⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3485/2529

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3485/2529

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่จำเลยได้ตรวจสอบเอกสารสำคัญของรถยนต์และผู้ขอแลกเปลี่ยนแล้ว หากไม่ปรากฏพิรุธหรือเหตุอันควรสงสัยว่าผู้ขอแลกไม่ใช่เจ้าของรถ ถือว่าจำเลยได้ใช้ความระมัดระวังตามสมควรแล้ว แม้จะไม่ได้ตรวจสอบเอกสารเพิ่มเติม ก็ไม่ถือว่าเป็นการประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง

ย่อคำพิพากษา

ก่อนนำนิติกรรมแลกเปลี่ยนรถยนต์ จำเลยได้ตรวจสอบหลักฐานรถยนต์ที่มีผู้นำมาขอแลกว่า หมายเลขเครื่องในตัวถังรถยนต์ตรงกับในทะเบียนรถยนต์ และรูปถ่ายในบัตรประจำตัวประชาชนที่ผู้ขอแลกนำมาแสดงก็ตรงกับผู้ขอแลกซึ่งอ้างว่าเป็นเจ้าของรถไม่ปรากฏว่าทะเบียนรถมีพิรุธว่าเป็นของปลอม หรือมีเหตุอันควรสงสัยว่าผู้ขอแลกไม่ใช่เจ้าของรถ แม้จำเลยจะไม่ได้ตรวจสอบหลักฐานทางทะเบียนยังกองทะเบียน กรมตำรวจ ก็ถือไม่ได้ว่าจำเลยทำนิติกรรมแลกเปลี่ยนรถยนต์โดยสำคัญผิด้วยความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง ไม่ต้องห้ามในอันที่จะยกเอาความไม่สมบูรณ์หรือโมฆะกรรมนั้นมาใช้ประโยชน์แก่ตน จำเลยย่อมมีสิทธิอายัดรถยนต์พิพาทหรือทะเบียนรถยนต์พิพาทได้ เป็นการใช้สิทธิโดยสุจริต จำเลยไม่ต้องรับผิดในการขออายัดดังกล่าว

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.5 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.119 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.420 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.421

