คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3557/2529
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การบรรยายฟ้องที่ระบุพฤติการณ์แห่งการกระทำความผิดและข้อเท็จจริงที่เกี่ยวกับความผิดนั้นๆ อย่างครบถ้วน ย่อมทำให้จำเลยเข้าใจข้อหาได้ดีและต่อสู้คดีได้โดยไม่หลงประเด็น ไม่ถือเป็นฟ้องเคลือบคลุม
ย่อคำพิพากษา
โจทก์บรรยายฟ้องถึงพฤติการณ์ตั้งแต่ก่อนเกิดเหตุจนถึงขณะเกิดเหตุและหลังเกิดเหตุ และกล่าวหาว่าจำเลยทั้งสองก่อให้ผู้อื่นกระทำความผิดตามหลักเกณฑ์ที่ระบุไว้ในประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 84 ทั้งพฤติการณ์ของจำเลยทั้งสองยังเป็นผู้สนับสนุนการกระทำผิดตามมาตรา 86 อีกด้วย เมื่ออ่านฟ้องทั้งฉบับแล้วจะเข้าใจข้อหาได้ดี ฟ้องของโจทก์ไม่เคลือบคลุม
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสองเป็นเจ้าพนักงานตำรวจได้เรียกโจทก์มาพบที่บ้านจำเลยที่ ๑ พูดคุยกันแล้วโจทก์ขอตัวกลับ ขณะลงจากเรือนจำเลยที่ ๒ กับนายพุฒิยืนขวางประตูบ้าน นายพุฒขอเงินโจทก์ไปดื่มสุรา โจทก์ปฏิเสธ จำเลยที่ ๑ ร้องสั่งนายพุฒว่า 'จะให้หรือไม่ให้ก็ช่าง เอาแม่มันให้ตายเลย' แล้วนายพุฒิใช้มีดปลายแหลมยาว ๑ ศอกฟันโจทก์หลายครั้งถูกที่ใบหน้าและมือซ้าย เป็นอันตรายสาหัส โจทก์ร้องขอให้จำเลยทั้งสองจับกุมนายพุฒ จำเลยทั้งสองละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบไม่จับกุมนายพุฒ และเมื่อพวกของโจทก์จะเข้ามาช่วยจำเลยที่ ๒ ได้ขวางทางไว้ นายพุฒทำร้ายโจทก์แล้ววิ่งขึ้นไปบนบ้านของจำเลยที่ ๑ พร้อมกับจำเลยที่ ๒ การกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นการร่วมกันใช้จ้างวานหรือยุยงส่งเสริมหรือด้วยวิธีอื่นใดให้นายพุฒทำร้ายร่างกายโจทก์ และเป็นการกระทำด้วยประการใด ๆ อันเป็นการช่วยเหลือหรือให้ความสะดวกในการที่ผู้อื่นกระทำความผิดก่อน หรือขณะกระทำความผิด จำเลยทั้งสองจึงเป็นผู้สนับสนุนการกระทำผิดด้วย ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๓, ๘๔, ๘๖, ๙๐, ๙๑, ๑๕๗, ๒๙๗
ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว คดีมีมูล ประทับฟ้อง
จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ ๑ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๘๓, ๒๙๗ จำคุก ๑ ปี และผิดตามมาตรา ๑๕๗ จำคุก ๑ ปี รวมจำคุกจำเลยที่ ๑ มีกำหนด ๒ ปี จำเลยที่ ๒ มีความผิดตามมาตรา ๑๕๗ จำคุก ๑ ปี คำขออื่นให้ยก
จำเลยทั้งสองอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ฟ้องโจทก์ที่ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๕๗ ให้ยก นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
โจทก์และจำเลยที่ ๑ ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยเกี่ยวกับประเด็นเรื่องฟ้องเคลือบคลุมว่า โจทก์บรรยายฟ้องถึงพฤติการณ์ตั้งแต่ก่อนเกิดเหตุจนถึงขณะเกิดเหตุและหลังเกิดเหตุและกล่าวหาว่าจำเลยทั้งสองก่อให้ผู้อื่นกระทำความผิดตามหลักเกณฑ์ที่ระบุไว้ในประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๔ ทั้งพฤติการณ์ของจำเลยทั้งสองยังเป็นผู้สนับสนุนการกระทำผิดตามมาตรา ๘๖ อีกด้วย เมื่ออ่านฟ้องทั้งฉบับแล้วจะเข้าใจข้อหาได้ดี ฟ้องของโจทก์จึงไม่เคลือบคลุม
พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ ๑ ด้วย
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3557/2529
นายวิทยา ตุงคะโกมุท ฯ โจทก์
จ่าสิบตำรวจทองคำ โพธิ์ทอง กับพวก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายวิทยา ตุงคะโกมุท ฯ · จำเลย - จ่าสิบตำรวจทองคำ โพธิ์ทอง กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | อำนวย เปล่งวิทยา · สุชาติ จิวะชาติ · เสรี แสงศิลป์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดนครราชสีมา (อำเภอบัว - นายทรงธรรม สุดสวาสดิ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายเดชา สุวรรณโณ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา