คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3468/2529
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การอุทธรณ์ที่มุ่งประสงค์ให้ศาลรับฟังข้อเท็จจริงแตกต่างจากที่ปรากฏจากพยานหลักฐานในสำนวน ถือเป็นการอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง มิใช่อุทธรณ์ในปัญหาข้อกฎหมาย
ย่อคำพิพากษา
ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า โจทก์ร่วมมิได้เข้าเกี่ยวข้องกับการรับซื้อข้าวเปลือกจากเกษตรกรร่วมกับองค์การตลาดเพื่อการเกษตร แต่องค์การตลาดเพื่อการเกษตรเป็นผู้ซื้อข้าวเปลือกและชำระราคาเอง โจทก์ร่วมจึงไม่ใช่เจ้าของกรรมสิทธิ์ในข้าวเปลือกที่รับซื้อ โจทก์ร่วมอุทธรณ์โดยอ้างเป็นข้อกฎหมายว่าตามคำฟ้องมิได้เกี่ยวข้องกับองค์การตลาดเพื่อการเกษตรและพยานโจทก์ก็เบิกความว่าจำเลยเอาข้าวเปลือกของโจทก์ร่วมไปขายแล้วยักยอกเอาเงินที่ขายได้ไป ศาลจึงไม่จำต้องวินิจฉัยว่าโจทก์ร่วมได้เข้าร่วมกับองค์การตลาดเพื่อการเกษตรรับซื้อข้าวเปลือกหรือไม่ ดังนี้ อุทธรณ์ของโจทก์ร่วมเป็นการมุ่งประสงค์ที่จะไม่ให้ศาลชั้นต้นรับฟังข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏจากพยานหลักฐานในสำนวนเพื่อที่จะให้ศาลฟังว่าโจทก์ร่วมมีกรรมสิทธิ์ในข้าวเปลือกพิพาทอันเป็นการโต้เถียงดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐาน จึงเป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงมิใช่ข้อกฎหมาย
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเบียดบังยักยอกข้าวเปลือกจำนวน ๒๔๔ เกวียน ของบริษัท วี.วี.เอส.การข้าว จำกัด ไปโดยทุจริต ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๕๒
จำเลยให้การปฏิเสธ
ระหว่างพิจารณา บริษัท วี.วี.เอส. การข้าว จำกัด ขอเข้าเป็นโจทก์ร่วมศาลอนุญาต
ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าโจทก์ร่วมมิใช่เจ้าของกรรมสิทธิ์ในข้าวเปลือกพิพาท จึงไม่ใช่ผู้เสียหาย ไม่มีอำนาจฟ้อง ให้ยกฟ้อง
โจทก์ร่วมอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าเป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงให้ยกอุทธรณ์
โจทก์ร่วมฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ในชั้นอุทธรณ์โจทก์ร่วมอุทธรณ์ว่า ตามคำฟ้องมิได้เกี่ยวข้องกับองค์การตลาดเพื่อการเกษตรและพยานโจทก์ก็เบิกความว่าจำเลยเอาข้าวเปลือกของโจทก์ร่วมไปขายแล้วยักยอกเอาเงินที่ขายได้ไป ศาลจึงไม่จำต้องวินิจฉัยว่าโจทก์ร่วมได้เข้าร่วมกับองค์การตลาดเพื่อการเกษตรรับซื้อข้าวเปลือกหรือไม่ เห็นว่า ศาลชั้นต้นวินิจฉัยข้อเท็จจริงจากพยานหลักฐานในสำนวน แล้วเห็นว่าโจทก์ร่วมมิได้เข้าเกี่ยวข้องกับการรับซื้อข้าวเปลือกจากเกษตรกรร่วมกับองค์การตลาดเพื่อการเกษตร แต่องค์การตลาดเพื่อการเกษตรเป็นผู้ซื้อข้าวเปลือกและชำระราคาเอง โจทก์ร่วมจึงมิใช่เจ้าของกรรมสิทธิ์ในข้าวเปลือกที่รับซื้อ ดังนั้น อุทธรณ์ของโจทก์ร่วมที่อ้างว่าเป็นปัญหาข้อกฎหมายจึงเป็นการมุ่งประสงค์ที่จะไม่ให้ศาลชั้นต้นรับฟังข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏจากพยานหลักฐานในสำนวนเพื่อที่จะให้ศาลฟังว่าโจทก์ร่วมมีกรรมสิทธิ์ในข้าวเปลือกพิพาทอันเป็นการโต้เถียงดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาล จึงเป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงมิใช่ข้อกฎหมาย
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3468/2529
พนักงานอัยการจังหวัดเพชรบูรณ์ โจทก์
บริษัทวี.วี. เอส. การข้าว จำกัด โจทก์ร่วม
นายสง่า เทพคุ้มกัน จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดเพชรบูรณ์ · โจทก์ร่วม - บริษัทวี.วี. เอส. การข้าว จำกัด · จำเลย - นายสง่า เทพคุ้มกัน |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ดำริ ศุภพิโรจน์ · อำนวย อินทุภูติ · สมศักดิ์ เกิดลาภผล |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดเพชรบูรณ์ - นายประสิทธิ์ เจริญถาวรโภคา · ศาลอุทธรณ์ - นายวินัย กันนะ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา