คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3082/2529
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
หากพยานหลักฐานโจทก์มีข้อสงสัยตามสมควรว่าจำเลยทั้งสองเป็นคนร้าย ศาลฎีกามีอำนาจพิพากษาให้เป็นผลดีแก่จำเลยที่ 2 แม้จำเลยที่ 2 จะมิได้อุทธรณ์หรือฎีกาก็ตาม
ย่อคำพิพากษา
พยานโจทก์มีเหตุที่สงสัยไม่น่าเชื่อว่าจำเลยทั้งสองจะเป็นคนร้ายชิงทรัพย์ เป็นเหตุในลักษณะคดี แม้จำเลยที่ 2 มิได้อุทธรณ์ฎีกาก็ตามศาลฎีกาก็พิพากษาให้มีผลถึงจำเลยที่ 2 ด้วย
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๓, ๓๓๙ และ ๓๔๐ ตรี ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันคืนหรือใช้ราคานาฬิกาข้อมือ สร้อยคอทองคำ กระเป๋าพร้อมเงินสดให้แก่ผู้เสียหายทั้งสอง
จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๙ วรรคสองและวรรคสาม ประกอบมาตรา ๘๓ จำเลยที่ ๑ มีความผิดตามมาตรา ๓๔๐ ตรีอีกด้วย ให้ลงโทษจำคุกจำเลยที่ ๑ กำหนด ๑๘ ปี จำคุกจำเลยที่ ๒ กำหนด ๑๒ ปี ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ ๖,๖๕๐ บาทแก่ผู้เสียหายทั้งสอง
จำเลยที่ ๑ อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยที่ ๑ ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า พยานโจทก์ยังมีเหตุที่สงสัยไม่น่าเชื่อว่าจำเลยทั้งสองจะเป็นคนร้ายชิงทรัพย์ผู้เสียหายทั้งสองจริง ฎีกาของจำเลยที่ ๑ ฟังขึ้น
อนึ่ง ศาลฎีกาเห็นว่าเมื่อไม่น่าเชื่อว่าจำเลยทั้งสองเป็นคนร้ายแล้ว จึงเป็นเหตุในลักษณะคดีให้มีผลถึงจำเลยที่ ๒ ซึ่งไม่อุทธรณ์ด้วย
พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ทั้งหมด ปล่อยจำเลยทั้งสอง
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3082/2529
พนักงานอัยการประจำศาลจังหวัดตะกั่วป่า โจทก์
นายวิโชค ลิ่มเจริญ กับพวก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการประจำศาลจังหวัดตะกั่วป่า · จำเลย - นายวิโชค ลิ่มเจริญ กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สุชาติ จิวะชาติ · เสรี แสงศิลป์ · อำนวย เปล่งวิทยา |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดตะกั่วป่า - นายประเสริฐ โกวิทยา · ศาลอุทธรณ์ - นายบุญศรี กอบบุญ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา