⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3535/2529

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3535/2529

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การวินิจฉัยว่าข้าราชการกระทำผิดวินัยและสั่งลงโทษ เป็นอำนาจของฝ่ายบริหารโดยเฉพาะ ศาลไม่มีอำนาจวินิจฉัยชี้ขาดว่าข้าราชการผู้นั้นมีความผิดวินัยหรือไม่ หากผู้บังคับบัญชาได้ปฏิบัติตามขั้นตอนของกฎหมายและใช้ความระมัดระวังตามสมควรแล้ว ไม่ถือเป็นการละเมิดต่อข้าราชการผู้นั้น

ย่อคำพิพากษา

การที่จำเลยพิจารณาแล้วเชื่อว่าโจทก์กระทำผิดทางวินัยตามความเห็นของคณะกรรมการสอบสวน และมีคำสั่งลงโทษโจทก์ เป็นการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2518 มาตรา 84 กรณีหาได้เป็นการฝ่าฝืนต่อบทบัญญัติ มาตราดังกล่าวไม่ และการที่จะวินิจฉัยว่าโจทก์มีความผิดทางวินัยหรือไม่นั้น เป็นอำนาจและหน้าที่ที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน ซึ่งเป็นการใช้อำนาจของราชการฝ่ายบริหารโดยเฉพาะ เมื่อจำเลยซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาของโจทก์วินิจฉัยว่าโจทก์มีความผิดใช้ดุลพินิจสั่งลงโทษโจทก์ไปตามความเหมาะสมกับสภาพความผิดเท่าที่อยู่ในอำนาจของจำเลยโดยชอบอย่างไรแล้ว ศาลไม่มีอำนาจจะเข้าไปชี้ขาดว่าโจทก์มีความผิดทางวินัยหรือไม่อีก ข้อเท็จจริงปรากฏว่า จำเลยได้ปฏิบัติตามขั้นตอนของกฎหมายและได้ใช้ความระมัดระวังตามสมควร ไม่ปรากฏว่าจำเลยจงใจกลั่นแกล้งโจทก์จึงไม่เป็นการละเมิดต่อโจทก์

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.420 พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2485 ม.84 พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ.2518 ม.84 พระราชบัญญัติวิธีดำเนินการคุมความประพฤติตามประมวลกฎหมายอาญา พ.ศ.2522 ม.84

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนโจทก์และมีคำสั่งลงโทษโจทก์ฐานผิดวินัย เป็นการกลั่นแกล้งโจทก์ ความจริงโจทก์มิได้กระทำผิดวินัย ทำให้โจทก์เสียหาย ขอให้บังคับจำเลยใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ย จำเลยให้การว่า จำเลยเป็นผู้บังคับบัญชาโจทก์มีอำนาจสั่งตั้งกรรมการสอบสวนได้ตามกฎหมายที่ให้อำนาจไว้ จำเลยมิได้สั่งการโดยจงใจกลั่นแกล้งโจทก์ หรือสั่งการโดยประมาทเลินเล่อ คำสั่งของจำเลยที่สั่งลงโทษตัดเงินเดือนโจทก์ชอบด้วยข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายที่ให้อำนาจไว้ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ววินิจฉัยว่า จำเลยเป็นผู้บังคับบัญชาของโจทก์ มีอำนาจสั่งลงโทษโจทก์เมื่อกระทำผิดวินัยได้ ที่จำเลยมีคำสั่งลงโทษโจทก์ฐานผิดวินัยนั้น เป็นการใช้อำนาจฝ่ายบริหาร ใช้ดุลพินิจลงโทษโจทก์ตามที่เห็นสมควรตามกฎหมายที่ให้อำนาจไว้ การกระทำของจำเลยจะเป็นละเมิดต่อโจทก์จะต้องเป็นการกระทำโดยผิดกฎหมายและไม่มีอำนาจกระทำได้ดังนั้น โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายให้แก่โจทก์ นอกจากนี้การที่จำเลยมีคำสั่งลงโทษโจทก์ตามที่คณะกรรมการสอบสวนมีความเห็นควรลงโทษโจทก์ฐานปฏิบัติหน้าที่บกพร่องเท่ากับจำเลยไม่มีเจตนากลั่นแกล้งหรือประมาทเลินเล่อ โจทก์สืบไม่สมฟ้อง ไม่จำเป็นต้องวินิจฉัยประเด็นข้ออื่น (พิพากษายกฟ้อง) โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า โจทก์มิได้ฟ้องขอให้เพิกถอนหรือเปลี่ยนแปลงคำสั่งของจำเลยที่สั่งลงโทษโจทก์ทางวินัย ซึ่งเป็นอำนาจของฝ่ายบริหารโดยเฉพาะ แต่โจทก์ฟ้องว่าคำสั่งของจำเลยที่สั่งลงโทษโจทก์ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เป็นการละเมิดต่อโจทก์ ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย โจทก์ชอบที่จะฟ้องเรียกค่าเสียหายจากจำเลยได้ ส่วนประเด็นเรื่องละเมิดนั้นไม่ปรากฏว่าจำเลยจงใจกลั่นแกล้งโจทก์หรือกระทำโดยประมาทเลินเล่อแต่อย่างใด จำเลยปฏิบัติตามขั้นตอนแห่งกฎหมายและใช้ความระมัดระวังตามสมควรแล้ว การกระทำของจำเลยไม่เป็นการละเมิดต่อโจทก์ จำเลยไม่ต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายให้แก่โจทก์ตามฟ้อง ไม่จำเป็นต้องวินิจฉัยอุทธรณ์ของโจทก์ข้ออื่นต่อไป พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า องค์การค้าของคุรุสภามีหนังสือทวงหนี้ค่าหนังสือที่คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากรสั่งซื้อ จำเลยซึ่งเป็นอธิการบดีให้รองอธิการบดีตรวจสอบว่ามีหนี้สินอยู่จริงหรือไม่และให้เสนอความเห็นต่อจำเลย รองอธิการบดีรายงานว่าโจทก์ได้ดำเนินการจัดซื้อและรับหนังสือไว้โดยมิได้ดำเนินการเบิกจ่ายให้เจ้าหนี้ตามระเบียบราชการ และหนังสือที่ได้รับมาบางส่วนขาดหายไปจากบัญชี โจทก์ควรเป็นผู้รับผิดชอบ และเห็นควรตั้งกรรมการสอบสวนทางวินัย จำเลยจึงมีคำสั่งตั้งกรรมการสอบสวนทางวินัยโจทก์ คณะกรรมการสอบสวนเสนอความเห็นว่า โจทก์ผิดวินัย เห็นสมควรลงโทษทางวินัย ชั้นภาคทัณฑ์ จำเลยตรวจสอบมาตรฐานการลงโทษจากสำนักงานข้าราชการพลเรือนแล้ว สั่งลงโทษตัดเงินเดือน ๑๐ เปอร์เซ็นต์เป็นเวลา ๒ เดือน แล้ววินิจฉัยข้อกฎหมายว่า การที่จำเลยพิจารณาแล้วเชื่อว่าโจทก์กระทำผิดทางวินัยตามความเห็นของคณะกรรมการสอบสวน และมีคำสั่งลงโทษโจทก์เป็นการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. ๒๕๑๘ มาตรา ๘๔ กรณีหาได้เป็นการฝ่าฝืนบทบัญญัติมาตราดังกล่าวไม่ และการที่จะวินิจฉัยว่าโจทก์มีความผิดทางวินัยหรือไม่นั้น เป็นอำนาจและหน้าที่ที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน ซึ่งเป็นการใช้อำนาจของราชการฝ่ายบริหารโดยเฉพาะ เมื่อจำเลยเป็นผู้บังคับบัญชาของโจทก์วินิจฉัยว่าโจทก์มีความผิด ใช้ดุลพินิจสั่งลงโทษโจทก์ไปตามความเหมาะสมกับสภาพความผิดเท่าที่อยู่ในอำนาจของจำเลยโดยชอบอย่างไรแล้ว ศาลไม่มีอำนาจจะเข้าไปชี้ขาดว่าโจทก์มีความผิดทางวินัยหรือไม่อีก ข้อเท็จจริงปรากฏว่าจำเลยได้ปฏิบัติตามขั้นตอนของกฎหมาย และได้ใช้ความระมัดระวังตามสมควร ไม่ปรากฏว่าจำเลยจงใจกลั่นแกล้งโจทก์แต่อย่างใด จึงไม่เป็นการละเมิดต่อโจทก์ ฯลฯ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3535/2529 นางละม่อม โอชกะ โจทก์ นายอดุล วิเชียรเจริญ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางละม่อม โอชกะ · จำเลย - นายอดุล วิเชียรเจริญ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ไพจิตร วิเศษโกสิน · อาจ ปัญญาดิลก · ดำรง สายเชื้อ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายสง่า ผลฉาย · ศาลอุทธรณ์ - นายเสงี่ยม ทวีชัยการ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4976/2536ฎีกา 681/2506ฎีกา 4715/2542ฎีกา 22/2511ฎีกา 4513/2533ฎีกา 3651/2526ฎีกา 2834/2527ฎีกา 246/2530ฎีกา 8203/2538ฎีกา 1538/2518ฎีกา 149/2526ฎีกา 1124/2479ฎีกา 7335/2538ฎีกา 3452/2537ฎีกา 861/2540ฎีกา 1145/2512ฎีกา 898/2534ฎีกา 307/2513ฎีกา 1660/2518ฎีกา 560/2529ฎีกา 311/2538ฎีกา 713/2512ฎีกา 265/2534ฎีกา 246/2522
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา