⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3553/2529

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3553/2529

ป.อาญา ม.90, 371

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ลูกระเบิดที่ถูกทำลายชนวนและนำวัตถุระเบิดออกจนไม่สามารถทำการระเบิดได้ ไม่ถือเป็นวัตถุระเบิดและเครื่องกระสุนปืนตามกฎหมาย.

ย่อคำพิพากษา

ลูกระเบิดของกลางอยู่ในสภาพที่ใช้ทำการระเบิดไม่ได้เพราะชนวนถูกทำลายและวัตถุระเบิด ที.เอ็น.ที.ที่บรรจุอยู่ภายในถูกสำรอกออกหมดแล้วทั้งตัวเปลือกลูกระเบิดของกลางถูกตัดออกเป็นช่องสี่เหลี่ยม ดังนั้น ลูกระเบิดของกลางจึงไม่เป็นวัตถุระเบิด เมื่อลูกระเบิดของกลางไม่เป็นวัตถุระเบิดเสียแล้วย่อมไม่เป็นเครื่องกระสุนปืนด้วย. ศาลอุทธรณ์พิพากษาข้อหาพาอาวุธปืนว่าจำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน ฯ พ.ศ. 2490 มาตรา 8 ทวิ และ 72 ทวิ และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 371 ซึ่งการกระทำของจำเลยในข้อหานี้เป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบทโดยมิได้ใช้กฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดลงโทษแก่จำเลยนั้นไม่ถูกต้อง ศาลฎีกาพิพากษาแก้ให้ถูกต้องได้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.195 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.225 ประมวลกฎหมายอาญา ม.90 ประมวลกฎหมายอาญา ม.371 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 ม.4

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.195 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.225 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.90 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.371 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกระทำความผิดต่อกฎหมายหลายกรรมต่างกัน ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญาที่แก้ไขแล้ว มาตรา ๓๓๙, ๓๔๐ ตรีและ ๓๗๑ พระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ พ.ศ. ๒๔๙๐ ที่แก้ไขแล้ว มาตรา ๔(๒),๗, ๘ ทวิ, ๕๕, ๗๒, ๗๒ ทวิ และ ๗๘ ให้จำเลยคืนหรือใช้เงินจำนวน ๖๐ บาท ให้แก่ผู้เสียหายริบอาวุธปืนและลูกระเบิดมือของกลาง จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๗๑ และ ๓๙๑ ฐานมีอาวุธปืนและวัตถุระเบิดไว้ในความครอบครองโดยมิได้รับอนุญาตตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน ฯ พ.ศ. ๒๔๙๐ มาตรา ๔(๒), ๗, ๘ ทวิ, ๕๕, ๗๒, ๗๒ ทวิ และ ๗๘ อันเป็นความผิดกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษบทหนักที่สุดตามมาตรา ๕๕ และ ๗๘ จำคุกฐานมีวัตถุระเบิด ๖ ปี ฐานพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้านซึ่งเป็นกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษบทหนักที่สุดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน ฯ พ.ศ. ๒๔๙๐ มาตรา ๘ ทวิ ให้จำคุก ๒ ปี ปรับตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๙๑ จำนวน ๑๕๐ บาท รวมเป็นโทษจำคุก ๘ ปี และปรับ ๑๕๐ บาท จำเลยให้การรับสารภาพชั้นสอบสวน ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ คงจำคุกไว้ ๕ ปี ๔ เดือน และปรับ ๑๐๐ บาท ริบอาวุธปืนและลูกระเบิดมือของกลาง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิจารณาแล้วพิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดฐานทำร้ายร่างกายตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๙๑ ปรับ ๑๕๐ บาท ฐานมีอาวุธปืนตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน ฯ พ.ศ. ๒๔๙๐ มาตรา ๗ และ ๗๒ จำคุก ๑ ปี ฐานพาอาวุธปืนตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน ฯ พ.ศ. ๒๔๙๐ มาตรา ๘ทวิและ ๗๒ ทวิ และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๗๑ จำคุก ๑ ปี รวมโทษจำคุก ๒ ปี และปรับ ๑๕๐ บาท จำเลยให้การรับสารภาพชั้นสอบสวน ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ คงจำคุก ๑ ปี ๔ เดือน และปรับ ๑๐๐ บาท ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙ และ ๓๐ นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่โจทก์ฎีกาว่า ลูกระเบิดของกลางเป็นเครื่องกระสุนปืนนั้นเห็นว่า ลูกระเบิดของกลางอยู่ในสภาพที่ใช้ทำการระเบิดไม่ได้เพราะขบวนถูกทำลายและวัตถุระเบิดที.เอ็ม.ที.ที่บรรจุอยู่ภายในถูกสำรอกออกหมดแล้วและตัวเปลือกลูกระเบิดของกลางถูกตัดออกเป็นช่องสี่เหลี่ยม ลูกระเบิดของกลางไม่เป็นวัตถุระเบิด ทั้งโจทก์ก็มิได้นำสืบให้เห็นหรือมีพฤติการณ์แวดล้อมว่าจำเลยจะใช้ลูกระเบิดของกลางทำเป็นวัตถุระเบิดอีกโดยทำการเปลี่ยนชนวนที่ใช้การได้ใหม่ นำวัตถุระเบิด ที.เอ็น.ที. มาประจุไว้ให้เต็มและใช้โลหะมาเชื่อมปิดช่องสี่เหลี่ยมนั้นเพื่อจะให้เกิดระเบิดแล้วจะมีอำนาจทำลายสังหารชีวิตมนุษย์ สัตว์ และทรัพย์สินได้แต่ประการใดดังนี้ศาลฎีกาจึงเห็นว่าเมื่อลูกระเบิดของกลางไม่เป็นวัตถุระเบิดเสียแล้ว ย่อมไม่เป็นเครื่องกระสุนปืนด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น แต่ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ข้อหาพาอาวุธปืนเป็นว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิงและสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. ๒๔๙๐ มาตรา ๘ ทวิ และ ๗๒ ทวิ และประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๗๑ โดยมิได้ใช้กฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดลงโทษแก่จำเลยนั้นไม่ถูกต้องศาลฎีกาจึงแก้เสียให้ถูกต้องตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๐ เพราะการกระทำของจำเลยในข้อหานี้อันเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท พิพากษาแก้เป็นว่า สำหรับข้อหาความผิดฐานพาอาวุธปืนให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิดดอกไม้เพลิงและสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. ๒๔๙๐ มาตรา ๘ ทวิ วรรคหนึ่ง และ ๗๒ ทวิวรรคสองซึ่งเป็นกฎหมายที่มีโทษหนักที่สุด ลูกระเบิดมือของกลางไม่ริบ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3553/2529 พนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์ นายสมนึก หรืออ่วม อยู่สงบ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ · จำเลย - นายสมนึก หรืออ่วม อยู่สงบ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุชาติ จิวะชาติ · เสรี แสงศิลป์ · อำนวย เปล่งวิทยา
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลอาญา - นายยงยุทธ ธารีสาร · ศาลอุทธรณ์ - นายไมตรี กลั่นนุกรักษ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6205/2541ฎีกา 1089/2559ฎีกา 2530/2527ฎีกา 7651/2552ฎีกา 2147/2521ฎีกา 712/2559ฎีกา 5305/2539ฎีกา 7988/2551ฎีกา 1715/2545ฎีกา 917/2564ฎีกา 1795/2493ฎีกา 6355/2544ฎีกา 664/2520ฎีกา 4225/2559ฎีกา 1666/2521ฎีกา 2813/2566ฎีกา 11720/2555ฎีกา 4519/2544ฎีกา 960/2559ฎีกา 11/2539ฎีกา 635/2485ฎีกา 6344/2551ฎีกา 893/2563ฎีกา 34/2521
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา