⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 386/2529

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 386/2529

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ข้อเท็จจริงที่ศาลฟังเป็นยุติในคดีก่อนมีผลผูกมัดคู่ความในคดีนั้นเท่านั้น แม้จะนำมาอ้างอิงในคดีหลังก็เป็นเพียงพยานบอกเล่า ศาลจะอาศัยคำวินิจฉัยในคดีก่อนมาลงโทษจำเลยในคดีหลังไม่ได้.

ย่อคำพิพากษา

คดีอาญาข้อเท็จจริงที่ศาลฟังเป็นยุติในคดีก่อนเป็นประการใดมีผลผูกมัดคู่ความในคดีนั้นเท่านั้นแม้โจทก์จะอ้างสำนวนคดีเรื่องก่อนมาประกอบการพิจารณาของศาลในคดีนี้ได้ข้อเท็จจริงที่ศาลฟังเป็นยุติในคดีอาญาคดีก่อนย่อมมีผลผูกมัดคู่ความในคดีนั้นเท่านั้นแม้โจทก์อาจอ้างสำนวนคดีเรื่องก่อนมาประกอบการพิจารณาคดีอาญาเรื่องหลังได้ก็เป็นเพียงพยานความเห็นหรือพยานบอกเล่าเท่านั้นศาลจะอาศัยแต่ลำพังคำวินิจฉัยในคดีเรื่องก่อนมารับฟังเป็นหลักฐานเพื่อใช้ลงโทษจำเลยจึงเป็นการไม่ชอบ.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.158 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.208 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.218 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.226 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.227

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสามฐานนำความอันเป็นเท็จฟ้องโจทก์เป็นคดีอาญาต่อศษล และเบิกความเท็จ ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว มีคำสั่งคดีมีมูลให้รับฟ้องโจทก์ไว้พิจารณา จำเลยทั้งสามให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 175, 181 กระทงหนึ่ง มาตรา 177, 181 กระทงหนึ่งและตามมาตรา 180, 181 กระทงหนึ่ง จำเลยที่ 2 ที่ 3 มีความผิดตามมาตรา 177, 181 จำเลยทั้งสามอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยทั้งสามฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า สำหรับปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับการรับฟังพยานนี้ ศาลฎีกาเห็นว่าข้อเท็จจริงที่ศาลฟังเป็นยุติในคดีก่อนเป็นประการใด ก็ย่อมมีผลผูกมัดคู่ความในคดีนั้นเท่านั้น ส่วนในคดีนี้ก็ชอบที่ศาลจักต้องพิจารณาพยานหลักฐานในสำนวนคดีนี้เป็นสำคัญและเชื่อว่าจำเลยได้กระทำผิดจริงเท่านั้น จึงจะลงโทษจำเลยได้จริงอยู่โจทก์อาจจะอ้างสำนวนในคดีเรื่องก่อนมาประกอบการพิจารณาของศาลในคดีนี้ได้ แต่ก็อยู่ในฐานะเป็นเพียงพยานความเห็นหรือพยานบอกเล่าเท่านั้น เมื่อศาลไม่พิจารณาถึงพยานหลักฐานในสำนวนนี้ว่ารับฟังให้เชื่อถือได้เพียงใดหรือไม่แล้ว จะอาศัยแต่ลำพังคำวินิจฉัยในคดีเรื่องก่อนมารับฟังเป็นหลักฐานเพื่อให้ลงโทษจำเลยจึงเป็นการไม่ชอบ ฎีกาจำเลยข้อนี้ฟังขึ้น และแม้คดีนี้จะต้องห้ามฎีกาในข้อเท็จจริงก็ตาม เมื่อปรากฏว่าการรับฟังพยานไม่ถูกต้องอันเป็นปัญหาข้อกฎหมายเช่นนี้แล้ว ศาลฎีกาเห็นสมควรวินิจฉัยข้อเท็จจริงตามพยานหลักฐานที่ปรากฏในสำนวนนี้ไปเลยโดยไม่จำต้องย้อนสำนวนไปให้ศาลอุทธรณ์พิจารณาและพิพากษาใหม่ ฯลฯ พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 386/2529 ร้อยตำรวจเอก เฉลียว จันทร์มณี โจทก์ นาย รื่น โพธิ์ทอง กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ร้อยตำรวจเอก เฉลียว จันทร์มณี · จำเลย - นาย รื่น โพธิ์ทอง กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สวัสดิ์ รอดเจริญ · ทวี กสิยพงศ์ · จำนง นิยมวิภาต
แหล่งที่มาสำนักงาน ส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 99/2541ฎีกา 185/2535ฎีกา 9114/2552ฎีกา 3345/2535ฎีกา 824/2535ฎีกา 1588/2479ฎีกา 130/2528ฎีกา 2197/2547ฎีกา 4276/2534ฎีกา 1992/2530ฎีกา 1638/2492ฎีกา 20/2491ฎีกา 18211/2555ฎีกา 1148/2534ฎีกา 1220/2510ฎีกา 831/2541ฎีกา 1294/2509ฎีกา 884/2484ฎีกา 4519/2544ฎีกา 7601/2540ฎีกา 2292/2540ฎีกา 2936/2543ฎีกา 514/2486ฎีกา 1857/2492
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงาน ส่งเสริมงานตุลาการ