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์และจำเลยมีอาชีพรับซื้อและขายรถยนต์ เมื่อวันที่ ๘ เมษายน ๒๕๒๔ โจทก์ซื้อรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า โคโรน่า สีฟ้าหมายเลขทะเบียน ๑ ง.๓๕๖๓ ไว้จากผู้มีชื่อ ต่อมาวันที่ ๑๐ เมษายน ๒๕๒๔ จำเลยแจ้งความต่อเจ้าหนักงานตำรวจกล่าวหาโจทก์รับซื้อรถยนต์ไว้โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ขออายัดทะเบียนรถ พนักงานสอบสวนอายัดรถของโจทก์ไว้จนบัดนี้ การกระทำของจำเลยเป็นการละเมิดต่อโจทก์ เป็นเหตุให้โจทก์ขาดกำไรจากการขายรถเป็นเงิน ๔๐,๐๐๐ บาท เสียค่าจอดรถวันละ ๑๐๐ บาท จำนวน ๓๖๕ วัน เป็นเงิน ๓๖,๕๐๐ บาท รถเสื่อมราคาเป็นเงิน ๒๐,๐๐๐ บาท โจทก์กู้เงินมาซื้อรถเป็นเวลา ๑ ปี เสียดอกเบี้ย ๑๖,๘๗๕ บาท รวมเสียหาย ๑๑๓,๓๗๕ บาท ขอให้บังคับให้จำเลยชำระเงินจำนวนดังกล่าวพร้อมดอกเบี้ย และให้จำเลยถอนอายัดทางทะเบียน จำเลยให้การว่า เดิมรถยนต์พิพาทเป็นของนายป้อม นายป้อมขายให้จำเลย จำเลยรับมอบรถยนต์และหลักฐานทางทะเบียนพร้อมด้วยใบโอนไว้ แต่ยังมิได้โอนใส่ชื่อจำเลย เพราะจะรอไว้โอนทะเบียนใส่ชื่อลูกค้าที่จะมาซื้อต่อจากจำเลยภายหลัง อันเป็นวิธีปฏิบัติทั่วไปในวงการค้ารถยนต์ต่อมาวันที่ ๗ เมษายน ๒๕๒๔ ผู้อ้างว่าเป็นนายอธิคม นำรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า โคโรน่า หมายเลขทะเบียน ๒ง ๕๒๑๕ มาแลกเปลี่ยนกับรถยนต์คันพิพาท ภายหลังจำเลยไปตรวจสอบทะเบียนรถยนต์ของผู้อ้างว่าเป็นนายอธิคม ปรากฏว่า เป็นทะเบียนปลอม ตรวจสอบบัตรประชาชนก็พบนายอธิคมตัวจริงเป็นคนละคนกับผู้ที่นำรถยนต์ไปแลกกับจำเลย และรถยนต์คันนั้นก็เป็นของบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ทิสโก้ จำกัด จำเลยจึงรู้ว่าถูกฉ้อโกง และได้แจ้งความต่อพนักงานสอบสวน โจทก์ซื้อรถยนต์พิพาท จากผู้ที่ได้รถยนต์มาโดยการฉ้อโกงจำเลย ผู้นั้นไม่ใช่เจ้าของที่แท้จริง โจทก์ย่อมไม่ได้กรรมสิทธิ์ในรถยนต์พิพาท จำเลยขออายัดการโอนทะเบียนรถยนต์พิพาทเป็นการใช้สิทธิโดยสุจริต ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้จำเลยชำระเงินจำนวน ๗๑,๖๗๘.๕๐ บาท แก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ย และให้จำเลยถอนอายัดทะเบียนรถยนต์พิพาท หากไม่ถอนให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลย จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมาย ว่าที่จำเลยฎีกาว่า นิติกรรมแลกเปลี่ยนรถยนต์พิพาทจำเลยทำด้วยความระมัดระวัง ตามสมควรแล้ว มิได้กระทำความด้วยประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง จำเลยไม่ต้องรับผิดนั้น เมื่อฟังได้ว่า นิติกรรมแลกเปลี่ยนรถยนต์พิพาทตกเป็นโมฆะ เพราะทำด้วยสำคัญผิดในสาระสำคัญแห่งนิติกรรมแล้ว เห็นว่าก่อนตกลงแลกเปลี่ยน จำเลยได้ตรวจดูเลขเครื่องในตัวถังรถยนต์ที่นายอธิคมนำมาแลกเปลี่ยนแล้วปรากฏว่าตรงกับในทะเบียนรถ รูปถ่าย ในบัตรประชาชนที่นำมาแสดงก็เหมือนกับผู้อ้างว่าเป็นนายอธิคมเจ้าของรถ ข้อเท็จจริงไม่ปรากฏว่าใบทะเบียนรถที่นำมาขอแลกเปลี่ยนมีพิรุธว่าเป็นของปลอม หรือมีเหตุอันควรสงสัยว่าผู้ที่นำรถมาแลกเปลี่ยนนั้นไม่ใช่เจ้าของรถ แม้จำเลยทำนิติกรรมแลกเปลี่ยนรถยนต์พิพาทโดยมิได้ขอตรวจสอบหลักฐานรถยนต์กันหมายเลขทะเบียน ๒ ง.๕๒๑๕ มาที่กองทะเบียนกรมตำรวจก่อน ก็ฟังไม่ได้ว่าเป็นการกระทำด้วยความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง จำเลยจึงไม่ต้องห้ามในอันที่จะยกเอาความไม่สมบูรณ์หรือโมฆะกรรมนั้น มาใช้เป็นประโยชน์แก่ตน จำเลยย่อมมีสิทธิในการอายัดรถยนต์พิพาทหรือทะเบียนรถยนต์พิพาทได้ เป็นการใช้สิทธิโดยสุจริต จำเลยไม่ต้องรับผิดชอบในการขออายัดดังกล่าว พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3485/2529 นายรพินทร์ กุการยา โจทก์ นายสมุจย์ ชิตานารักษ์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายรพินทร์ กุการยา · จำเลย - นายสมุจย์ ชิตานารักษ์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อุทิศ บุญชู · จำนง นิยมวิภาต · สวัสดิ์ รอดเจริญ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายสมปอง เสนเนียม · ศาลอุทธรณ์ - นายสมศักดิ์ เกิดลาภผล
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4976/2536ฎีกา 681/2506ฎีกา 4715/2542ฎีกา 22/2511ฎีกา 1739/1739ฎีกา 4513/2533ฎีกา 3651/2526ฎีกา 2409/2551ฎีกา 2834/2527ฎีกา 246/2530ฎีกา 8203/2538ฎีกา 1538/2518ฎีกา 149/2526ฎีกา 1124/2479ฎีกา 7335/2538ฎีกา 3452/2537ฎีกา 861/2540ฎีกา 1145/2512ฎีกา 898/2534ฎีกา 307/2513ฎีกา 1660/2518ฎีกา 560/2529ฎีกา 311/2538ฎีกา 713/2512
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา