลบังคับจำเลยทั้งสามส่งมอบโฉนดให้โจทก์ จำเลยทั้งสามขาดนัดยื่นคำให้การ จำเลยที่ ๓ ขาดนัดพิจารณา ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ส่งมอบโฉนดให้กับโจทก์ให้ยกฟ้องสำหรับจำเลยที่ ๓ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงได้ความว่า เดิมโจทก์และจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันให้ที่ดินพิพาทเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์ร่วมกับบุคคลอื่น ศาลได้พิพากษาให้คดีเป็นอันเสร็จเด็ดขาดไปตามสัญญาประนีประนอมยอมความดังกล่าวนั้นแล้ว ดังนี้ โจทก์ได้แต่สิทธิตามคำพิพากษาที่จะบังคับให้จดทะเบียนได้ก่อน ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๓๐๐ โจทก์หาได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๒๙๙ วรรคสองไม่ เมื่อโจทก์มิได้เป็นเจ้าของที่ดินโฉนดดังกล่าว โจทก์ก็ไม่มีสิทธิติดตามเอาคืนโฉนดสำหรับที่ดินดังกล่าวตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๓๓๖ ดังที่โจทก์ฎีกา พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2868/2529 นางสาวพรรณราย เวียนวงศ์ โจทก์ นางแฝงทอง กุลอาจยุทธ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางสาวพรรณราย เวียนวงศ์ · จำเลย - นางแฝงทอง กุลอาจยุทธ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พลจิตต์ ดียืน · ประการ กาญจนศูนย์ · ประพันธ์ ผลฉาย
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดเพชรบุรี - นายปราโมทย์ พิพัทธ์ปราโมทย์ · ศาลอุทธรณ์ - นายวีระชัย สูตรสุวรรณ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 681/2506ฎีกา 2439/2531ฎีกา 9815/2555ฎีกา 3996/2541ฎีกา 8688/2551ฎีกา 8777/2548ฎีกา 2834/2527ฎีกา 1968/2533ฎีกา 7466/2538ฎีกา 8875/2542ฎีกา 1889/2511ฎีกา 8680/2551ฎีกา 967/2491ฎีกา 861/2540ฎีกา 863/2524ฎีกา 1170/2505ฎีกา 8364/2544ฎีกา 1593/2524ฎีกา 4470/2543ฎีกา 713/2512ฎีกา 1194/2527ฎีกา 3024/2528ฎีกา 2224/2528ฎีกา 4832/2536
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา